วันที่ อังคาร เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โบสถ์จมน้ำ เมืองบาดาล อันซีนไทยแลนด์


ณ ที่ซึ่งเขาเรียกกันว่าอันซีนไทยแลนด์  เมืองที่จมอยู่ใต้บาดาล วัดที่เคยเป็นศูนย์รวมใจของชาวมอญ  ซึ่งหลวงพ่ออุตตมะ"เทพเจ้าของชาวมอญ" ผู้ให้ความช่วยเหลือแก่ชาวมอญไร้สัญชาติในสังขละบุรีมาโดยตลอดพระผู้เป็นที่เคารพสักการะของชาวมอญและชาวไทยเป็นอย่างมาก

ตามความอยากของอารมณ์ เช้าวันที่หมอกเบาบาง จึงหอบลูกจูงหลานนั่งเรือหางยาว ออกจากแพลุงเณร  มุ่งหน้าสู่วัดวังก์วิเวการามเก่า  ในบริเวณที่เรียกว่า "สามประสบ" คือเป็นจุดที่แม่น้ำรันตี แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำซองกาเลียมาบรรจบกันรวมเป็นแม่น้ำแควน้อย

หลังจากที่มีใบบอกจากทางการให้ย้ายบ้านไปหลังเขา จะสร้างเขื่อนเพื่อบรรเทา...เอ้อ!..ไม่ใช่ ?  นึกถึงเขื่อนแล้วก็อดนึกถึงคนหลังเขามีเขื่อนกั้นของน้าแอ๊ดไม่ได้สักที แบบว่ามีฝังลึกอยู่ในใจมาเนิ่นนาน

ทางการสร้างเขื่อนเขาแหลม เก็บกักน้ำเมื่อปี 2527 น้ำเหนือเขื่อนจึงท่วมสูงขึ้น เป็นเหตุให้ต้องมีการอพยพบ้านเรือนและชุมชนต่างๆ ในบริเวณนี้ออกไป และปล่อยให้สายน้ำท่วมจมทุกสิ่งทุกอย่างลงใต้น้ำกลายเป็นเมืองบาดาล รวมทั้งวัดวังก์วิเวการามด้วยก็เอวัง.... รวมทั้งอีกสองวัดที่อยู่ใกล้เคียงกันก็จมหายไปใต้น้ำ เช่นกัน 

หากใครได้มาเยือนทะเลสาบเหนือเขื่อนในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. ก็ได้ยลโฉมซากวัดวังก์วิเวการามใต้น้ำได้ชัดเจนขึ้น เพราะน้ำจะลดระดับลง จนสามารถลงจากเรือไปเดินชมซากโบสถ์ วิหาร ซุ้มประตู และหอระฆังที่ยังหลงเหลืออยู่ได้อย่างใกล้ชิด แต่หากมาในช่วงอื่นก็อาจได้เห็นเพียงยอดของสิ่งก่อสร้างที่ลอยพ้นน้ำขึ้นมาตามแต่ช่วงเวลาของน้ำในเขื่อน

หลังจากที่น้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเดิมแล้ว วัดวังก์วิเวการามก็ได้ย้ายขึ้นมาปลูกสร้างบนเนินเขา

หากประสงค์จะชมโบสถ์ใต้น้ำโดยฟังประวัติของวัดและหลวงพ่ออุตตมะไปด้วยก็ติดเรือของแพดอกบัว ที่เชิงสะพานมอญ(สะพานไม้) ฝั่งหมู่บ้านมอญ จะให้ข้ามมารับที่แพลุงเณรก็ได้ ค่าเรือเหมาลำ สองร้อยห้าสิบบาท นั่งได้ประมาณสิบคน  คนชอบถ่ายรูปควรออกเดินทางจากเวลาแปดนาฬิกา(สองโมงเช้า) เพื่อให้ได้เงาภาพที่สวยงาม แต่ผมหาเงาไม่เจอคงเพราะช่วงนี้หมอลักษณ์ฟันธงว่าไม่ค่อยมีเงาหัว ??? (มีแต่หัวหงอก...!!!!!)

ถ้ามีเวลาพักค้างคืน แนะนำสามประสบรีสอร์ท (ไม่ได้ค่าโฆษณานะเนี่ย) เพราะอยู่ใกล้เดินลงไปที่สะพานประมาณ ร้อยห้าสิบเมตร ไม่ทันเหนื่อยก็ถึงสะพานไม้แล้ว แพลุงเณรอยู่ใกล้ๆ กัน   หรือจะเดินไปตามสะพานถึงแพดอกบัวก็ได้ ถ้าตื่นเช้า ๆ ไปใส่บาตรพระมอญที่ฝั่งหมู่บ้านมอญท่ามกลางสายหมอกในม่านบุญ

เดือนเมษายนแบบนี้น้ำคงแห้งลงจากเรือเดินเข้าชมภายโบสถ์วิหารได้แล้ว

แต่นั่งดูในเรือก็ได้ความรู้สึกเย็นสดชื่นดีกว่าเดินกลางแดดจัดจ้า หรอกนะ ว่าไม๊?

โดย sunsmile

 

กลับไปที่ www.oknation.net