วันที่ อังคาร เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นายกฯ VSผบ.ทบ.!! 2ประสาน...ผมเอาชีวิตเป็นเดิมพัน??


ปัญหาของรัฐบาลกับทหารที่เป็นรอยร้าวเล็กๆ ก่อนหน้านี้ วันนี้ได้หายไปอย่างสนิทใจ บทเรียนความผิดพลาดที่เกิดจากการไม่นำแผนการจัดวางกำลังเพื่อป้องกันสถานที่ประชุมสุดยอดอาเซียนของกองทัพมาใช้ประโยชน์ จนทำให้การประชุมอาเชียน 14 +3 +6 ล้มไม่เป็นท่า กลับกลายเป็นผลดี เป็นมิติใหม่ของการแก้ไขปัญหาชาติ

ยิ่งเหตุการณ์ไล่ล่านายกฯ ทุบทำร้ายคน ทำลายรถยนต์ ที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทย สำทับย้ำสัญญาณผิดปกติบางสิ่งบางอย่าง การสอดประสานคล้ายกับจะมีแผนการถึงขั้นปล่อยให้ผู้นำประเทศได้รับอันตราย วันนี้เหตุการณ์เหล่านั้นทำให้เคลียร์ข้อสงสัยได้แทบจะทุกเรื่อง เคลียร์ทุกความหวาดระแวง ได้รู้ความจริงว่าใครคือมิตรแท้ ใครที่ไว้ใจไม่ได้ และที่สำคัญกลายเป็นว่าสามารถเจาะลึกเข้าไปถึงโครงข่าย"รัฐตำรวจ"ของ"นช.ทักษิณ"ได้บางส่วนอีกด้วย

"ผมยอมรับว่า ตำรวจ 99% แดงหมด อีก 1% อยู่ข้างเรา 1% ก็คือ พล.ต.อ.พัชรวาท" คำสารภาพของ"นายสุเทพ" ที่สามารถหยุดการเตรียมจะขอลาออกของ"นายกอภิสิทธิ์" จนกลายเป็นผู้ตื่นผู้รู้ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป

ทั้งนายกอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และพล.ต.อ.พัชรวาท แสดงบท"ลูกผู้ชายตัวจริง" รู้ตัวว่าทำงานพลาด รับผิด เดินหน้า ไม่ละทิ้งหน้าที่ดูแลแผ่นดิน ...เดินเข้าสู่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์(ร.1 รอ.) เพื่อขอความช่วยเหลือจาก พล.อ.อนุพงษ์ และสิ่งที่ได้มาก็ไม่ผิดหวัง หลังจากที่มอบความไว้วางใจให้ "ขงเบ้ง"ตัวจริง เสียงจริง การระดมเหล่าเสนาธิการระดับมันสมองชั้นหัวกระทิเท่าที่มีอยู่ในมือของกองทัพทั้งหมดจึงเริ่มขึ้น เริ่มตั้งแต่การวางแผนการปรับเปลี่ยนรูปแบบยุทธวิธีใหม่หมด วางหมากเดินหน้าล้างบาง"ระบบทักษิณ"แบบเต็มลูกสูบ ในรูปแบบที่เป็นขั้นเป็นตอน เหมือนอย่างที่เคยเอาชนะ จนทำให้"นช.ทักษิณ"ถูกดำเนินคดี ยึดทรัพย์ และไม่มีแผ่นดินจะอยู่

เหตุการณ์ตอบโต้ในหลายรูปแบบ อย่างทันกัน รอบครอบ ค่อยเป็นค่อยไป ทิ้งช่วงรอเวลา การสลายเสื้อแดงป่วนบ้านเผาเมือง จึงยุติลงในเวลาอันรวดเร็วโดยปราศจากการเสียชีวิตจากการปฏิบัติการของทหาร 

ทันทีที่แกนนำเสื้อแดงเพลี้ยงพล้ำถูกล๊อคตัวดำเนินคดีบางส่วน และส่วนที่เหลือหนีหายตัวไป เหล่าบรรดานักการเมือง สส.เพื่อไทยลุกออกมานอกสภาฯ เดินหน้าสวนหมัดลุยใส่ทันที แตะมือเปลี่ยนตัวหมากที่เล่นบนกระดานแบบให้เกิดการต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น การกลับกลายเป็นว่าสภาพ"ฝ่ายทักษิณ"วันนี้ย้ำแย่ลงเรื่อยๆ  

(ข่าว) : "...พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า “ อยากยืนยันว่า การปฏิบัติที่ผ่านมา ไม่มีการเสียชีวิตของประชาชนคนไทยแม้แต่คนเดียว ในส่วนการปฏิบัติของทหาร ขอยืนยันว่า ไม่มีการใช้ความรุนแรงกับประชาชน ผมกล้าที่จะยืนยัน และขอเรียนประชาชนว่า ขอให้มั่นใจ ผมเอาชีวิตของผมเป็นเดิมพัน ถ้ามีการที่ทหารไปทำใครตายอย่างที่เขาลือกัน ผมเอาชีวิตตนเป็นเดิมพันให้ได้ และไม่ต้องสงสัยอีก ”..."

คำสัมภาษณ์ที่ไม่ธรรมดาของท่าน ผบ.ทบ.พล.อ.อนุพงษ์ ซึ่งคนระดับนี้พูดประโยค"ความตาย"เช่นนี้ ย่อมมีนัยมากกว่าหนึ่งอย่างแน่นอน?

1. ต้องการให้ความมั่นใจ ให้กำลังใจ กับนายกอภิสิทธิ์ เมื่อได้ฟังก็จะรู้ว่า นายกฯ ไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว มีผู้ใหญ่คนหนึ่งที่พร้อมจะร่วมเป็นร่วมตายกับท่านแล้ว  ให้สติที่ว่าคนที่จะยืนสู้กับ"ระบบทักษิณ"ต้องหนักแน่น มั่นคง หัวใจไม่หวั่นไหว แม้"ความตาย" (มีนายสนธิเป็นตัวอย่าง "เกือบตาย")

2. ต้องการสื่อไปถึง"นช.ทักษิณ" ว่า งานนี้ พล.อ.อนุพงษ์ พร้อมจะพลีชีพให้ผืนแผ่นดินแล้ว เปิดตัวออกหน้าปกป้องรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ อย่างเต็มที่ แบบไม่มีการสงวนท่าทีอีกต่อไป

3.  ท้าชนกับเหล่าสมุนทั้ง สส. ทั้งแกนนำคนเสื้อแดง ให้รู้เลยว่า ผบ.ทบ.คนนี้เห็นเงียบๆ แต่ไม่ได้วางตัวเฉยให้ตีความไปเรื่อย แน่จริงเอาชีวิตมาแลกกันได้

4.  ต้องการสื่อถึงพี่น้องประชาชนคนไทย เพื่อสยบข่าวลือเรื่องมีคนตายจากการสลายการชุมนุมโดยปฏิบัติการของทหาร

เมื่อนายกอภิสิทธิ์ได้ใจของ ผบ.ทบ.พล.อ.อนุพงษ์ มาแล้ว การทำงานแบบไม่ต้องสงวนท่าที และมีความสบายใจ โดยมีทรัพยากรสำคัญด้านมันสมองใน พล.ร.1 รอ. เป็นเบื้องหลังให้ จึงเกิดขึ้น

และไม่ว่าประโยค"ความตาย"ของพล.อ.อนุพงษ์จะมีผลต่อ"ฝ่ายทักษิณ"หรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยท่านเองก็ได้ใจของ นายกอภิสิทธิ์ คนนี้เช่นกัน

เมื่อได้มือดีเข้ามาช่วยงานเพียบ ทั้งบุ๋น ทั้งบู๊ ขนาดนี้แล้ว นายกฯ ไม่จำเป็นต้องกลัวใครหน้าไหนอีกต่อไป "ปฏิบัติการทางกฎหมายล่าทั้งระบบ"จึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่าทีนุ่มนวล ใจเย็น สุขุมของนายกฯ ไม่มีให้เห็นอีกต่อไป เป้าหมายสำคัญคือต้องจบปัญหาให้ได้ในเร็ววัน ป้องกันไม่ให้บ้านเมืองเสียหาย และแย่มากไปกว่านี้ บานปลายเป็นบานปลาย แตกหักเป็นแตกหัก? รัฐบาลอยู่ได้หรือไม่ ไม่ต้องไปคำนึงถึงกันอีกต่อไป สำคัญต้องหยุดปัจจัยต่างๆ ที่จะนำไปสู่ "กลียุค" ให้ได้

(ข่าว) : "...เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายศาลลุยตรวจค้นสื่อของกลุ่มคนเสื้อแดง โดย พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.พร้อมกำลังตำรวจกองปราบปราม และตำรวจ สน.โชคชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจสื่อสาร เจ้าหน้าที่ทหารสื่อสาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เข้าตรวจค้น ห้องส่งสัญญาณสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ดี สเตชั่น ที่ชั้น 5 ห้างบิ๊กซีลาดพร้าว (ห้างอิมพีเรียลเดิม) แขวงและเขตวังทองหลาง โดยได้อายัดเครื่องส่งสัญญาณวิทยุไว้จำนวนหนึ่ง...."

เริ่มจากการปิด"สื่อ"ที่บิดเบือน เสนอข่าวออกไปในแนวทางยุยงส่งเสริมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองของเหล่าบรรดาเสื้อแดงทุกรูปแบบ และแล้ว D-Station คือเป้าหมายแรกๆ ที่ปฏิบัติการลุยเป็นลำดับต้นๆ  

ต่อมาคือ สทท.หรือ NBT สัญญาลักษณ์ใหม่ ที่เลิกใช้บริการของนายสาธิต และนายเนวินโดยสิ้นเชิง ผังรายการจึงถูกวางใหม่เป็นระบบ และมีรูปแบบมากขึ้น จิตวิทยามวลชนถูกนำมาใช้เต็มรูปแบบ ทีมออกแบบมีเป้าหมายนำเสนอชัดเจน และเข้าถึงเนื้อหามากขึ้น ตรงจุด ตรงประเด็น

(ข่าว) : "...นายสาทิตย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงการสั่งปิดสถานีวิทยุชุมชนหลายแห่งของเครือข่ายคนเสื้อแดง .........ในพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ส่วนนอกพื้นที่ก็มีสถานีวิทยุชุมชนที่สำคัญๆ ที่อุดรธานี เชียงใหม่และเชียงราย ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการปลุกปั่น ปลุกระดมมวลชนให้เข้าร่วมชุมนุมจนเกิดเหตุจลาจล....... ส่วนที่ว่าการตรวจและยึดเครื่องส่งวิทยุของสถานีวิทยุชุมชนบางแห่งเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุนั้น ..."

ตามด้วยการไล่ปิดสถานีวิทยุชุมชนที่มีปัญหาทั่วประเทศ แบบไม่ห่วงจะเกิดการขัดขวางหรือไม่ หรือมีปัญหาทางข้อกฎหมาย เพราะเกมส์นี้ถูกควบคุมไว้เกือบจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว คำสั่งเด็ดขาดจากข้างบน หากปฏิบัติการไม่ได้ ย้าย ปลด มีให้เห็นแน่ไม่ใช่แค่คำขู่

หลังจากที่ผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงสลายไปจากทำเนียบรัฐบาลแล้ว ขั้นตอนการดำเนินคดีกับเหล่าบรรดาแกนนำทุกคน แบบไม่มีการยกเว้น แม้แต่"นช.ทักษิณ"ที่โฟนอินบัญชาการมาจากเมืองนอกนั้น เข้มข้นอย่างไม่เกินความคาดหมาย ........ "หนี"คือคำตอบสุดท้ายของเหล่าแกนนำที่เหลือที่ยังไม่ได้ถูกควบคุมตัวเอาไว้

(ข่าว) : "...พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวเมื่อวันที่ 19 เมษายน ว่า ตำรวจขอออกหมายจับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ก่อเหตุพยายามฆ่านายกฯที่กระทรวงมหาดไทย จำนวน 20 ราย แต่ในสำนวนการสอบสวนที่ขอหมายจับต่อศาลนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเพียงภาพถ่าย ยังไม่ทราบชื่อ ที่อยู่ของผู้ต้องหา จึงขอความร่วมมือจากประชาชน ถ้าหากทราบหน้าของผู้ต้องหาในภาพถ่าย ชื่อที่อยู่และแจ้งเบาะแส จนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ จะมีรางวัลนำจับให้รายละ 50,000 บาท ผู้ต้องหามีทั้งหมด 20 ราย เป็นเงินรางวัลนำจับรวม 1 ล้านบาท..."

ปฏิบัติการประกาศค่าหัวล่าตัว"ผู้ร้ายพยายามฆ่าผู้นำประเทศ" ข้อหาที่หนักอึ้ง จึงเกิดขึ้น แบบไม่ต้องสมานฉันท์กับโจร ไม่มีการให้อภัยใจเย็นอีกต่อไปแล้ว จะถือว่า "เฉือดไก่ให้ลิงดู"ก็ไม่ว่ากัน  แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ลิงเริ่มชะงักเหมือนกัน ไม่กล้ารับ 200 หรือ 500 มาป่วน เกิดความรู้สึกว่า"ได้ไม่คุ้มเสีย" งานนี้อาจโดนพรากลูกพรากเมียพรากผัว เข้าไปนอนอยู่ในคุกก็เป็นได้

(ข่าว) : "...วันนี้ (20 เม.ย.) พ.ต.ท.สุขทัศน์.... รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.ชลบุรี แถลงว่า หลังจาก สภ.พัทยา ออกหมายจับผู้ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ขู่เข็ญจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความเสียหาย เมื่อวันประชุมอาเซียนบวก 3 บวก 6 ที่โรงแรมรอยัล พัทยา นั้น เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา? ได้จับกุมตัวนายรณชัย คงรอด อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 ต.กงไกลาส ต.ตะพานหิน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร หนึ่งในกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ถูกออกหมายจับ ได้ที่ซอยกอไผ่ พัทยาใต้ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี?? ..... นอกจากนี้ยังมี น.ส.สำรวย แสงสภา อายุ 44 ปี บ้านอยู่ ต.สามกอ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา อีกคนที่ถูกหมายจับในข้อหาเดียวกันนี้ ได้เข้ามามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.พัทยา ด้วยเช่นกัน..."

ที่ดุเดือดกำลังจะตามมาคือการดำเนินคดีคนเสื้อแดงที่เข้าไปป่วนการประชุมอาเซียน14 +3 +6 แบบยกเข่ง..... ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ไม่ว่าจะมีอาชีพใด หากได้เข้าร่วมสร้างความวุ่นวายทำลายภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ คุณกำลังได้รับสิทธิ์(ในการรับโทษ)นั้นเดียวนี้

ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ การรุกไล่ครั้งนี้รวมไปถึง การรวบรวมข้อมูลภาพถ่ายไม่ว่าจะมาจาก กล้องวงจรปิดทั่วกรุงเทพฯ หรือ จากสื่อทุกแขนง ที่แสดงให้เห็นว่า "บุคคลใด"ได้กระทำการป่วนบ้านเผาเมืองในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ทั้ง กทม. และต่างจังหวัด ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน... ปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นการบีบให้เหล่าผู้ร้าย มุดลงใต้ดินสู้แบบหัวชนฝา หมาจนตรอก หรือไม่?  เป็นเรื่องของอนาคตที่ต้องจับตากันดีๆ

(ข่าว) : "...นายจักรภพ เพ็ญแข ........... 1 ใน 37 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับฐานเป็นผู้นำและยุงยงให้เกิดเหตุจลาจลขึ้น ซึ่งขณะนี้หลบซ่อนตัว โดยไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน  ให้สัมภาษณ์จากสถานที่ที่ไม่เปิดเผยระบุว่า การต่อสู้ของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลยังไม่ยุติ และเตรียมแผนที่จะปฏิบัติการอีกในเร็วๆนี้  หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไม่เสนอแนวทางสมานฉันท์ที่แน่วแน่มั่นคงให้กับพวกตน ซึ่งได้วางแผนที่จะหลบอยู่ใต้ดินนานเท่าที่จำเป็น การต่อสู่ในไทยมันไปไกลเกินกว่าจุดที่จะยอมยกเลิกไปเฉยๆแล้ว นี่คือจุดที่ไม่ว่าฝ่ายไหนตากก็สามารถระดมผู้เข้าร่วมจำนวนมหาศาลได้ แล้วเมื่อคุณมีพลวัตรทางการเมืองแบบนี้อยู่ ไม่มีใครบอกได้จริงๆหรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นเป็นลำดับถัดไป"...."

(ข่าว) : "......นายจตุพรกล่าวว่า"หากมีหลักฐานว่ามีคนตายจริง กองทัพใช้อาวุธจริง พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมที่จะผูกคอตายที่ท้องสนามหลวงหรือไม่"......"

ตอนนี้ภาพของคนไม่กลัวตาย ไม่เลิกรา ของบรรดาเหล่าระดับแกนนำของ"ฝ่ายทักษิณ" ก็เริ่มปฏิบัติท้าชน ประกาศยุทธวิธี"เนลสัน ไทยแลนด์"สู้.. รวมไปถึงการเคลื่อนไหวแบบไม่ต้องนึกถึงอะไรกันแล้วของบรรดา สส.ในพื้นที่ต่างๆ ... ข่าวการเริ่มรวบรวมมวลชนครั้งใหญ่ ในแต่ละพื้นที่มีให้เห็นกันบ้างแล้ว  และที่เข้มข้นมากคือการขยาย"ข่าวลือ"ให้ออกไปเป็นวงกว้างให้ได้มากที่สุด สุดท้ายประชาชนผู้น่าสงสารก็กลายเป็นเยื่อของการเมืองต่อไป

ในขณะเดียวกันนายกอภิสิทธิ์เปิดเกมส์ในสภาฯ ชูประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ และอาจจะเลยไปถึงการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไข  การออกมาครั้งนี้ถือว่าเป็นการผลักดันให้เหล่าบรรดา สส.พรรคเพื่อไทย เลิกใช้ เวทีนอกสภาฯ เป็นสถานที่ดำเนินการทางการเมือง  ในทันทีก็ได้รับเสียงตอบรับจากนายจตุพร ในทำนองรู้ทันว่า รัฐบาลซื้อเวลา ให้สัมภาษณ์สื่อเตือน สส.ฝั่งตัวเองไม่ให้ตกหลุดพราง?

เมื่อได้บทสรุปยุทธวิธี แผนปฏิบัติการ กลยุทธ ตัวหมากที่จะเดินเกมส์พร้อมสรรพ ฝ่ายกองทัพอาสาดูแล เป็นกันชน เตรียมทีมปะทะ กับปฏิบัติการใต้ดิน"เนลสัน ไทยแลนด์"ของ"ฝ่ายทักษิณ", นายกฯ เล่นบทดึง สส.เพื่อไทยเข้าไปสู้ในสภาฯ เปิดเกมส์ด้านนิติบัญญัติ และสุดท้าย การแก้ตัวครั้งสำคัญของพล.ต.อ.พัชรวาท ที่รับดูแลเคลียร์สถานการณ์โดยเป็นเครื่องมือของกฎหมายเต็มรูปแบบ ทุ่มกำลังทุกภาคส่วน ไล่ล่า จับ ดำเนินคดี

ท่ามกลางเหตุการณ์คาบลูกคาบดอก ยังหาสงบไม่ได้ แกนนำพันธมิตรคนสำคัญอย่าง"นายสนธิ" กลับถูกถล่มกลางกรุงฯ ถือว่าเป็นปฏิบัติการเย้ยกฎหมาย เย้ยการบริหารงานประเทศของรัฐบาล อย่างไม่ไว้หน้า ไม่สนแม้แต่ พรก.ฉุกเฉิน ที่มีบรรดา ผบ.เหล่าทัพดูแลสถานการณ์อยู่ งานกฐินครั้งนี้ไม่ว่าจะใหญ่มาจากไหน ไม่ว่าจะมีเงินมากเท่าไร หากประกาศจุดยืน เลือกข้างให้เห็นแล้ว งานนี้ไม่มีละเว้น ยกให้เหมือนที่ผ่านมา

ถือได้ว่าเป็นที่มาของภาพการนั่งเรียงแถวของระดับขุนพลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการให้ปรากฎต่อสายตาของทุกคนไปทั่วประเทศ การแถลงข่าวครั้งนี้ไม่ใช่ธรรมดา ไม่ใช่แค่จะออกทีวี เพื่อตอบคำถามสื่อมวลชน? มีนัยยะว่า

1.  ตำรวจทั้งประเทศได้รู้ว่าคำสั่งใดๆ ที่ออกจากข้างบน ต้องปฏิบัติการอย่างจริงจัง ไม่มีการวิ่งเต้น ไม่มีการไว้หน้าใครทั้งสิ้น

2.  เป็นการประกาศสลาย "รัฐตำรวจ" ของนายทักษิณ อย่างเป็นทางการ   สยบความหวังของตำรวจบางนาย ที่คิดว่า นช.ทักษิณ อาจจะมีโอกาสกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

3.  ถือได้ว่าเป็นการประกาศ ให้ประชาชนคนรากหญ้ารู้ว่า "ไม่ว่าทหาร หรือ ตำรวจ" ไม่มีเจ้าหน้าที่สีไหน อยู่ข้างเดียวกับเสื้อแดง วันนี้ตำรวจคือ เครื่องมือของกฎหมายเท่านั้น และให้ถือว่าเป็นการประกาศก่อนจับทั่วประเทศ

4.  ที่สำคัญต้องการสกัดกระบวนการลอบสังหาร ที่ทุกๆ ฝ่ายได้ข่าวมาในแนวทางเดียวกัน คนมีสีที่กำลังจะรับงาน จะได้สำนึกไว้ว่า "กระบวนการสอบสวนในมือตำรวจ" จะเอาจริง และดำเนินไปในฝั่งที่ยืนคนละข้างกับ "ฝ่ายทักษิณ"

------------------------------------------------------------------------

ปฏิบัติการออกหน้าอย่างชัดเจนของ พล.อ.อนุพงษ์ ในทางการเมืองถือว่าเป็นครั้งที่สอง โดยมีครั้งที่ทำการปฏิวัติเงียบผ่านหน้าจอช่อง 3 อย่างพร้อมหน้า เป็นครั้งแรก  ถึงแม้ว่าครั้งนั้นปฏิกิริยาของอดีตนายกสมชาย แกล้งตีหน้าซือ ทำเฉย ซึ่งก็ทำให้ พล.อ.อนุพงษ์ร้อนรุ่มกลุ่มใจไม่รู้จะจัดการอย่างไรดีมาครั้งหนึ่งแล้ว  แต่ครั้งนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง "กฎหมาย" คือกลไกที่ถูกนำออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมกับที่ยังเป็นยุทธวิธี"ตุลาการพิฆาตทุน"

"นช.ทักษิณ" คงเก็บความแค้นที่มีต่อ พล.อ.อนุพงษ์ ทหารเสือราชินีคนนี้ไปอีกนานแสนนาน เป้าหมายที่ส่งสัญญาณออกมาแล้วว่า "ชีวิตไม่ใช่สาระสำคัญ"

.

.

.

.

.

.

------------------------------------------------------------------------

ที่มา :http://www.komchadluek.net/detail/20090417/9615/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B4.html ]

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=375466&lang=T&cat= ]

http://www.komchadluek.net/detail/20090419/9719/อภิสิทธิ์เกือบทิ้งเก้าอี้วันแดงเดือด.html ]

http://www2.thairath.co.th/content/pol/895 ]

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1240226369&grpid=00&catid=01 ]

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1240159007&grpid=00&catid=01 ]

หมายเหตุ :  1. เป็นเอนทรี่แรก ที่เขียนแบบสบายใจ ไม่เครียด และมองเห็นทางออกของประเทศไทย 

2. 

โดย คนในแผ่นดิน

 

กลับไปที่ www.oknation.net