วันที่ อังคาร เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สะดุดรักน้องใหม่ หัวใจแต้มสี (12)


- 12 -

 

          “น้องพิมไปสวนจตุจักรเป็นเพื่อนพี่หน่อยไม่ได้เหรอ ไอ้อาร์ตมันไม่ว่าง เราไปเดินดูของเสร็จแล้วไปดูหนังกันสักเรื่องแล้วค่อยกลับนะครับ”

          ปั้นเซ้าซี้มาหลายสัปดาห์แล้ว ถ้าเป็นคนอื่นภาพพิมพ์คงหนีหน้าไปแล้ว แต่เพราะเป็นพี่ปั้นเธอจึงไม่รู้สึกรำคาญอะไร แต่ถ้าปั้นเข้าเรื่องความรักเมื่อไหร่ภาพพิมพ์ก็จะเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

          “ทำไมพี่ปั้นไม่อยู่ทำธีสีดล่ะคะ” ภาพพิมพ์หมายถึงศิลปนิพนธ์

          “พี่ยังไม่อยากรีบจบ อยากอยู่เป็นเพื่อนน้องพิมนานๆ ไง”

          “ฮั่นแน่!!! พี่ปั้นมาซ้อมฝีปากกับพิม จะเอาไปพูดกับสาวที่ไหนเหรอคะ”

          “เปล่า...ว้า!!! พอพูดเรื่องนี้ทีไรน้องพิมทำเป็นเล่นทุกที”

          “ไม่ได้พูดเล่นนะคะ พิมมีเพื่อนเยอะแยะ ยัยแจงเอย ยัยปุ๊บปั๊บเอย ยัยแคทเอย โอ้ยสวยๆ ทั้งนั้น พี่ปั้นจะจีบคนไหนล่ะคะ” ภาพพิมพ์ทำหน้าทะเล้น

          “นี่ถามจริงๆ เถอะ พี่ไม่อยู่ในสายตาน้องพิมบ้างเลยหรือ”

          “อยู่สิคะ มองอยู่นี่ไง อิอิ ก็พิมชอบพี่ปั้นแบบพี่ชายจริงๆ นี่คะ พี่ปั้นนิสัยดีคุยสนุก แล้วก็หวังดีกับพิมเสมอ เป็นพี่ชายที่แสนดี”

          “แหม นี่นะ พูดก็พูดเถอะ ผู้ชายทุกคนน่ะ หว่านพืชต้องหวังผลกันทั้งนั้นแหละ” ปั้นพูดขวานผ่าซาก

          “พี่ปั้นก็ได้นี่คะ ได้น้องสาวไปคนนึง” ภาพพิมพ์ตอบพลางหัวเราะกิ๊กกั๊ก

          “เออ...เอาเข้าไป แล้วคอยดูฝีมือพี่ปั้นมั่ง ดูซิจะเปลี่ยนสถานะจากพี่ชายที่แสนดีเป็นอย่างอื่นได้หรือเปล่า แต่ตอนนี้เราออกไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า พี่ชักหิวแล้ว”

          “ก็ได้ค่า ถ้าพี่ปั้นเป็นเจ้ามือนะคะ อิอิ”

         

          สตูดิโอภาควิชาออกแบบตกแต่งภายใน...

          “พี่อาร์ตคะ พิมซื้อเสื้อยืดมาฝาก” ภาพพิมพ์ร้องทักเมื่อโผล่หน้าเข้ามาในห้อง

          “ขอบคุณครับ ลาย A-R- T สลับสีสวยดี” อารัติรับถุงกระดาษจากภาพพิมพ์แล้วหยิบของข้างในออกมาดู เป็นเสื้อยืดสีขาว สกรีนตัวอักษรภาษาอังกฤษเต็มหน้าอกด้วยคำว่า A R T สีแดง เหลือง น้ำเงิน ตัวละสี

          “ซื้อมาจากจตุจักรค่ะ ไปเดินกับพี่ปั้นพี่แจ๊คมาเมื่อวันเสาร์ เห็นปุ๊บก็นึกถึงพี่เลย”

          “ดีจัง เก็บไว้ใส่ตอนไปทับแก้วดีกว่า ตกลงว่าพิมได้ไปเดินสวนจตุจักรกับเจ้าปั้นจนได้...”

          “อิอิ ค่ะ ไปกันเจ็ดคน ห้าสาวสองหนุ่ม...ดื่มกาแฟไหมคะพี่อาร์ต...”

ภาพพิมพ์ถามขึ้นเมื่อวางกระเป๋ากับกระดานวาดรูปลงเรียบร้อย

          “กาแฟอีกแล้วเหรอ”

          “แก้วหลังสุดที่พิมชงให้นั่นสี่ชั่วโมงที่แล้วนะคะ ก่อนพิมไปเรียนวิชาองค์ประกอบศิลป์อ่ะค่ะ”

          “เหรอ เวลามันช่างรวดเร็วจริงๆ”

          “แต่ถ้าไม่ดื่มได้ก็จะดี เขาว่าดื่มกาแฟมากๆ อาจทำให้เป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร”

          “ไม่ดื่มไม่ได้แล้วล่ะ พอพูดถึงก็อยากขึ้นมาทันที ขอสักถ้วยนะ”

          อารัติเริ่มทำศิลปนิพนธ์แล้ว ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เขาก็จะจบปริญญาตรีในเทอมนี้ และตอนนี้เขาย้ายมานอนที่คณะแล้ว เพราะโครงการศิลปนิพนธ์ต้องการผู้ช่วยและโต๊ะเขียนแบบมากกว่าหนึ่งตัว

          “ขอบใจจ้ะ”

          อารัติเอ่ยปากเมื่อถ้วยกาแฟหอมกรุ่นถูกยกมาตั้งตรงหน้า เขาละสายตาจากโต๊ะเขียนแบบแล้วผ่อนลมหายใจยาว

          “พิม...”

          “คะ”

          “ขึ้นมาอยู่บนนี้ทุกวันเพื่อนๆ ไม่ว่าเอาเหรอ”

          “ว่าเรื่องอะไรคะ”

          “ก็ตอนนี้ใกล้วันแข่งกีฬาภายในแล้ว ถึงพิมไม่ลงแข่งอะไรเลยก็น่าจะไปเชียร์เพื่อนบ้าง”

          “แหม พิมไม่ทิ้งเพื่อนหรอกค่ะ ยังไงเพื่อนต้องมาก่อนอยู่แล้ว”

          “เพื่อนมาก่อนพี่เหรอ”

“แน่ล่ะค่ะ เอ้า!! มัวแต่พูดอยู่ได้ เดี๋ยวกาแฟเย็นหมด”

“ไม่เป็นไร พี่ไม่ชอบกาแฟร้อนจัด ชอบดื่มตอนอุ่นๆ ว่าแต่มะรืนนี้พิมจะไปทับแก้วหรือเปล่า” อารัติหมายถึงมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์

“ไปซิคะ แข่งกีฬาภายในทั้งทีไม่ไปได้ไง”

ระยะนี้ภาพพิมพ์มักจะขึ้นมาที่สตูดิโอแทบทุกวัน...มาช่วยอารัติขีดเส้น ติดโทน ลบเส้นดินสอ ชงกาแฟ ตลอดจนวิ่งซื้อน้ำ ซื้อข้าว และแทบทุกเย็นปั้นจะขึ้นมาดูอารัติทำงาน มานั่งฟังเพลง ชวยคุย และ...

“หกโมงกว่าแล้ว พิมกลับนะคะ”

“เอ่อ...ไปพร้อมกันสิ เฮ้ยอาร์ตกูกลับนะ”

แล้วปั้นก็ไปส่งภาพพิมพ์ทุกวัน

 

ปั้นและภาพพิมพ์กลับไปแล้ว...เพื่อนๆ ที่มาค้างที่คณะเช่นเดียวกับอารัติก็หายหน้าไปหมด ทิ้งให้เขานั่งจมอยู่กับโต๊ะเขียนแบบเพียงคนเดียว กำลังจะลุกไปเปิดเพลงฟังแก้เหงาก็พอดีมีเสียงคนเดินเข้ามา

“อยู่คนเดียวหรือคะ?”

เสียงทักดังขึ้นพร้อมการปรากฏกายของหญิงสาวร่างสูงโปร่งโค้งเว้าได้ส่วน หน้าตาสะสวย ในชุดนักศึกษาฟิตเปรี๊ยะ เธอมักจะโผล่มาตอนใกล้ค่ำหลังจากที่ภาพพิมพ์และปั้นกลับไปแล้ว

“อ้าวแคท ยังไม่กลับบ้านอีกหรือ”

“แหม พี่อาร์ตถามอย่างนี้ทุกวันเลย เปลี่ยนคำถามบ้างได้ไหมคะ” ผู้มาเยือนท้วงด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“ขอโทษจ้ะ งั้นถามใหม่ก็ได้ วันนี้มีอะไรจะมาปรึกษาอีกล่ะ”

“ก็...อยากชวนพี่อาร์ตไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกันสักครั้ง ดินเนอร์น่ะ”

“งานพี่เยอะเลยนะ วันหลังได้ไหม”

“ต้องวันนี้ค่ะ โอกาสพิเศษ” แคทรียากล่าวรวบรัด

“โอกาสอะไรเอ่ย”

แคทรียานิ่งอยู่สักอึดใจก็ตอบคำถามของอารัติ

“เอ่อ...วันนี้เป็นวันเกิดแคทค่ะ”

“อ้าว แล้วทำไมเพิ่งบอก ไม่งั้นเมื่อกี้ชวนเจ้าปั้นกับพิมไปฉลองด้วยกัน”

“ก็แคทอยากฉลองกับพี่อาร์ตสองคนนี่คะ ว่าไงคะ?”

เธอขึ้นเสียงสูง ทำสีหน้าจริงจังจนอารัติเกรงใจ

“โอเคๆ วันเกิดแคททั้งที พี่ต้องไปฉลองด้วยอยู่แล้ว งั้นรอแป๊บนะขอทำตัวหล่อหน่อย เวลาเดินกับแคทจะได้ไม่อายใคร”

“ไม่ต้องแต่งตัวใหม่หรอกค่ะ แค่นี้ก็ดูดีอยู่แล้ว แคทชอบให้พี่อาร์ตแต่งตัวแบบนี้ ติสท์ดี”

 

บ้านของภาพพิมพ์...

“พี่นกขา คืนนี้ออกไปสอนพิมขับรถหน่อยนะคะ”

ภาพพิมพ์ทำเสียงหวานอ้อนพี่สาวหลังอาหารค่ำ

“แล้วเธอไม่มีงานทำเหรอ”

“พรุ่งนี้ไม่มีเรียนค่ะ อาจจะแวะไปห้องสมุดตอนบ่าย ตื่นสายได้ พี่นกไปสอนพิมหน่อยนะคะ จะได้ขับคล่องๆ สักที นะคะๆ”

“เธอขับรถคล่องแล้วไม่ใช่เหรอ ยัยพิม” พี่สาวตอบเฉื่อยๆ ตายังจับจ้องอยู่ที่ช่องแฟชั่นในทีวี

“ไปหัดให้น้องหน่อยเถอะนก เดี๋ยววันไปสอบใบขับขี่จะได้มั่นใจว่าสอบได้แน่ๆ”

เอกลักษณ์แทรกขึ้นเมื่อเห็นท่าทีอิดออดของภรรยา

“ตามใจๆ”

รถโฟล์คเต่าสีชมพูแล่นเอื่อยอยู่บนถนนอย่างไม่รีบร้อน สามทุ่มเศษของคืนวันพุธถนนโล่งพอสมควร ภาพพิมพ์ขับรถของพี่สาวด้วยความคล่องแคล่วเหมือนคนที่ใช้รถมาแรมปี

“อืม...ขับคล่องอย่างนี้แล้วยังจะต้องมาฝึกอะไรกันอีก ดูสิ ขับอย่างกับเป็นเจ้าของรถเอง”

มนัสชนกเอ่ยขึ้น เมื่อรถแล่นเข้าสู่ถนนราชดำเนินนอก

“ก็พิมนั่งคันนี้มากี่ปีแล้วคะ อะไรอยู่ตรงไหนก็รู้หมด อีกอย่าง มันกำลังจะเป็นของพิมไม่ใช่หรือคะ

“ใครบอกเธอยะ” มนัสชนกหันมาทำตาโตใส่น้องสาว

“พี่เอกค่ะ พี่เอกบอกพิมว่าพี่นกกำลังจะถอยรถใหม่แล้วเจ้าเต่าคันนี้จะเป็นของพิม”

“เฮ้อพี่เอกนี่ สมแล้วที่อยู่บริษัทโฆษณา แค่คุยกันสองคำก็เอามาประกาศซะทั่ว”

“แล้วพี่นกจะซื้อรถยี่ห้ออะไรคะ”

“ว่าจะซื้อ SUV เผื่อไว้ใส่ของใส่ของเยอะๆ”

“ดีค่ะเผื่อไว้ตอนพิมมีหลานเสียเลย เพราะรถพี่เอกก็คันกระจิ๊ดเดียว”

“อืม จริงซินะสงสัยพี่คงต้องมีหลานให้เธอเสียแล้ว เดี๋ยวแก่มากๆ มีลูกยาก”

“เดี๋ยวแวะเยาวราชแป๊บนะคะพี่นก”

“ทำไม เธอหิวอีกแล้วเหรอ เพิ่งกินไปหยกๆ”

“เปล่าค่ะ จะแวะซื้อกระเพาะปลาไปฝากพี่อาร์ตหน่อย เดี๋ยวดึกๆ แกคงหิว คืนนี้เขาอยู่ทำงานที่คณะ”

“นี่แกชวนชั้นออกมาซื้อข้าวฝากผู้ชายเหรอ”

“เปล่านะคะ พี่นกก็พูดซะ พิมอยากออกมาขับรถจริงๆ บังเอิญขับมาถึงนี่ก็เลยนึกถึงเขาน่ะค่ะ”

“เออๆ ชั้นเชื่อ แกมันชักจะแก่แดดแก่ลมไปหน่อยแล้วนะ ชั้นล่ะหมั่นไส้ เอาร้านนี้ก็แล้วกัน หน้าวัดเล่งเน่ยยี่เนี่ย อร่อย”

“ค่า”

         

หน้าโรงหนัง...

“หนังสนุกนะคะ”

แคทรียาเอ่ยขึ้น เมื่อเดินควงแขนอารัติออกมาจากโรงหนัง

“อืม ว่าจะมาดินเนอร์ นี่เลยมาดูหนังเลยนะ”

“แหม...พี่อาร์ตน่ะ พูดเหมือนไม่เต็มใจมากับแคท ขอโทษนะคะที่ทำให้มัณฑนากรใหญ่เสียเวลา งั้นวันหลังแคทไม่มายุ่งกับพี่อาร์ตแล้ว” แคทรียากระเง้ากระงอด

“โอ๋ๆๆ พี่ล้อเล่นน่า แหม!!! อาหารก็อร่อย หนังก็สนุก แคทก็น่ารัก ทำไมพี่จะไม่เต็มใจล่ะ แฮปปี้เบิร์ทเดย์จ้า!!!” พูดจบอารัติก็ควักห่อของขวัญออกมาจากกระเป้สะพาย

“ว้าว!!! อะไรคะเนี่ย!!! พี่อาร์ตไปเอามาจากไหน”

“พี่จัดการตอนที่แคทไปซื้อตั๋วหนังน่ะ เปิดดูสิจ๊ะ”

แคทรียารีบแกะของขวัญด้วยความตื่นเต้น มันป็นถุงสีน้ำตาลผูกด้ายสีชมพู เมื่อเปิดออก ข้างในคือหมวกไหมพรมสีเหลืองฝีมือละเอียด

“อุ๊ย!!! นี่หมวกที่เราดูกันเมือกี้นี่คะ ขอบคุณมากค่ะ ถูกใจแคทที่สุดเลย พี่อาร์ตน่ารักจัง จุ๊บ!!”

แคทรียารีบสวมหมวกทันที แล้วกระโดดจุ๊บแก้มอารัติไปหนึ่งที ก่อนที่จะกอดแขนแน่น

“ดึกแล้ว เรากลับกันเถอะ พี่ไปส่งนะ”

“เดี๋ยวค่ะ แคทต้องกลับไปที่คณะก่อน เพราะทิ้งงานไว้ที่ล็อกเกอร์ พรุ่งนี้ไม่มีเรียน แคทต้องเอางานกลับไปทำต่อที่หอ”

“อย่างนี้ไม่ดึกแย่เหรอ”

“ถ้าดึกนักแคทก็ค้างที่คณะก็ได้ เป็นเพื่อนพี่อาร์ตไง ช่วยงานก็ได้นะ แคทอยู่หอไม่กลับก็ไม่มีใครว่าหรอกค่ะ”

“แต่คืนนี้ไม่มีใครค้างที่คณะเลย ถ้าแคทมาค้างกับพี่สองคนจะน่าเกลียดนะ เอาเป็นว่าเรากลับไปเอาของ แล้วพี่ไปส่งแคทที่หอก็แล้วกัน”

 

อารัติพาแคทรียากลับมาที่มหาวิทยาลัย

ทั้งคู่เดินฝ่าความมืดเข้ามาทางประตูด้านกรมศิลปากร ผ่านอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ห้องปั้นของคณะจิตรกรรม แล้วอ้อมขึ้นตึกคณะมัณฑนศิลป์ ซึ่งชั้นสามเป็นที่ทำงานของนักศึกษาปีสี่ที่กำลังจะจบ แคทรียาเดินกอดแขนอารัติมาตลอดทาง ละอองน้ำค้างยามค่ำคืนไม่อาจทำให้เธอเป็นหวัดได้ เพราะสวมหมวกไหมพรมใบใหม่ที่เพิ่งได้รับเป็นของขวัญจากชายที่เธอรัก

สตูดิโอของภาควิชาออกแบบตกแต่งภายในเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ เพดานสูง มีโต๊ะเขียนแบบและล็อคเกอร์ที่นักศึกษาเลื่อนมาวางกั้นเป็นสัดส่วนเพื่อใช้เป็นพื้นที่ส่วนตัว หากต้องการคุยกันก็ชะโงกหน้าข้ามบังตาไปหากันได้ บริเวณที่อารัติอยู่นั้น ติดกับหน้าต่างที่มองออกไปเห็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์อยู่ฝั่งตรงข้าม มุมของอารัติประกอบไปด้วยโต๊ะเขียนแบบสองตัว ล็อคเกอร์ใส่ของโต๊ะเล็กๆ ที่มีอุปกรณ์ชงกาแฟและถ้วยชามจำนวนหนึ่ง ใต้โต๊ะเขียนแบบมีถุงนอนวางสงบรวมอยู่กับกองหนังสือสิบกว่าเล่ม ที่ฝาล็อคเกอร์มีรูปภาพเกี่ยวกับงานออกแบบตกแต่งภายในและภาพนักศึกษาทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องติดอยู่เต็มไปหมด

“แหม มีรูปยัยพิมตั้งหลายใบนะคะพี่อาร์ต รูปแคทไม่เห็นมีเลย”

“อ๋อ เจ้าปั้นมันถ่ายรูปพิมเอาไว้สเกตซ์ทำธีสีดน่ะ สงสัยจะลืมเก็บ แคทมีรูปสวยๆ ก็เอามาติดสิจ๊ะ พี่จะได้ดูเล่นแก้เหงา”

“ไม่ล่ะค่ะ แคทพาตัวจริงมาอยู่เป็นเพื่อนอาร์ตเลยดีกว่า อิอิ”

“อื้ม...ขึ้นมาทุกวันอยู่แล้วนี่เนอะ”

“แคทหมายถึงคืนนี้อ่ะค่ะ จะอยู่ช่วยพี่อาร์ตทำงานชดเชยกับเวลาที่เสียไปตอนหัวค่ำดีไหมคะ”

“แต่คืนนี้พี่อยู่คนเดียวนะ”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ชั้นสองก็มีพวกพี่ดี้กับพี่เกี๊ยงทำงานอยู่ไม่น่าเกลียดหรอกค่ะ งั้นแคทไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ เดี๋ยวจะมาชงกาแฟให้ พี่อาร์ตมีเสื้อให้แคทเปลี่ยนหรือเปล่า”

อารัติอึกอัก แต่ก็ตอบไปว่า

“ขัน สบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัว และเสื้อผ้าสะอาดอยู่ในล็อคเกอร์ครับ”

แคทรียาเดินไปเปิดล็อคเกอร์หยิบอุปกรณ์อาบน้ำและเสื้อยืด-กางเกงเลที่พับอยู่แล้วจึงไปอาบน้ำ

อารัติเสียบปลั๊กกาต้มน้ำ แล้วเดินมานั่งเปิดหนังสืออ่านอยู่ที่โต๊ะเขียนแบบ ตั้งใจว่าเมื่ออาบน้ำเสร็จจะเร่งงานต่อทันที ส่วนแคทนั้นก็ให้อยู่ช่วยตัดเส้นเสียเลย มีรุ่นน้องปีสองและปีสามเดินขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดคงไม่น่าเกลียด

กำลังเปิดหนังสือดูเพลินๆ ก็มีเสียงคนเดินเข้าห้องมา ไม่ใช่เสียงรองเท้าฟองน้ำที่แคทใส่ไปอาบน้ำ แต่เป็นเสียงรองเท้ามีส้น

“ไง นายอาร์ต”

“อ้าว!!! พี่นกมาได้ไงครับนี่”

อารัติทักมนัสชนกด้วยความแปลกใจ เพราะเวลานี้มันเกือบห้าทุ่มแล้ว แถมพี่นกก็ไม่เคยเฉี่ยวมาที่มหาวิทยาลัยหลายปีแล้ว มองข้ามไหล่รุ่นพี่ไปก็เห็นน้องสาวของเธอยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง

“ก็ยัยพิมน่ะสิ ลากพี่ออกมาหัดขับรถ ขับยังไงไม่รู้แวะซื้อกระเพาะปลามาฝากเธอเฉยเลย ชั้นละงง”

ภาพพิมพ์เดินไปหยิบชามแล้วแกะกระเพาะปลาใส่

“พอดีผ่านมา เห็นว่าคืนนี้พี่อาร์ตจะโต้รุ่งก็เลยชวนพี่นกมาเยี่ยม กระเพาะปลาเจ้านี้พี่นกเขาแนะนำค่ะคงอร่อยน่าดู”

“เออ...ย่ะ ชั้นมาเยี่ยม!!!...ชั้นแนะนำ...” มนัสชนกประชดน้องแล้วอมยิ้มอย่างรู้ทัน

ทั้งสามยืนคุยกันอยู่สักครู่ แคทรียาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จนุ่งกางเกงเลสวมเสื้อยืดสีขาวลาย A-R-T ปล่อยผมเปียกสยายก็ก้าวเข้ามา

“อ้าวพิม” แคททักด้วยสีหน้าปกติ ภาพพิมพ์เสียอีกที่เป็นฝ่ายตกใจที่เห็นเพื่อนสาวในชุดนี้และในเวลาดึกดื่นอย่างนี้

          “เอ่อ...แคท นี่พี่สาวเรา พี่นก เป็นศิษย์เก่าที่นี่เหมือนกัน”

          “สวัสดีค่ะพี่นก แคทเรียนปีเดียวกับพิมค่ะ มาช่วยพี่อาร์ตทำธีสีดทุกวัน”

...มาช่วยทุกวัน?...หนอย...อีตาพี่อาร์ต แอบพายัยแคทมาค้างสองต่อสอง ลามกที่สุด แถมยังเอาเสื้อที่เราซื้อให้ไปให้ยัยแคทใส่อีก เคือง เคือง...มาช่วยทุกวันหรือ...แสดงว่าพอพิมกลับแคทก็มาเสียบต่อเลยใช่ไหม...ทุเรศที่สุด!!!...

          “อืม นายอาร์ตนี่คนช่วยเยอะจริงนะ ทั้งคนส่งอาหารทั้งคนช่วยทำงาน”

          มนัสชนกเหน็บ อารัติได้แต่ยิ้มแหยๆ

          “เรากลับกันเถอะค่ะพี่นก พิมง่วงแล้ว ไปนะคะพี่อาร์ต”

          พูดจบภาพพิมพ์ก็เดินนำพี่สาวออกไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้อารัติยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น

          “พี่อาร์ต พี่อาร์ตคะ ทำไมเงียบไปเลย” แคทรียาเข้ามาเขย่าแขนอารัติ

          “เอ่อ..

          “เอ่ออะไรคะ ยัยพิมแวะมาแป๊บเดียวอึ้งไปเลยหรือคะ ทีอยู่กับแคทตั้งหลายชั่วโมงทำเป็นไม่สนใจ พี่อาร์ตเนี่ย ยัยพิมมันสวยตรงไหนคะ ซีดก็ซีด หุ่นก็สู้แคทไม่ได้...พี่อาร์ตอ่ะ!!!” แคทรียาทุบหน้าอกอารัติพลางต่อว่าไม่หยุด

          “คิดมากน่าแคท พี่ไม่มีอะไรสักหน่อย มาทานกระเพาะปลากันเถอะ”

          “ชิ กระเพาะปลายัยพิม แคทไม่กินหรอกค่ะ”

          “อืม...ถึงอยากกินก็คงไม่ได้กินแล้วล่ะ”

          อารัติบ่นเบาๆ เมื่อก้มมองชามกระเพาะปลาที่บัดนี้มันลงไปกองอยู่ในถังขยะเป็นที่เรียบร้อย

โดย ครูอุ๋ย

 

กลับไปที่ www.oknation.net