วันที่ อังคาร เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Only Yesterday...ในความทรงจำที่ไม่มีวันจาง...


     "ทำไมเราไม่มีญาติอยู่บ้านนอก"...ทาโอเกะ นักเรียนชั้น ป.5 ถามตัวเอง
     ทาโอเกะถามตัวเอง เพราะเมื่อถึงเวลาปิดเทอม เพื่อนร่วมชั้นทุกคนต่างมีโปรแกรม"เที่ยวต่างจังหวัด" ขณะที่เธอเองต้องอยู่โตเกียว เพราะเมื่อถามพ่อและแม่ ต่างก็ยืนยันว่าครอบครัวของเธอไม่มี"ญาติ"อยู่บ้านนอก
     เด็กหญิงวัย 10 ขวบเชื่อว่าเธอเป็น"เด็กบ้านนอก"และอยากไปบ้านนอก

     ผมดูหนังเรื่องนี้ "ในความทรงจำที่ไม่มีวันจาง" หรือ Only Yesterday ทางเคเบิลด้วยความบังเอิญ
     แต่"หนังการ์ตูนญี่ปุ่น"เรื่องนี้กลับทำให้ผมต้องนั่งชมด้วย"ความสุข"จนอดไม่ได้ที่จะต้องนำมาเล่าถึง เพราะภาพยนตร์ที่เรียบง่ายเรื่องนี้ ช่วยดึง"ความทรงจำไม่มีวันจาง"ออกมา
     หนังการ์ตูนเรื่องนี้ ผลงานของค่าย Ghlbli ที่เป็นค่ายทำการ์ตูนสวยเรื่องนี้เดินเรื่องแบบเรียบง่าย งดงาม และเป็นภาพยนตร์ที่"ปลุก"ความเป็นเด็กของผู้ชมทั้งญี่ปุ่นมาแล้ว
     เพราะเราทุกคนต่างก็เคยเป็นเด็ก !!!

     ทาโอเกะเป็นเหมือนตัวแทนเด็กหญิงทุกคน
     ในหนังเรื่องนี้ เด็กหญิงมีความทรงจำเกี่ยวกับการมีประจำเดือนครั้งแรกที่แปลว่า"ไม่สบาย"จนต้องหยุดเรียนพละ หรือปัญหาเรื่องการเรียนที่ตัวเธอ"อ่อนเลข" รวมถึงการเล่าถึง"รักครั้งแรก"ของเด็ก 10 ขวบที่มีเด็กผู้ชายอีกห้องมาบอกรัก จนเมื่อวันแข่งกีฬาระหว่างห้อง เพื่อนต้องบอกเธอว่า"ห้ามเชียร์ห้องอื่นนะ" ที่มีเด็กชายคนบอกรักเธอเป็นนักเบสบอลฝีมือดีของห้องนั้น
     สำหรับทาโอเกะ รักครั้งแรกเป็นเพียง"ความทรงจำ" แต่"บ้านนอก"สำหรับเธอแล้ว เป็นยิ่งกว่านั้น
     เธอคิดเสมอว่าเธอเป็นคนบ้านนอกและอยากอยู่บ้านนอก

     ทาโอเกะจำไม่ได้ว่าในวัยเด็ก เธออยู่บ้านนอกหรือเปล่า
     กระทั่งเมื่อเป็นสาวอออฟิศในโตเกียว เธอมีโอกาสเดินทางไปชนบทที่บ้านญาติของพี่เขย ทั้งๆที่ตอนแรกทั้งครอบครัวจำได้ว่าไม่มีใครอยู่บ้านนอก โดยครั้งแรกเธอไปช่วยคนที่นั่นทำนา และในการพักร้อนประจำปีครั้งนี้ เธอเดินทางไปชนบทเป็นครั้งที่ 2 นาน 10 วัน เพื่อเก็บดอกไม้มาทำน้ำยาย้อมผ้า
     ผมชอบที่ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บและนำ"ดอกทานตะวัน"มาทำน้ำยาย้อมผ้า
     10 วันที่ใช้ชีวิตในชนบทครั้งนี้ เปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งชีวิตของทาโอเกะ

     10 วันทำให้สาววัย 27 ที่"แม่"บ่นว่าทำไมไม่แต่งงานค้นพบตัวเอง
     เพราะทันทีที่พบกับ"โทชิโอะ" เด็กหนุ่มที่ขับรถคันเล็กๆมารับเธอที่สนามบินแทนญาติของทาโอเกะที่ติดธุระ โลกของเธอก็เปลี่ยนไป
     โทชิเอะ เด็กหนุ่มบ้านนอกที่มุ่งมั่นเป็นเกษตรกร เล่าให้สาวชาวกรุงรู้ถึงการทำเกษตรกรรมแบบ"ปลอดสารพิษ"ที่ตัวเขาภาคภูมิใจนักหนา จนสาวชาวกรุงอย่างทาโอเกะ ค่อยๆปลุก"ความฝัน"ที่เธอคิดเสมอว่าเธอเป็น"เด็กบ้านนอก"และเหมาะสมกับการใช้ชีวิตในชนบทมากกว่าในกรุง โดยเธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับผักไร้สารพิษ การขับรถแทรกเตอร์ การรีดนมวัว
     เมื่อครบ 10 วัน และขึ้นรถไฟกลับกรุงโตเกียว ทาโอเกะก็"รู้"ว่าเธอสามารถทำ"ความทรงจำ"ให้เป็น"ความจริง"ได้อย่างไร

     ในความทรงจำที่ไม่มีวันจาง...ไม่ใช่หนังสนุกแต่ดีแน่ๆ
     แต่หนังเรื่องนี้ เป็นเหมือนไทม์แมชชีน ที่นำผมกลับไปสู่ช่วงเวลาที่ผมพูดและทำอะไรแบบเด็กๆ ที่อาจจะไร้เดียงสาแต่จริงใจ และมีความสุขกับเรื่องเล็กๆ ที่เป็นความฝันและจินตนาการไม่รู้จบ
     หนังการ์ตูนเรื่องนี้ ย้อนเล่าไปมาระหว่างทาโอเกะในวัย 10 ขวบและทาโอเกะในวัย 27 ได้แลกเปลี่ยน"ความทรงจำ"ในวัยเด็ก กับ"ความจริง"ในวัยสาว
ดูหนังเรื่องนี้ ผมเหมือนได้เดินทางกลับไปโรงเรียนวัดที่บ้าน นึกถึง"เพื่อน"เรียนชั้นประถมทั้งหญิงและชาย พร้อมค่อยๆดึงความทรงจำเก่าๆในวัยเด็กออกมาโลดแล่นบ้าง
     ที่ไม่มีก็เพียงแค่ผมไม่ได้คุยกับตัวตนในอดีตเหมือนดังทาเอโกะคุยในการ์ตูนเรื่องนี้เท่านั้น

 

 

คลิกชมภาพยนตร์ตัวอย่าง

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net