วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...เหมาโหลถูกกว่า...


    งานสัปดาห์หนังสือปีนี้ ผมไปเดินเล่นโดยไม่มีจุดหมายจะซื้อหนังสือมากเหมือนก่อนหน้านี้
     เหตุผลสำคัญก็คือเริ่มรู้สึกว่าหนังสือที่มีแล้วยังไม่ได้อ่านยังมีอีกหลายเล่ม รวมทั้งเหตุผลสำคัญ(กว่า)คือต้อง"ประหยัด"มากขึ้น
     พฤติกรรมการซื้อหนังสือของผมในทุกวันนี้ ก็เปลี่ยนจากที่เคยซื้อทีละหลายเล่มมาเป็นซื้อครั้งละเล่ม อ่านจบค่อยซื้อเล่มที่อยากอ่านที่ร้านหนังสือ เพราะหนังสือไม่เหมือนหนัง ไม่มีวันถูกถอดจากโปรแกรม

     หนึ่งในหนังสือที่ซื้อในงานสัปดาห์หนังสือปีนี้คือ "เหมาโหลถูกกว่า"
     ผมไม่รู้ว่าในนี้มีกี่คนรู้จักหนังสือเล่มนี้ แต่อยากบอกว่านี่คือหนึ่งในสุดยอดหนังสือ โดยผมรู้จัก(ชื่อ)หนังสือเล่มนี้จากหนังสือที่ไม่แน่ใจว่าเป็นหนังสือของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือวิลาส มณีวัต คนใดคนหนึ่ง...
     ผมได้เล่มนี้มาโดย"บังเอิญ"ที่บูธ"สร้างสรรค์บุ๊คส์" ในราคาลด 70% คือจาก 250 เหลือ 70 บาท จึงหยิบโดยไม่รีรอ เพราะทุกวันนี้ ยังมีคนถามหาหนังสือเล่มนี้ตามเวบต่างๆ
     หนังสือเล่มนี้ "เนื่องน้อย ศรัทธา" แปลจาก "Cheaper by the Dozen" และ "Belles on Their Toes" มารวมเป็นเล่มเดียวกัน
     เล่มที่ผมซื้อมา พิมพ์ครั้งที่ 12 เมื่อพฤศจิกายน 2545 ครับ

     "เหมาโหลถูกกว่า"เป็นเรื่องของครอบครัวกิลเบร็ธที่มีลูก 12 คน !!!
     เป็นหนังสือที่บุตรชายและบุตรสาว 2 คน ร่วมกันเขียนถึง
"แด๊ด"
     "...นอกจากท่านผู้อ่านจะได้รับความบันเทิงในแง่ความรัก ความอบอุ่น ความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลในครอบครัวขนาดใหญ่ครอบครัวหนึ่งแล้ว ท่านยังอาจจะได้ข้อคิดอันเป็นประโยชน์แก่ครอบครัวไทยๆ เราในสมัยพัฒนานี้อีกบ้างเช่นกัน ข้อคิดจากปัญหาอันเกิดจากแม่บ้านต้องออกทำงานนอกบ้านและต้องรับผิดชอบงานบ้าน รวมทั้งการติดตามการเจริญเติบโตของบุตรธิดาทุกคนอย่างใกล้ชิด ครอบครัวในเรื่องนี้ถือหลักการทำงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานนอกบ้านหรืองานบ้านว่าจะต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ทุ่นแรงทุ่นเวลาและประหยัดที่สุดด้วย มิสเตอร์กิลเบร็ธเป็นผู้ให้ระบบพิมพ์สัมผัสแก่บริษัทผู้สร้างพิมพ์ดีด “เรมิงตัน” เป็นที่ปรึกษาการบรรจุสบู่ผงของบริษัทลีเวอร์บราเธอร์ ฯลฯ ..." เนื่องน้อย ศรัทธา เขียนไว้ในคำนำ
     ขณะที่ปกหลัง..เขียนถึง"พ่อ"
     "พวกเราลูก ๆ รักแด้ดทุกคน "
     วันที่สหรัฐอเมริกา เข้าสู่สงครามโลกครั้งแรกแด้ดส่งโทรเลขไปถึงประธานาธิบดีวิลสัน ใจความว่า..."จะถึงวอชิงตันโดยรถไฟขบวน 7.30 น. ถ้าท่านไม่ทราบจะใช้ผมอย่างไร ผมจะบอกท่านเอง "
     นี่คือการเสนอความสามารถแบบเปิดอกของแด้ด โดยที่ประธานาธิบดีวิลสันไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน และไม่รู้ด้วยว่าแด้ดจะแบ่งเบาแอกที่ท่านประธานาธิบดีแบกอยู่ได้หรือไม่...แต่ก็มีคนไปรับท่านที่สถานีรถไฟ...

     แค่เปิดหน้าแรกๆของหนังสือ คุณก็จะรัก"แด้ด"..เหมือนลูกๆ
     โดยเล่าถึงการ"ย้ายบ้าน"ที่"แด้ด"ขับรถพาลูกๆผ่านบ้านที่ทรุดโทรมผุพัง แล้วบอกว่า
     บ้านก็คล้ายๆแบบนั้นแหละ แต่หน้าต่างอาจจะแตกมากกว่านั้น 2-3 บาน แล้วก็มีสนามหน้าบ้านเล็กกว่าเล็กน้อย ก่อนพาไปถึงบ้านที่หนังสือบรรยายว่า "แม้แต่แดรคิวล่าก็คงไม่อยากเลือกเป็นนิวาสสถาน"
     "เอาล่ะ ถึงแล้ว.." แด๊ดบอก ขณะที่แม่พูดสั้นๆว่า "คุณเล่นตลกแน่ ใช่ไหม..."
     เออร์เนสติน บอกว่า จ้างพันเหรียญก็ไม่ขออยู่ ขณะที่มาร์ธาเสริมว่า สำหรับเธอ"หมื่นเหรียญก็ไม่.."
     ขณะที่ทุกคนยังทำอะไรไม่ถูก "แด้ด"ก็ล้วงกระเป๋าหาสมุดโน๊ตเล่มเล็กๆขึ้นมาดู แล้วพูด..มาผิดที่ มิน่า เลยโทรมกว่าที่คาด ก่อนพาทั้งหมดไปที่บ้านเลขที่ 68 อีเกิ้ลร้อคเวย์
     เป็นบ้านใหญ่ที่มี 14 ห้อง มีห้องน้ำหลายห้อง มีสนามใหญ่ มีลานเลี้ยงได่ มีต้นองุ่น ผลกุหลาบและผลไม้อีกนับสิบต้น ฯลฯ แล้วถามสมาชิกในบ้านว่า
"ยกโทษให้พ่อไหม"...
    
คุณรู้คำตอบใช่ไหม???

     "เหมาโหลถูกกว่า"..ถือเป็นตำราสอนลูกอย่างดี
     เพราะการมีลูกถึง 12 คน พ่อและแม่จึงต้อง"รอบคอบ"ตั้งแต่การบริหารเงินไปจนถึงการบริหารลูก และ"เรื่องจริง"ที่ลูกชายและลูกสาวบันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้ คุณจะต้อง"ทึ่ง"กับพ่อ..ผู้คิดพิมพ์ดีดระบบสัมผัสคนแรก
     พ่อมีวิธีการ"สอน"ลูกๆหลายอย่าง เช่น..
     ในบ้าน พ่อหรือแด้ดของเด็กๆจะเขียนสูตรการคำนวณไว้ทั่วบ้าน เช่นผนังห้องน้ำ
     วางหีบเสียงสอนภาษาไว้ตามมุมต่างๆของบ้าน เพราะต้องการให้ลูกๆพูดภาษาฝรั่งเศสและเยอรมนีได้ดี
     บนโต๊ะอาหาร แด้ดจะทดสอบโจทย์การคำนวณกับลูกๆแต่ละคน ซึ่งมีสูตรคำนวณในหนังสือเล่มนี้ด้วย
     "แด้ด"สอนกระทั่งการชวเลข การส่งรหัสมอสส์ และว่ายน้ำให้พวกลูกๆเป็นตั้งแต่ 3 ขวบ

     ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ต้อง"ประหยัด"
     เช่น การซื้อเสื้อผ้า ที่แม่จะต้องพาไป 3 พี่น้องไปด้วย จากนั้น พี่สาวคนโตจะเป็นผู้เลือก โดยถามความเห็นชอบของน้องคนถัดมา และต้องได้รับความเห็นชอบจากน้องคนที่ 3 ชอบด้วย
     เพราะเธอคือคนที่จะใส่เสื้อตัวนั้นเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่มันจะขาดโดยไม่ต้องถึงคนที่ 4
     ส่วนการ"ให้เงินพิเศษ"ลูกๆก็มีวิธี ..นั่นคือต้อง"ประมูลงาน"
     โดยใครที่ต้องการเงินจะเสนอราคาประมูลงาน"ต่ำสุด" ซึ่งเรื่อง"น่ารักที่สุด"เกิดขึ้นเมื่อลิลล์ ลูกสาวที่ยังเล็กต้องการได้เงินไปซื้อสเก๊ตล้อเลื่อน จึงเสนอประมูลทารั้วบ้านต่ำสุดคือ 47 เซ็นต์ ขณะที่"แม่"คัดค้าน เนื่องจากเธอตัวเล็กกว่าที่จะทำงานนั้น 
     สุดท้าย เธอก็ทำจนสำเร็จ โดยเมื่องานเสร็จ พ่อกอดเธอแล้วบอกว่า"ยอดเยี่ยมมาก" ก่อนจะบอกเธอว่ามี"ของขวัญ"อยู่ที่ใต้หมอน
     "ของขวัญ"จากพ่อก็คือสเก็ตล้อเลื่อน
     สำหรับผม ผมเชื่อว่า ลิลล์..รู้คุณค่าของการทำงานเพื่อหาเงิน !!!
     หรือใครที่"ปิดก๊อกน้ำไม่สนิท"ก็จะถูกปลุกขึ้นมาอาบน้ำรอบสอง..ข้อหาไม่ต้องการให้น้ำดีๆสูญเปล่า

     นอกจากนั้น ครอบครัวนี้ยังมีเรื่องสนุกๆอีกมาก
     เพราะการมีลูก 12 คน เป็นหญิง 6 ชาย 6 ทำให้มีเรื่องวุ่นเสมอ
     หนึ่งในนั้นก็คือเมื่อเด็กๆต้องผ่าทอลซิน ซึ่ง"หมอ"บอกว่า"มาร์ธา"ไม่ต้องผ่า แต่เมื่อถึงเวลาผ่าตัดโดยวางยาสลบ เมื่อ"หมอ"มาเห็นถึงกับร้องจ๊าก พร้อมบอกย้ำว่า"มาร์ธา"ไม่ต้อง
     หมอจำชื่อผิดคน !!!...คนที่นอนอยู่บนเตียงคือเออร์เนสติน ..ซึ่งต้องถูกผ่าเลยตามเลยเพราะวางยาสลบแล้ว
     ส่วน"มาร์ธา"ที่กำลังสนุกอยู่ที่บ้านย่าก็ไม่ยอมมาเพราะกำลังสนุกอยู่กับการกิน แต่ต้องเข้ารับการผ่า

     ทั้งๆที่เป็นครอบครัวใหญ่ แต่"แด้ด"ก็สอนให้ทุกคนรักกัน
     เมื่อตอนที่เด็กๆทั้งบ้าน ..ยกเว้น"มาร์ธา"คนเดียวที่ไม่เป็นโรคหัด เธอจึงถูกกันออกจากพี่ๆน้องๆ จนเป็น"ลูกโทน"อยู่ 2 อาทิตย์ ต้องนั่งกินข้าวกินปลาคนเดียว
     สุดท้าย มาร์ธาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องพี่ๆน้องๆ
     "รู้อยู่แล้วว่าเขาห้ามไม่ให้เธอเข้ามาในห้องนี้" แอนน์ว่า "เธออยากจะป่วยด้วยหรือไง อย่าบอกว่าคิดถึงพวกเรานะ ได้ครอบครองชั้นล่างคนเดียววิเศษจะตาย แถมได้เป็นเจ้าของแด้ดกับแม่ในเวลาอาหารเย็นตามลำพังอีกด้วย..."
     "แด้ดไม่ตลกอีกเลย" มาร์ธารำพัน "ท่านเหงา ท่านบอกว่าโต๊ะอาหารเงียบๆอย่างนั้นทำให้ท่านคลั่ง"
     เด็กๆเลยถามกันว่า พวกลูกโทนเขาอยู่ได้ไงนะ !!!

     ไม่ว่าใครจะรู้จักหนังสือ"เหมาโหลถูกกว่า"หรือไม่ แต่ผมเชื่อว่าหลายคนคุ้น
     คุ้นเพราะเมื่อ 2-3 ปีก่อน มีหนังเรื่องนี้ และผมก็ไปดูเพราะ"สตีฟ มาร์ติน" นักแสดงคนโปรดของผมเล่น
     หนังสนุก แต่เชื่อเถอะว่าอ่านหนังสือเล่มนี้ สนุกกว่าแน่ๆ


โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net