วันที่ จันทร์ เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หมอนวดชาย...เกอิชาหรือผู้ชายขายน้ำ?!?


กลิ่นน้ำมันหอมระเหยลอยจางจาง

ขณะที่ผมรื้อผ้าคลุมเตียง ผ้าคลุมหมอน และเก็บอุปกรณ์จุกจิกประดามี

ลูกค้าหนุ่มหล่อร้ายกาจอาบน้ำและอบตัวอยู่ชั้นล่าง

และคงจะเนิ่นนานพอที่ผมจะคืนสภาพ ห้องนวดให้กลับคืนสู่สภาพพร้อมใช้งาน

เพลงบรรเลงพริ้วไหว ,ดุจจะบอกผมให้ปลง ทำใจ และปล่อยวาง

ถึงที่สุดแล้วก็คืนสู่ความว่างเปล่า ไร้ความมีอยู่ ไร้อดีต ไร้อนาคตใดใด

.....

เนิ่นนานแล้วที่ผมเลือกงานสายนี้

มันคืองานที่ผมรักและมีความสุข

กระหรี่ หมอนวด เทอราปิสต์  ผู้บำบัด พนักงานสปา หรือ 'เกย์อิชา' สุดแท้แต่ใครจะเรียกขาน

สุดแท้แต่ใครจะเรียกใช้งาน, ผ่านเข้ามาและลาจากไปในที่สุด

ผ่านเข้ามาและลาจากไปตามวิถีทางของแต่ละชีวิต

.....

ผมปิดเครื่องปรับอากาศและเปิดหน้าต่างระบายอากาศ

กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยกรูเกรียวกันออกสู่โลกภายนอก

ออกจากห้องนวดอันสงบสงัด เร่าร้อน และเย็นชา

ผมเปิดประตูห้องนวดด้านตรงข้ามกับหน้าต่าง

สายลมเย็นเย็นก็โชยพัดเข้ามาขับไล่กลิ่นเหงื่อไคล ความผูกพัน  คราบความใคร่ ฟีโรโมน

และเศษขยะของภวังค์จิตลอยออกไป

....

ลูกค้าหนุ่มหล่อร้ายกาจ นักธุรกิจสัญชาติมะริกันเดินควงแฟนหนุ่มชาวไทยลาจากไป

หลังจากดื่มชาตะไคร้น้ำผึ้งและผลไม้สดเย็นจัด

เหลือทิ้งไว้เพียงคำชมจากมารยาทอันลากดินของเขา และเงินค่าตัว เงินพิเศษ  หรือทิปอันสูงลิบไว้เบื้องหลัง

รถยนต์สีเปลือกมังคุดใหม่เอี่ยมสัญชาติบ้านเกิดเขา,ทะยานไปตามถนนรอบคูเมือง

แล้วหายไปในกลุ่มควัน ฝูงชน และซอกหลืบของเมือง

.....

ผมตามเก็บถ้วยชา จานผลไม้ ผ้าเช็ดตัว ชุดคลุม รองเท้าผ้า

และตรวจดูความเรียบร้อยของห้องอาบน้ำ ห้องอบไอน้ำ ให้คืนสู่สภาพพร้อมใช้งาน

เสียงเพลงบรรเลงที่เคยไพเราะน่าฟัง กลับให้ความรู้สึกเศร้า เหงา เวิ้งว้างและเลือดเย็นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ถ้อยคำรักพยางค์สวาทตกค้างอยู่ในถ้วยชา  ,พร้อมกับลมที่ออกมาจากริมฝีปากอันเย้ายวน

ความเป็นผู้เหนือกว่าทางวัฒนธรรมมันได้เปรียบอย่างนี้นี่เอง

แววตาของผมในกระจกเงาบานใหญ่เปลี่ยนจากเลื่อนลอยเป็นแข็งกระด้าง

ดุจแววตาของตัวร้ายในละครน้ำเน่าที่ยึดครองตลาดละคร ของสยามประเทศ

  ศักดิ์ศรีของเกย์ชนบท ถูกปลุกด้วยการตระหนักรู้ในรหัสทางวัฒนธรรม,ที่ถูกส่งมาผ่านเงินพิเศษก้อนใหญ่

ทิปก้อนนี้ผมแลกมาด้วยจิตวิญญาณของสามัญชน 

 และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ในรัฐอาณานิคมที่ไม่เคยตื่นรู้

การเป็นเมืองขึ้นที่ไม่เคยรู้สึกอยากปลดปล่อย ปลดแอก หรือออกจากอำนาจใดใด

ถ้ากระทรวงพิทักษ์ความคิดอ่านของพลเมือง รู้ความคิดของผมคงยิ้มเยาะมุมปากในความร่านที่อ่อนเดียง

หรือไม่ก็ต้องส่งผมไปปรับความคิดอ่านที่เกาหลีเหนือหรือมหานครปักกิ่งเป็นแน่ 

.....

ลมก่อนฝนพัดยอดลิ้นจี่ ต้นไผ่ โยกคลอนดังจะรื้อถอน

กำแพงสถานกงสุลจีนอีกฟากฝั่งคูเมืองดูแข็งแกร่งและน่ากลัวกว่าทุกทุกวัน

รถยนต์ของรีสอร์ตชื่อดัง จอดสนิทหน้าสปาอันร่มคลึ้ม

ชายหนุ่มรูปหล่อสงบสงัด ผู้จัดการรีสอร์ตข้ามชาติชาวยุโรปก้าวลงจากรถยนต์หรู

บรรดา'เกย์อิชา'แห่งประเทศราชต่างวิ่งกันให้พล่านไปฉีดน้ำหอมและขอพรจากเจ้าที่เจ้าทาง

ในเมื่อเขาไม่ได้มาเพียงเสื้อ กางเกง รองเท้า และกางเกงในอันแพงระยับเท่านั้น

หากเขาคือชายผู้แฝงฝังและเอิบอาบไปด้วยความเป็นผู้ดียุโรป

ที่เตะโด่งหนุ่มหล่อร้ายกาจชาวมะริกันให้หลุดวงโคจรโลกไปเลย

ทิปของเขาเพียงพอต่อค่าห้องพัก ค่าอาหาร ค่าน้ำหอม ค่างวดรถ  ค่าอะไรต่อมิอะไร

และเงินส่งกลับบ้านนอกของเหล่า'เกย์อิชา'

......

สายลมต้องยอดไม้ ดวงจำปาร่วงคว้างลงสู่ผืนดิน

วันแล้ววันเล่าเดือนผ่านปีผ่าน

วันแล้ววันเล่าที่เขาเหล่านั้นตะเกียกตะกายที่จะไปสู่ฝั่งฝันของแต่ละคน

วันแล้ววันเล่าที่เขาเหล่านั้น หัวเราะ ร้องไห้ เยะเย้ย ถากถาง

และโลดแล่นอยู่บนโลกอันเลื่อยลอย

กี่วันกี่ปีที่ล่วงผ่าน

กี่ฝนกี่ร้อนที่ล่วงเลย

บัดนี้ผีเสื้อสีสวยเหล่านั้นล้มหายตายจากวงการสปาในม่านเมฆไปแล้ว

เปิดทางให้ดักแด้รุ่นใหม่ได้โบยบินเป็นผีเสื้ออันงดงามในเช้าวันใหม่

และมันจะยังคงเป็นเช่นนี้อีกนาน  อีกนาน และอีกนาน

 

วันจันทร์ ที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๒
ผมเขียนข้อเขียนนี้ขึ้นเพื่อรำลึกถึงความหลังอันนานเนิ่นของผม และผองเพื่อน ผู้มีชีวิตที่รื่นเริง  และรื่นรมย์กับความเศร้า เหงา ในสปาหรูสำหรับลูกค้าผู้มั่งมี จากระบบสังคมที่คงไว้ซึ่งโครงสร้างของอำนาจที่เลื่อมล้ำ   การแย่งชิง การใส่ร้ายป้ายสี การเรียนรู้ที่จะอยู่กับความแตกต่างของลูกต่างพ่อต่างแม่
ณ วันนี้ทุกคนต่างแยกย้ายไปตามวิถีทางที่เลือกได้บ้าง หรือต้องจำใจต้องเลือกบ้าง บางคนมั่งมี บางคนมาดมั่น บางคนดำดิ่ง บางคนก็ปล่อยวาง หากยังเหลือค้างอยู่เพียงลูกชายเศรษฐีเมืองไม้สักทอง ที่ยังอยู่นานและทานทนตราบทุกวันนี้
ตุลาคมที่ผ่ามามีงานเจ็บงานตาย เขาเหล่านั้นมาร่วมงานกันศพผู้ใหญ่คนสำค้ญของสปา ลึกลึกข้างในใจเขาก็ต้องการกันและกัน หากจะต้องการเพียงใดอย่างไร ผมก็ไม่อาจหยั่งรู้ได้  

โดย รวิน

 

กลับไปที่ www.oknation.net