วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พยานแฉโจ๋ฆ่า4ศพ อารมณ์ร้าย คลั่งเกม"เคาน์เตอร์



แฉโจ๋ไล่ฆ่า 4 ศพตลาดไทคลั่งเกมออนไลน์ประเภทไล่ยิงกันเลือดท่วมจอ สงสัยเป็นเหตุให้มือปืนวัยรุ่นรายนี้ฝังใจ จนเกิดคลุ้มคลั่งไล่ฆ่าดะ หนุ่มใหญ่เข้าพบตร.ระบุเป็นคนอุปการะดูแลโจ๋มือปืนรายนี้ตั้งแต่อายุ 15 ปี เพราะมีปัญหาครอบครัว เผยเป็นคนเงียบๆ ชอบเข้าวัดฟังธรรม แต่ขี้โมโหเหมือนคนเก็บกด ไม่พอใจก็จะทำร้ายตัวเอง ทุบโต๊ะชกกำแพงระบายอารมณ์ ชอบคบกับเกย์ที่มีอายุ ไม่สุงสิงกับผู้หญิง และยังชอบสะสมอาวุธ ตร.ทำแผนประมวลเหตุการณ์ไล่ฆ่า 3 ศพก่อนโดนจับตายในที่สุด เร่งสอบสวนให้ชัดว่าอาวุธที่พบในห้องพักนั้นเอามาจากไหน เลื่อนยศส.ต.อ.ที่พลีชีพเป็นร.ต.อ. ได้เลื่อน 8 ขั้นเงินเดือน ส่วนพ.ต.ท.กับลูกน้องอีก 2 นายพ้นขีดอันตรายแล้ว

จากคดีสะเทือนขวัญนายเกียรติพงศ์ เมฆสวัสดิ์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/4 หมู่ 3 ต.บางไผ่ จ.นนทบุรี คลุ้มคลั่งควงปืนอาก้าติดกล้องเลเซอร์ไล่ฆ่าคนตายเกลื่อนตลาดไท จ.ปทุมธานี เป็นเหตุให้ชาวบ้าน รปภ.ตลาดไท และตำรวจเสียชีวิตรวม 3 ศพ ประกอบด้วยนายสะอาด คำศรี อายุ 39 ปี รปภ.ตลาดไท, นายอ้อน ทองสุข พ่อค้าทุเรียน และส.ต.อ.อิสระ มณีแสง ส่วนผู้บาดเจ็บมีทั้งสิ้น 8 คน ประกอบด้วยส.ต.อ.อุดร เกตุดี สายตรวจสภ.อ.คลองหลวง, นายปริญญา ก้นทอง รปภ.ตลาดไท, นายรังสรรค์ วังจ่อ รปภ.ตลาดไท, นายประเสริฐ ว่าบ้านพลับ คนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง, นายธีรยุทธ ศรีอริยกุล ประชาชนที่มาซื้อสินค้า, ส.ต.อ.วิโรจน์ สุรวงศ์, พ.ต.ท.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ สว.สส.สภ.อ.คลองหลวง และ ส.ต.ท.วิเชษฐ์ สำราญเลิศวิลัย ก่อนที่นายเกียรติพงศ์จะโดนตำรวจวิสามัญฆาตกรรมเป็นศพที่ 4 จากการตรวจสอบภายในห้องพักของนายเกียรติพงศ์ถึงผงะ เพราะเจอกระสุนอาก้าจำนวนมาก อุปกรณ์ทำระเบิด หนัง สืออาวุธปืน และหนังสือธรรมะ เกมต่อสู้เพียบ โดยเบื้องต้นพบว่านายเกียรติพงศ์เป็นคนเก็บตัวชอบนั่งสมาธิคนเดียว สงสัยตั้งใจมาก่อเหตุใหญ่ตั้งแต่แรกแล้ว เชื่อมีพฤติกรรมและการลงมือคล้ายกับ "โช ซง ฮุย" น.ศ.เกาหลีที่ก่อเหตุไล่ฆ่าเพื่อนในมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย เทค สหรัฐ เมื่อเร็วๆ นี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 พ.ค. พล.ต.ต.ประพันธ์ พานิคม ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และพ.ต.อ.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวนและชุดสืบสวน เดินทางตรวจสอบและเก็บข้อมูลและประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่จุดแรกที่นายเกียรติพงศ์นำรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีส้มดำ ทะเบียน รงบ-565 กทม. มาจอดทิ้งไว้บริเวณหน้าตลาดต้นไม้ ซอย 3 จากนั้นนายพงศ์พัฒน์ บุญธิจักร รปภ.พบรถจักร ยานยนต์จึงแจ้งหัวหน้ารปภ.นำรถไปเก็บไว้ที่สำนักงานรักษาความปลอดภัยของตลาดไท จากนั้นไม่นานนายเกียรติพงศ์ได้ย้อนกลับมาสอบถามรถที่นายพงศ์พัฒน์ และบอกให้นายพงศ์พัฒน์ไปเอารถจักรยานยนต์มาให้ แต่รปภ.ไม่ไป นายเกียรติพงศ์จึงขอยืมรถจักรยานของนายพงศ์พัฒน์ขี่ไปที่สำนักงาน

จากนั้นเป็นจุดที่ 2 ที่สำนักงานรักษาความปลอด ภัยของตลาดไท ซึ่งนายเกียรติพงศ์เข้าไปสอบถามหารถกับนายบัญชา สร้อยจิตร หัวหน้ารปภ. แต่นายบัญชาไปตามส.ต.อ.อุดร เกตุดี มาคุยกับนายเกียรติพงศ์ แต่เกิดการต่อสู้กันทำให้ส.ต.อ.อุดรถูกแทงด้วยอาวุธมีดได้รับบาดเจ็บ และมีนายรังสรรค์ วังจ่อ กับนายปริญญา ก้นทอง รปภ.ทั้งสองเข้ามาช่วยก็ถูกแทงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน จากนั้นเป็นจุดที่ 3 ด้านหลังสำนักงานรปภ.ซึ่งนายเกียรติพงศ์เดินออกมาจากสำนักงานมาพบกับนายสะอาด คำศรี รปภ.ที่ดูแลด้านหลังสำนักงาน จึงใช้อาวุธปืนยิงนายสะอาดเสียชีวิต

หลังจากที่ฆ่านายสะอาดแล้ว นายเกียรติพงศ์ปีนกำแพงเหล็กกั้นสูง 2 เมตรออกมาบริเวณริมถนนเส้นหลังอาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นจุดที่ 4 ที่นายเกียรติพงศ์พยายามจะชิงรถกระบะนิสสัน สีเขียว ทะเบียน 4ฒ-1765 กทม. โดยใช้อาวุธปืนยิงนายธีรยุทร ศรีอริยกุล เจ้าของรถได้รับบาดเจ็บสาหัส ห่างไปประมาณ 100 เมตร นายเกียรติพงศ์เดินต่อไปบริเวณ 3 แยก ซึ่งเป็นจุดที่ 5 พบรถกระบะบรรทุกทุเรียนขับผ่านมา จึงใช้อาวุธปืนยิงใส่ทำให้นายอ้อน ทองสุข อายุ 46 ปี คนขับรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด แรนเจอร์ สีน้ำเงิน ทะเบียน บท 2164 เพชรบุรี จนเสียชีวิตคาที่

จากนั้นเป็นจุดที่ 6 พบรถซาเล้งที่จอดอยู่ นายเกียรติพงศ์จึงชิงขับออกไปได้เพียง 500 เมตร จึงทิ้งรถซาเล้งไว้บริเวณหลังตลาดต้นไม้ซอย 1 แล้วเดินเท้าออกไปเส้นทางเลียบคลองแอน 1-2 จุดที่ 7 ได้พบนายประเสริฐ ว่าบ้านพลับ จยย.รับจ้างซึ่งขับมาตามถนน นายเกียรติพงศ์จึงใช้อาวุธปืนยิงใส่เข้าที่เท้าซ้าย ทำให้ได้รับบาดเจ็บแล้วจึงชิงรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนีไปที่ซอยเทพกุญชร 14 พบเจ้าหน้าที่สกัดกั้นอยู่ปากซอย นายเกียรติพงศ์จึงทิ้งรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนีโดยการเดินเท้าเข้าป่าข้ามไปจนถึงปากซอยเทพกุญชร 17 ซึ่งเป็นจุดที่ 8 นายเกียรติพงศ์พบนายชัยวัฒน์ บางขันธ์ ชาวบ้านจึงใช้ปืนจ่อหัวนายชัยวัฒน์ แต่นายชัยวัฒน์ร้องขอชีวิต จึงไม่ถูกทำร้าย

จังหวะนั้นนายเกียรติพงศ์พยายามจะขับรถจักรยานยนต์หนี แต่รถสตาร์ตไม่ติด ขณะเดียวกันก็หันไปเห็นพ.ต.ท.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธ์วงศ์ สว.สส. ขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีดำ ทะเบียน สจ 5559 กทม.ตามถนนเลียบคลองหนึ่ง นายเกียรติพงศ์ใช้ปืนยิงเข้าใส่รถของพ.ต.ท.ฤทธินันท์ จนเกิดปะทะกับพ.ต.ท. ฤทธินันท์ แต่พ.ต.ท.ฤทธินันท์ถูกยิงเข้าที่สะโพกได้รับบาดเจ็บ เมื่อนายเกียรติพงศ์สตาร์ตรถจักรยานยนต์ติดแล้ว จึงขับเข้าซอยเทพกุญจร 17 ซึ่งเป็นจุดที่ 9 พบกับส.ต.อ.วิโรจน์ สุรวงศ์ จึงยิงปะทะกัน ทำให้ส.ต.อ.วิโรจน์ถูกยิงอาการสาหัส

จากนั้นนายเกียรติพงศ์หนีเข้าไปในซอยตันจึงทิ้งรถไว้แล้วหลบหนีโดยการเดินเท้าเข้าไปในป่าหญ้า มุ่งหน้าถนนเลียบคลองสอง จากนั้นตัดขึ้นบ้านของชาวบ้านเพื่อหลบซ่อนตัวบริเวณกลุ่มบ้านบริเวณซอยเอราวัณ 1/1 หมู่ 10 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง ซึ่งเป็นจุดที่ 10 ที่มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สกัดอยู่และเกิดการยิงปะทะกันจนทำให้ส.ต.ท.วิเชษฐ์ สำราญเลิศวิลัย ได้รับบาดเจ็บ และส.ต.อ.อิสสระ มณีแสง ถูกยิงเสียชีวิต ส่วนนายเกียรติพงศ์ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงสวนเสียชีวิตเช่นกัน

เวลา 13.00 น. วันเดียวกัน ร.ต.ท.ระพี ชาญไหม รองสว.กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.ตปพ. เข้าพบ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผกก.สภ.อ.คลองหลวง หลังตรวจสอบวัตถุระเบิดที่พบในบริเวณหน้าตลาดต้นไม้ที่คนร้ายนำใส่กระเป๋ามาทิ้งไว้พบว่าเป็นเพียงถ่านไฟฉายพันด้วยสายไฟและไม่สามารถระเบิดได้ และจากการตรวจสอบอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ กว่า 100 รายการที่พบภายในห้องพักของคนร้ายย่านรัชดาแมนชั่น พบว่าไม่มีชิ้นส่วนใดสามารถระเบิดได้เพราะเป็นเพียงชิ้นส่วนที่ใช้ในการประกอบชิ้นส่วนในการผลิตอาวุธหรือชิ้นส่วนที่ใช้เชื่อมต่อในกลไกการติดตั้งวัตถุระเบิดเท่านั้น ส่วนกระสุนปืนอาก้าและอาวุธปืนที่คนร้ายใช้นั้น ต้องตรวจสอบหาที่มาที่ไปอีกครั้งว่าได้มาจากแหล่งใด แต่ส่วนใหญ่อาวุธชนิดนี้จะมีใช้ในประเทศเพื่อนบ้านหรือตามตะเข็บชายแดน จึงต้องตรวจสอบกันอีกครั้ง

ต่อมานายคิริยะ สีตัง อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ฐิติฉัตร พันเนียม สารวัตรเวรสอบสวน สภ.อ.คลองหลวง แจ้งว่าเป็นคนสนิทและเคยดูแลใกล้ชิดนายเกียรติพงศ์ หรือน้องฟู่ ตั้งแต่สมัยตอนเข้าศึกษาในพระธรรมที่วัดธรรมกาย

โดยนายคิริยะ ซึ่งมีลักษณะกระตุ้งกระติ้ง กล่าวว่า รู้จักกับน้องฟู่มาตั้งแต่น้องฟู่อายุ 15 ปี เนื่องจากพ่อแม่น้องฟู่แยกทางกัน จึงพาน้องฟู่มาอยู่ที่โคราช และแม่น้องฟู่ก็มีสามีใหม่เป็นชาวต่างชาติ จึงไปอยู่กินด้วยกันกับสามีใหม่ที่ประเทศฝรั่งเศส และให้น้องฟู่อยู่กับพี่สาวที่ประเทศไทย พี่สาวได้ไปอยู่ที่พักในกรุงเทพฯ ส่วนน้องฟู่ได้เข้าร่วมเป็นนักธรรมในวัดธรรมกาย ยึดติดธรรมะ ซึ่งแม่น้องฟู่เห็นดีด้วย จึงเช่าที่พักมณีแก้วในวัดธรรมกายให้น้องฟู่อยู่ 2 ปี ห้องเดือนละ 5,000 บาท และส่งเงินให้ใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน ตนจึงเป็นคนคอยดูแลน้องฟู่และใกล้ชิดกับน้องฟู่ นอกจากนี้แม่น้องฟู่ก็ฝากฝังให้ตนเป็นผู้ปกครอง

นายคิริยะกล่าวว่า ตนจึงรู้นิสัยน้องฟู่เป็นอย่างดีว่าน้องฟู่เป็นคนนิสัยนิ่มนวล เรียบร้อย แต่ติดนิสัยเอาแต่ใจ อยากได้อะไรต้องได้ ไม่ฟังความคิดเห็นของตน เห็นความคิดของตัวเองดีกว่าคนอื่นเสมอ จะเป็นคนเลือกคบคน ซึ่งน้องฟู่จะเลือกคบหรือคุยเฉพาะคนที่มีนิสัยที่เรียบร้อย สะอาด ดูดี จะไม่คบกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน จะเลือกคบผู้ที่มีความคิดและความรู้สูงๆ แต่จะมีอุปนิสัยคล้ายเกย์ ซึ่งชอบเพื่อนผู้ชาย จะมีแต่เพื่อนผู้ชายที่คบสนิทอยู่ด้วยกัน จะไม่มีเพื่อนผู้หญิงเลย และจะสนิทกับเพื่อนชายที่ชื่อ "อัทธวรรณ" ที่สามารถเข้าไปกินนอนอยู่ในห้องพักน้องฟู่ได้

นายคิริยะกล่าวว่า นอกจากนี้น้องฟู่เป็นคนชอบเล่นเกมออนไลน์ประเภทการต่อสู้ ชอบสะสมอุปกรณ์ในการต่อสู้ มีดสปาร์ตาด้ามยาวเป็นมีดของพ่อที่เก็บสะสมไว้ แต่น้องฟู่เก็บมาเป็นที่ระลึก และการที่น้องฟู่มีนิสัยชอบเอาแต่ใจ โมโหร้ายเมื่อมีใครขัดใจ ถึงขั้นเคยทำร้ายตัวเองประชดโดยการต่อยกำแพง ทุบโต๊ะ แต่ไม่พูด นิ่งเงียบ เก็บกด อาจเป็นเพราะน้องฟู่เคยเห็นการกระทำที่พ่อเคยทำร้ายแม่ก็เป็นได้ และช่วงหลังมานี้ น้องฟู่ไม่พอใจที่ตนที่ไม่ค่อยทำตามคำสั่ง และไม่พาไปซื้อกระรอกให้เป็นของขวัญวันเกิด จึงงอนและไม่พูดด้วย ตนพยายามโทร.ติดต่อแต่ไม่รับสาย จากนั้นไม่นานน้องฟู่ถึงกับย้ายหนีไปอยู่ที่พักย่านนนทบุรี และพยายามโทรศัพท์ติดต่ออีกแต่ก็ไร้วี่แวว และมาทราบข่าวว่าน้องฟู่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ยิงกราดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้าน

เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.เอก อังสรานนท์ ผบช.ภาค 1 พร้อมด้วยพล.ต.ต.ประพันธ์ พานิคม ผบก.ภ.จว. ปทุมธานี และพ.ต.อ.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผกก.สภ.อ. คลองหลวง เดินทางเข้าเยี่ยมอาการส.ต.อ. อุดร เกตุดี ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระ เกียรติ ศูนย์รังสิต ซึ่งอาการดีขึ้น พ้นขีดอันตราย สามารถพูดคุย ถามตอบได้รู้เรื่อง แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดในห้องไอซียู จากนั้นเข้าเยี่ยมส.ต.อ.วิโรจน์ สุรวงศ์ และส.ต.ท.วิเชษฐ์ สำราญเลิศวิลัย ที่โรงพยาบาลภัทรธนบุรี ซึ่งทั้งสองนายอาการดีขึ้นแล้ว ส่วนพ.ต.ท.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ สว.สส. สภ.อ.คลองหลวง รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจก็อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

ส่วนที่โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.อ.ชาญวุฒิ วัชร พุกก์ รองผบ.ตร.(บร.) พล.ต.ท.รณรงค์ ยั่งยืน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผบช.ภาค 1 เดินทางเข้าเยี่ยมอาการพ.ต.ท.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ สว.สส.สภ.อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเข้าระงับเหตุนายเกียรติพงศ์ใช้อาวุธปืนอาก้ากราดยิงตำรวจและประชาชนในตลาดไท ซึ่งพ.ต.ท.ฤทธินันท์ ถูกยิงเข้าที่บริเวณสะโพก ก่อนจะถูกส่งเข้าพักรักษาตัวอยู่ที่ห้อง 1124 ชั้น 11 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลตำรวจ

พล.ต.อ.ชาญวุฒิกล่าวว่า โดยกองสวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบเงินช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้นรายละ 17,000 บาท สำหรับส.ต.อ.อิสระ มณีแสงที่เสียชีวิต ได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 100,000 บาท และได้เลื่อน 8 ขั้นเงินเดือน 5 ชั้นยศ เป็นร.ต.อ. และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ค. เวลา 16.00 น. ที่วัดราชอุ่ม ต.คลอง 2 อ.คลองหลวง

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายคิริยะ สีตัง พร้อมด้วยน.ส.เรืองรัตน์ เมฆสวัสดิ์ พี่สาวของนายเกียรติพงศ์ เดินทางติดต่อขอรับศพนายเกียรติพงศ์ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต เพื่อไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่วัดลาดพร้าว

พ.ต.อ.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ กล่าวว่า จากการเก็บรวบรวมข้อมูลและจากการสอบสวน คาดว่าพฤติกรรมและอุปนิสัยที่ชอบเล่นเกมและชอบการเรียนรู้ศึกษาการประกอบชิ้นส่วนอุปกรณ์เกี่ยวกับอาวุธที่ใช้ในการต่อสู้ตามที่เกมออนไลน์ Counter-Strike และ Counter-Special Fotce ซึ่งเป็นเกมที่นิยมเล่นกันของวัยรุ่นสมัยนี้ โดยเข้าไปเล่นในห้องเกมที่สามารถมีผู้เล่นได้จำนวน 16 คน แต่ละคนจะมีอาวุธปืนสงครามและยิงใส่กันเพื่อเอาชนะกันภายในกลุ่ม เมื่อใครได้เล่นเกมประเภทนี้แล้วจะทำให้รู้สึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่เมื่อชนะ แต่ก็รู้สึกเคียดแค้นต้องเอาคืนเมื่อเป็นฝ่ายผู้แพ้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบถึงจิตใจของเด็กทำให้มีพฤติกรรมและอุปนิสัยที่รุนแรง สภาพจิตใจไม่อ่อนโยน ก้าวร้าวได้ จึงสันนิษฐานจากพฤติกรรมที่รุนแรงของนายเกียรติพงศ์ว่าน่าจะมีใครทำอะไรให้ไม่พอใจ พูดหรือแสดงกิริยาไม่ดีให้เห็น จึงเกิดความเคียดแค้นและก่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นดังกล่าว

โดย ลี้กิมฮวง

 

กลับไปที่ www.oknation.net