วันที่ อังคาร เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิจารณ์หนังสือ: CATS???


หนังสือ: CATS: the Nine Lives of Innovation

ISBN: 978-0-07-160221-1

ผู้แต่ง: Stepen Lundin

สำนักพิมพ์: McGrawHill


"Innovation เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา หลายคนเชื่อว่าไม่ทุกคนที่มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรมหรืออะไรใหม่ๆ Innovation ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่แต่แม้แต่ความคิดดีๆที่แหวกแนวก็ถือเป็น Innovative Idea ได้ Stephen Lundin ผู้เขียนหนังสือ CATS: The Nine Lives of Innovation เชื่อว่าทุกคนสามารถที่จะมีความ Innovative ได้

จากการศึกษาของเขาจนมาเป็นหนังสือเล่มนี้ Lundin สังเคราะห์ออกมาว่ามีปัจจัยอยู่ 9 อย่างที่ทำให้คนธรรมดาอย่างเราๆท่านๆมีความสามารถในการสร้างสรรค์โดยที่ไม่ต้องมีพรสวรรค์เข้ามาเกี่ยวข้อง หนังสือเล่มนี้เดินตามหนังสือเล่มก่อนที่เป็นหนึ่งในหนังสือขายดีของ Lundin ที่ชื่อว่า FISH มาหนนี้ Lundin ขึ้นบกมาใช้แมวเป็นสัญญลักษณ์บ้าง การวางโครงหนังสือเล่มนี้ดูจะเหมือนการปาฐกถามากกว่า โดยแบ่งเป็น 2 ภาค ภาคแรกมี 4 บทที่ยาวประมาณ 130 หน้าที่ว่าด้วยหลักการทั้ง 9 ที่เขาเทียบกับชีวิตทั้ง 9 ชีวิตขอแมวรวมถึงการพูดถึงเป้าหมายใหญ่คือ Innovation แบบเจาะให้เห็นง่ายๆว่ามันคืออะไร และทำอย่างไรจึงจะสร้างมันขึ้นมาได้ไม่ว่าจะในมุมของบุคคลหรือองค์กร ส่วนภาคที่สองมีอีก 4 บทที่กินเนื้อหาสั้นกว่า 4 ภาคแรกมากกล่าวคือประมาณ 30 หน้าและดูเหมือนเป็นการเน้นย้ำ concept ที่ได้จากภาคแรกเสมือนการปาฐกถาที่ขมวดปมเพื่อเน้นให้ผู้สนใจนำไปปฏิบัติอย่างไม่ตกหล่น แม้กระนั้นผมเห็นว่าการกระโดดข้ามมาอ่านภาค 2 ซึ่งเหมือนเป็นสรุปย่อของภาคแรกจะทำให้ขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อสิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อ

เบื้องต้น Lundin กล่าวว่า Innovation เป็นสิ่งที่ออกมาจากบุคคลมิใช่องค์กร แม้ว่าองค์กรต่างๆจะต้องการ Innovation มากเพียงใดก็ตามแต่องค์กรนั้นๆจะสร้างมันขึ้นมาไม่ได้ถ้าไม่ใช่เป็นบุคคลในองค์กรที่คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆออกมา เขากล่าวว่ามีความท้าทายอยู่ 4 ประการที่ต้องเอาชนะถ้าต้องการสร้าง Innovation  ประการแรกคือ Distraction ซึ่งคืออะไรก็ตามที่ทำลายความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นต่อการคิดในสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนไม่ว่านั่นจะคือความกลัวหรือความต้องการอะไรที่แน่นอนและจับต้องได้ซึ่ง Innovation จะมีความเป็นนามธรรมมาก ประการที่สองคือ Normal ซึ่ง Lundin กล่าวว่า Innovation ตรงข้ามกับอะไรก็ตามที่ธรรมดา และสิ่งที่เป็นธรรมดาหรือ routine อยู่คนละขั้วกับนวัตกรรมหรือสิ่งไหม่ๆ ประการที่สามคือ Failure ดูเหมือนความท้าทายนี้จะหนักหน่วงที่สุดเพราะการพยายามทำหรือคิดอะไรใหม่ๆมักจะพบความล้มเหลว และประการสุดท้ายคือ Leadership ซึ่ง Lundin กล่าวว่าคืออุปสรรคต่อการสร้างสรรค์เพราะ Leadership มักนำมาซึ่งทิศทางและวิธีการที่แน่นอนและการทำตามคำสั่งซึ่งเขาเชื่อว่าความสร้างสรรค์จะเกิดได้ในภาวะของความเต็มใจร่วมไม้ร่วมมืออย่างธรรมชาติมากกว่าการนำอย่างเป็นระบบที่แน่นอน

เพื่อที่จะเอาชนะอุปสรรคทั้งสี่ประการดังกล่าวได้ Lundin เสนอวิธีการ 9 ประการที่จะเตรียมให้คนมีความพร้อมในการสร้างสรรค์ สามประการแรกเขาพูดถึงการสร้างความพร้อมไม่ว่าจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันจากสิ่งแวดล้อมที่อาจบั่นทอนกำลังใจ ยกตัวอย่างเช่นการไม่หวั่นไหวต่อเสียงของคนรอบข้างที่ไม่เชื่อว่าเราทำได้หรือแม้แต่การเปลี่ยนเสียงเหล่านั้นมาเป็นพลังขับเคลื่อนสู่การสร้างสรรค์ Lundin เชื่อว่าในช่วงต้นๆแม้กระทั่งสมาชิกครอบครัวก็อาจจะหวังดีโดยการพูดให้เชื่อว่าทำได้ยากและโน้มน้าวให้อยู่กับสิ่งเดิมๆที่แน่นอน แต่ถ้าเราพยายามแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นแล้วในที่สุดเสียงจากสมาชิกครอบครัวจะกลับมาให้กำลังใจอย่างมาก นอกจากนี้ยังต้องเตรียมตัวให้พร้อมต่อการสร้างสรรค์ การฝึกตัวเองให้พร้อมนั้น Lundin บอกว่าไม่ต่างจากการเล่นกีฬาที่มีคำพูดจากนักกอล์ฟที่ว่ายิ่งฝึกมากก็ยิ่งทำให้โชคดีในการได้แต้มมากขึ้นซึ่งหมายถึงว่าจริงๆแล้วโชคไม่ได้มาจากความฟลุคแต่เป็นเรื่องของการสร้างโอกาสอันมาจากความชำนาญจากการฝึก ประการที่สามเขาบอกว่าต้องพร้อมที่จะออกจากกรอบความคิดและการปฏิบัติเดิมๆ

ประการที่สี่ถึงหกนั้นผมมองว่ามีความโดดเด่นมาก Lundin พูดถึงการกระตุ้นตัวเองซึ่งเขามองว่าแบ่งได้เป็นสามลักษณะคือ การกระตุ้นทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นการกิจกรรมหรือการกีฬาที่ทำให้เรา off จากภาวะที่ตันทางความคิด Lundin บอกว่าบ่อยครั้งที่คิดอะไรไม่ออกแล้วเขาจะออกไปวิ่ง เพื่อให้ลืมสิ่งที่คิดอยู่และก็มักจะได้คำตอบดีๆเสมอหลังจากนั้น การกระตุ้นอีกแบบคือการกระตุ้นทางสังคมซึ่งอาจหมายถึงการ Brainstorm ซึ่งผู้เขียนเตือนว่าอย่าพยายาม kill idea ของผู้ร่วมวงและอย่าพยายาม screen ความคิดของตัวเองมากไป เขาเชื่อว่ายิ่งสร้างไอเดียออกมามากเพียงใดก็จำนำมาถึงโอกาสในการได้คำตอบที่ดีที่สุดเท่านั้น การกระตุ้นแบบสุดท้ายคือการกระตุ้นทางความคิด เช่นการฝึกการซักค้านหรือการมองมุมแย้ง

ประการที่เจ็ดและแปดผู้เขียนพูดถึงความล้มเหลว โดยมองว่าเป็นเรื่องปกติที่การเรียนรู้หรือท้าทายจะได้รับความล้มเหลวแต่มนุษย์ก็เรียนรู้จากความล้มเหลวนั่นเอง และการล้มเหลวที่ดีควรเป็นแต่เนิ่นๆซึ่งหมายถึงการกล้าคิดกล้าทำแต่เนิ่นๆและต้องเป็นการล้มเหลวที่ถูกเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อแก้ไขต่อๆไป ประการสุดท้าย Lundin บอกว่าพลังการสร้างสรรค์เป็นพลังธรรมชาติที่จะออกมาในภาวะที่เต็มใจไม่ถูกบังคับหรือตีกรอบ

ผมมองว่า Lundin ได้พยายามทำให้ความสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่สร้างได้ด้วยวิธีการเตรียมพร้อมแบบง่ายๆและนั่นน่าจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรหรือบุคคลใดๆในการคิดถึงแม้การคิดนั้นอาจไม่ต้องนำมาซึ่งการค้นพบอันยิ่งใหญ่ก็ตาม อีกอย่างที่ผมชม Lundin คือการยกตัวอย่างซึ่งเขาใช้ตัวอย่างง่ายๆมาทำให้การอธิบายหลักคิดของเขาชัดเจนขึ้น และอย่างที่เรียนแล้วว่าในภาคสองของหนังสือเหมือนเป็นการสรุปและย้ำสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดแต่ Lundin ก็ได้แนะนำหนังสือที่น่าเป็นประโยชน์ข้างเคียงเช่นที่เกี่ยวกับ Mind Mapping ฯลฯ ซึ่งคงเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจต่อไปครับ"

ขอบคุณ Asiabook สำหรับหนังสือครับ

โดย unified

 

กลับไปที่ www.oknation.net