วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิธีการเรียนรู้ของมนุษย์


             วิธีการเรียนรู้ของมนุษย์

              นักการศึกษา ซึ่งหมายถึงคนที่จะยึดอาชีพเป็นครู – อาจารย์ทุกคนด้วย ต่างก็มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาสำคัญๆ อันเป็นพื้นฐานของการประกอบอาชีพ “ ครู ” กันมาแล้วทั้งนั้น เช่น วิชาหลักการศึกษาและวิธีสอนแบบต่างๆ วิชาจิตวิทยาการศึกษา วิชาการบริหารการศึกษา รวมทั้งวิชาปรัชญาการศึกษาด้วย

              ยิ่งวิชาปรัชญาการศึกษาด้วยแล้ว  บรรดาท่านอาจารย์ทั้งหลายมักจะบ่นกันอยู่เป็นนิจว่า  พวกนิสิต/นักศึกษาไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าที่ควร   ทางด้านบรรดานิสิต/นักศึกษาก็มักจะวิพากษ์วิจารณ์กันว่า  อาจารย์ส่วนมากที่สอนวิชานี้ มักจะมีบุคลิกที่ไม่ค่อยเหมือนใคร  เช่น เคร่งขรึม จริงจัง น่าเกรงขาม และพูดเข้าใจยาก   อีกทั้งวิธีสอนก็ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าที่ควรด้วย  นิสิต/นักศึกษาจึงไม่ค่อยจะได้อะไรติดสมองไปมากนัก  นอกจาก เกรด A, B, C, หรือ D ตามลำดับ

               นิสิต/นักศึกษาที่เลือกอาชีพบนเส้นทางการเป็นครูหรืออาจารย์  คงจะผ่านหูผ่านตากับชื่อเฉพาะต่อไปนี้บ้าง ไม่มากก็น้อย  เช่น  จิตนิยม, สัจนิยม, อุดมคตินิยม, วัตถุนิยม, สารัตถนิยม, นิรันตรนิยม, ปัญญานิยม, เจตจำนงนิยม, ปฏิบัตินิยม, ประสบการณ์นิยม, กิจกรรมนิยม, ประจักษ์นิยม, พิชานนิยม, สัญชาตญาณนิยม, อัชฌัตติกญาณนิยม, สหัชญาณนิยม, อุตรญาณนิยม, เพทนาการนิยม, สัมผัสนิยม, สรรนิยม, วิมัตินิยม, อุปกรณ์นิยม, อนุมานนิยม, พิพัฒนนิยม, อนุรักษ์นิยม, มนุษยนิยม, อัตถิภาวนิยม, สัมพัทธนิยม, สัมบูรณนิยม, ประโยชน์นิยม, พันธนิยม, มโนธรรมนิยม, อัตนัยนิยม,  ปรนัยนิยม, ประชานิยม  เป็นต้น

               จำกันไม่หวาดไม่ไหว  เข้าใจก็แสนจะยาก  นิสิต / นักศึกษาที่ตั้งใจเรียนก็ต้องพยายามให้มากที่สุด  เวลาทำข้อสอบ  ตอบตรงใจอาจารย์บ้าง  ไม่ตรงใจบ้าง  ก็มักจะไม่เป็นปัญหาอะไร  อาจารย์จะปลอบใจเสมอว่า  ใครแสดงหลักการและเหตุผลประกอบได้  ถือว่าถูกทั้งนั้น  ใครตอบถูกมาก ก็ได้คะแนนมาก  ใครตอบถูกน้อย ก็ได้คะแนนน้อย  ก็เป็นที่รู้ๆกันอยู่โดยทั่วไป   

                ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ค่อยชอบเรียนวิชาที่ต้องท่องจำ  เวลาเรียนจะตั้งใจฟังคำบรรยายของอาจารย์อย่างจริงจัง  และพยายามจับประเด็นสำคัญให้ได้มากที่สุด  หลังจากนั้นจะนำมาวิเคราะห์ (แยกแยะ  จัดกลุ่มเนื้อหาสาระ)  แล้วจบลงด้วยการสังเคราะห์ (จับความคิดรวบยอดให้ได้  จัดลำดับความคิดทั้งหมด  เสียใหม่  แล้วหาวิธีการจด หรือจำอย่างย่อๆ และง่ายๆ) ตามแบบฉบับของตนเอง

                ดังนั้น  บางครั้งแนวคิดและวิธีการนำเสนอความคิดเห็นส่วนตัวของผม  จึงอาจจะไม่ค่อยเหมือนใคร   อันเป็นที่มาของชื่อหัวคอลัมน์ในการเขียนบทความครั้งนี้และครั้งต่อๆไปด้วย

                หลายครั้งที่เดียว เวลาที่ผมมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับครูด้วยกัน  และผู้คนที่สนใจด้านการศึกษา  ในประเด็นที่เกี่ยวกับ “ วิธีการเรียนรู้ของมนุษย์ ”  ผมมักจะพูดว่า วิธีการเรียนรู้ของคนเราทั่วๆไป  มี 3 แบบ หรือ 3

                ล ตัวแรก  คือ  ลอก  หมายถึง การเรียนรู้โดยวิธีลอกแบบมาทั้งหมด (100 %) ทั้งนี้เพราะมีความศรัทธาเชื่อถือสิ่งที่เป็นต้นแบบเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว  จึงเชื่อและยอมรับทันทีว่า  สิ่งนั้นเป็นความจริง  โดยปราศจากข้อสงสัย   โดยทั่วๆไปแล้ว  การตัดสินใจจะยึด “ ต้นแบบ ” เป็นหลัก ซึ่งได้แก่ ศาสดาของศาสนา,  ครู, พ่อแม่, ตำราเรียน, เพื่อนสนิท, ดารา/วีรชนในดวงใจ  เป็นต้น

                ดังนั้น  ปรัชญา (ปรัชญาทั่วไป – ปรัชญาการศึกษา) ที่มีความคิดเห็นสอดคล้องกับการเรียนรู้โดยวิธีลอกแบบ น่าจะได้แก่ สัจนิยม (Realism), จิตนิยม (Idealism), สารัตถนิยม (Essentialism) เป็นต้น

                ล ตัวที่สอง  คือ  เลียน  หมายถึง การเรียนรู้โดยวิธีเลียนแบบมาเป็นส่วนใหญ่ (75 %) นอกจากจะมีความศรัทธาเชื่อถือสิ่งที่เป็นต้นแบบอยู่ก่อนแล้ว  ก็ยังมีเหตุมีผลที่น่าเชื่อและสามารถอธิบายได้ว่า  สิ่งนั้นเป็นความจริง  การตัดสินใจโดยทั่วๆไป จะยึด “ เหตุผล ” เป็นหลัก  โดยไม่จำเป็นต้องรอการพิสูจน์เสมอไป

                เช่นเดียวกัน  ปรัชญา (ปรัชญาทั่วไป – ปรัชญาการศึกษา) ที่มีความคิดเห็นสอดคล้องกับการเรียนรู้โดยวิธีเลียนแบบ  ได้แก่  นิรันตรนิยม (Perennialism), เหตุผลนิยม (Rationalism)   เป็นต้น  

                ล ตัวที่ สาม  คือ  ลอง  หมายถึง  การเรียนรู้โดยวิธีทดลอง / พิสูจน์   บนพื้นฐานที่มีความศรัทธาเชื่อถืออยู่บ้างแล้ว (50 %)   แบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง  หรือไม่ยอมเชื่อใครง่ายๆ  แต่เพื่อให้รู้และเห็นกับตาว่า  สิ่งนั้นเป็นความจริง  จึงต้องมีการพิสูจน์ / ปฏิบัติด้วยตนเอง  การตัดสินใจโดยทั่วๆไป จะยึด “ ผู้เรียน ” เป็นหลัก  ดังที่เรามักได้ยินกันเป็นประจำในขณะนี้ว่า  Child – centered,  Student – centered  หรือไม่ก็  Learner – centered  นั่นเอง   ฉะนั้น  เมื่อพูดถึง  Teacher – centered  ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เอนเอียงไปทางการเรียนการสอนแบบ ล ตัวแรก (วิธีลอกแบบ)  จึงเป็นฝ่ายตรงข้ามกันไปในทันที

                ในทำนองเดียวกัน  ปรัชญา (ปรัชญาทั่วไป – ปรัชญาการศึกษา) ที่มีความคิดเห็นสอดคล้องกับการเรียนรู้โดยวิธีทดลอง  ก็ได้แก่  อัตถิภาวนิยม (Existentialism), ปฏิบัตินิยม (Pragmatism), กิจกรรมนิยม (Experimentalism), ประสบการณ์นิยม (Empiricism), พิพัฒนนิยม (Progressivism), เป็นต้น

                ผมกล่าวพาดพิงเกี่ยวกับปรัชญา ที่เคยได้ศึกษามาแบบเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง  มาจนถึงความคิดรวบยอดของผมที่ได้พยายามทำความเข้าใจเนื้อหาสาระของปรัชญา  ก็เพื่อให้ผู้อ่านทั้งหลายได้มีส่วนร่วมในการหาคำตอบให้กับประเทศชาติว่า   ในปัจจุบันนี้  การศึกษาของเรายึดปรัชญาแบบไหนเป็นหลักกันแน่

             คำว่ายึดมิได้หมายความว่า  ต้องทำแบบใดแบบหนึ่งเพียงแบบเดียว แล้วทิ้งอีกสองแบบไปเลย  แต่หมายความว่า  ต้องใช้แบบหนึ่งเป็นหลักการหรืออุดมการณ์ที่แน่วแน่  และใช้แบบอื่นบ้างตามสถานการณ์

                ผู้ที่เป็นครู – อาจารย์ และผู้บริหารสถานศึกษา  ฟันธงลงไปได้ไหมว่า  ท่านยึดปรัชญาการศึกษาแบบไหนเป็นหลัก

                ผู้ที่เป็นพ่อ – แม่ หรือผู้ปกครอง  ในฐานะที่เป็นครูสองคนแรกของลูก ตอบได้ไหมว่า  ท่านยึดปรัชญาการศึกษาแบบไหนเป็นหลัก

                ถ้าคำตอบจากสามแหล่งนี้ตรงกัน  แปลว่าเรากำลังร่วมมือกันปฏิรูปการศึกษาของชาติทั้งระบบ อย่างจริงจังและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  ซึ่งถือเป็นนโยบายระดับชาติ  ที่ได้พยายามทำกันมาแล้วหลายครั้ง  และเป็นวาระแห่งชาติด้วย

                ถ้าคำตอบที่ได้ไม่ตรงกัน  หรือแตกต่างกันแบบไม่มีทางประนีประนอมกันได้  ก็คงพอจะรู้ล่วงหน้าแล้วว่า  จะเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมืองของเราอีก   

                รัฐบาล  นักการเมือง  นักการศึกษา  ผู้บริหารสถานศึกษา  ครู – อาจารย์  และผู้ปกครอง  ต้องร่วมกันคิดและช่วยกันหาคำตอบสุดท้ายให้กับประเทศชาติโดยเร็ว  ขืนทำชักช้าอืดอาด  ผลกระทบเชิงลบจะตกกับเด็ก เยาวชน และประเทศชาติโดยรวมอย่างแน่นอน

                ประเทศชาติเป็นของเราทุกคน  ต้องร่วมมือกันสร้างสรรค์และแก้ไข

                แต่ ไม่ใช่ของเราคนเดียวนะ  ยังไงๆ ก็ต้องฟังคนอื่นเขาบ้างละครับ.

โดย ดร.เป้

 

กลับไปที่ www.oknation.net