วันที่ เสาร์ เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

งานปอยหลวงอนุสาวรีย์ครูบาผาผ่า(ต้นหัววัดเข้า)


ต้นเจ้าภาพกำลังรอต้นจากหัววัดต่างๆที่ทางเข้าอนุสาวรีย์ มีการตีกลองกันอย่างครื้นเครง

ทางด้านการแสดงดนตรีด้านทิศใต้ใกล้กับโบส์ถครูบาผาผ่า ก็กำลังบรรเลงกันอย่างสนุกสนาน

                    ขบวนต้นหัววัดต่างๆเริ่มทยอยกันมาแล้วครับท่าน

                   การแห่ต้นก็ฟ้อนกันเข้ามาอย่างที่เห็นนี่แหละ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรสบเมยมาดูแลการจราจรและรักษาความปลอดภัยครับ

         จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็ไม่จำกัดการแห่ต้นครับ อยู่ที่แรงศรัทธาครับ

             ต้นนำก็จะเป็นต้นเจ้าภาพที่แห่ไปรับขบวนแห่ต้นจากหัววัดอื่น

        ต้นหัววัดต่างๆจะทยอยกันเข้ามาในบริเวณอนุสาวรีย์เรื่อยในช่วงเย็น

             ต้นหัววัดดอยเกิ้งและคณะศรัทธาบ้านป่ากล้วย อ.แม่สะเรียง

                        มีการนำนางนกมาฟ้อนและการฟ้อนดาบด้วย

                คณะกลองก้นยาวที่ให้จังหวะการฟ้อนแก่นางนกและสล่าเจิงฟ้อนดาบ

                           ต้นจากหัววัดเข้ามาอีกแล้วครับท่าน

   ต้นหัววัดจะต้องผ่านเข้ามาทางพญานาคคู่ทางด้านทิศตะวันตกของบันไดนาค

ขบวนกลองก้นยาว  ประกอบด้วย กลองก้นยาว ๑ ใบ ฆ้อง ๓  ใบ (ใหญ่,กลาง,เล็ก) และฉาบทองเหลืองขนาดกลาง  ๑  คู่

ผู้ที่แบกต้นจะแห่มารวมๆกัน หยอกเย้ากันอย่างสนุกสนานตามจังหวะเพลงที่บรรเลงโดยวงปี่แน  จากจังหวัดเชียงใหม่

             ต้นก็แห่คนก็ตามมาของวัดใครก็ตามกันไปบ้างฟ้อน บ้างเต้น ครื้นเครงดี

 ต้นของบางวัดก็ทำเป็นต้นเงินใส่ในน้ำต้นหรือคนโท มาร่วมทำบุญได้เหมือนกัน

               เอ้าโห่ เอ้าแห่ ขยับร่างกายฟ้อนรำไปตามเสียงดนตรีบรรเลง

            ศรัทธาล้นหลามมาตามแรงศรัทธา ไม่มีใครบังคับมา มาด้วยแรงบุญ

คุณป้า คุณยาย อุ้ย  และผู้ศรัทธาพากันขึ้นบันไดนาคไปนมัสการพระธาตุครูบาผาผ่า

          ต้นหัววัดสายใต้รวมตัวกันแห่แหนแต่นแต้ มามืดเต็มพรืดไปหมดเลย

ถ่ายลงมาจากพระธาตุครูบาผาผ่า แล้วต้องรีบลงไปถ่ายภาพขบวนแห่สายใต้อีกแล้วครับท่าน

           ลงมาก็ยังเห็นเต้นกันอย่างมากมายหน้าวงปี่แนที่บรรเลงอย่างเมามันส์

ต้นจากสายใต้วัดบ้านไหม้ วัดแม่เกาะ วัดแม่มูด วัดแม่คะตวน วัดแม่สวด กำลังแห่มาทางด้านทิศใต้ผ่านหน้อนุสาวรีย์ครูบาผาผ่าไปเข้าทางด้านหน้าบันไดนาค

              แห่กันมาอย่างสนุกสนาน มากมายก่ายกอง  มองดูระรานตาไปหมด

             ต้นทางสายใต้ก็มา  ทางสายเหนือก็มา เจอกันที่ทางเข้าอนุสาวรีย์

ต้นหัววัดต่างๆมาบรรจบกันตรงทางเข้าอนุสาวรีย์ มองดูแล้วมันอิ่มอกอิ่มใจอย่างไรบอกไม่ถูก หรืออิ่มบุญกันแน่

                  ความสนุกสนานมีให้เห็นกันต่อหน้าต่อตาพาอิ่มใจไปตามๆกัน

              ต้นหัววัดที่นำมาถวาย  เสร็จแล้วนำไปจัดวางเรียงรายไว้

             ญาติโยมศรัทธา พากันไปกราบไหว้รูปเหมือนครูบาผาผ่า ในอนุสาวรีย์

               คลื่นศรัทธาสาธุชนที่พากันเดินขึ้นไปนมัสการพระธาตุครูบาผาผ่า

ผามเลี้ยงข้าวหรือโรงอาหารงานปอยหลวงนั่นเอง  หิวก็มากินได้ไม่จำกัด มาทานกันทุกเชื้อชาติ   คนเมือง กะเหรี่ยง ม้ง  ได้หมดอาหารมื้อเย็นนี้ ผัดวุ้นเส้นใส่กะหล่ำปลีและแกงเขียวหวาน อร่อยดีครับ

ต้นหัววัดที่จัดเรียงไว้อย่างสวยสดงดงาม  ตามประเพณีของชาวเหนือเป็นศิลปะพื้นบ้านจริงๆ หาดูได้ไม่ง่ายนักนะ จะบอกหื้อ

ต้นหัววัดแม่กองแป  อำเภอแม่สะเรียง  แห่เข้ามาเป็นรายล่าสุด เล่นเอาเกือบมืดเหมือนกัน  มาช้าดีกว่าไม่มาจริงๆ

     บรรยากาศก่อนจะมืดตอนที่ต้นหัววัดแม่กองแปเข้ามาในบริเวณอนุสาวรีย์

ต้นสี่ต้นนี้  ต้นแรกสีกลักถวายครูบาศรีวิชัย  ต้นสีขาวถวายครูบาขาวปี  ต้นสีเหลืองถวายครูบาผาผ่า  อีกต้นเป็นข้าวของเครื่องใช้ ขนม นมเนย ถวายครูบาเจ้าสามต๋นคือครูบาศรีวิชัย ครูบาขาวปี และครูบาผาผ่า ซึ่งทั้งสามครูบานั้นเป็นผู้ที่นับถือซึ่งกันและกัน ดังเรื่องเล่าที่กล่าวขานกันนานมาว่า  วันหนึ่งเด็กวัดและพระหน้อย(สามเณร) ได้เล่นซ่อนหากันตอนหัวค่ำ  มีพระหน้อย รูปหนึ่งไปแอบเข้าไปนอนใต้เตียงของครูบาผาผ่า  แล้วเผลอหลับไป  พอสดุ้งตื่นขึ้นมาได้เห็นแสงตะเกียงและเสียงคนคุยกันก็เลยคลานออกมา  พบตุ๊เจ้า ๓  ต๋น (พระภิกษุ ๓ รูป) ก็คือครูบาผาผ่า ครูบาศรีวิชัย และครูบาขาวปี นั่นเอง  ทั้ง ๓ รูป) กำลังนั่งคุยกันอยู่ พอเห็นสามเณรน้อยคลานออกมา  ครูบาผาผ่าเลยบอกว่าอย่าได้เที่ยวไปพูดกับใครๆว่าเห็นครูบาทั้ง ๓ นั่งคุยกันอยู่   จนกระทั่งครูบามรณภาพไปแล้วถึงได้ทราบเรื่องกัน  ผู้เขียนเองก็ไปสอบถามและได้ยินจากปากของ อดีตสามเณรรูปนั้น (ซึ่งไม่ขอเอ่ยนามเนื่องจากได้ขอร้องไว้)  นี่แหละคงเป็นต้นเหตุที่ได้ทำต้นถวาย ๓ ครูบานั่นเอง

อนุสรณ์สถาน ที่พระราชทานเพลิงศพครูบาผาผ่า ข้างหน้าอนุสาวรีย์ครูบาผาผ่า

โดย ธงดำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net