วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...... ช่างปะรัย.........เมื่อน้ำใจมันไร้ค่า


               

               คนสมัยนี้ ไม่มีใครมองคนอื่นด้วยสายตาของคนนั้น ต่างก็เอาตัวเองเป็นผู้ตัดสินคนอื่นทั้งสิ้น แต่บางครั้งเวลามองในกระจกดูตัวเองแท้ๆ ดันเห็นเป็นภาพคนอื่นมายืนชี้หน้าประนาม ก็ที่เห็นน่ะมีแต่ภาพตัวเองไม่ใช่หรือ จะเป็นใครที่ไหนเล่า เหอๆๆ แล้วก็อย่าลืมนะ เราก็มองคนอื่นจากตาของเราเหมือนกัน ฮ่า ไม่ได้พ้นสัจธรรมข้อนี้หรอก

                อ่ะ ตอนนี้อากาศมันร้อน ใจคนก็ร้อนด้วย แม้จะนั่งอยู่ท่ามกลางหิมะ ยังทำหิมะละลายได้เลย เอาเรื่องเย็นฉ่ำที่ยังจำได้เมื่อวันสงกราต์ปีที่แล้วดีกว่า มีนัดไปสังสรรค์กับเพื่อนๆที่ฝั่งธน คุยเล่นไปกินไป ดื่มไป …..นั่นไงว่าแล้ว คุณนึกถึงการดื่มเหล้าเบียร์ชัวร์ๆ ปล่าว เราไม่ได้ดื่มพวกอัลกอฮอล์ ดื่มน้ำเปล่า โค๊กแค่นั้น (แต่คนอื่น ก็อีกเรื่งนึง ฮ่า แหมมันก็มีกันมั่ง แต่ไม่ได้มากมายรัย)  เล่าต่อนะ……. งานนั้นทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ต่างก็เปียกกันคนละนิดละหน่อย เว้นหนูน้อยคนสวย ที่พาไปด้วยนั้นเปียกทั้งตัว เพราะโดนผู้ใหญ่แกล้ง ฮ่า ไม่ใช่หรอก พูดเล่น เพราะต่างคนต่างเล่นกันไม่มีใครโกรธใคร ถึงคนสวยจะร้องไห้ที่โดนพี่คนนึงเอาน้ำเย็นราดหัวก็ตาม ก็เล่นน้ำกันพักนึง อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย ก็มานั่งคุยเล่นกันต่อ …..อีกและ คิดว่าทุกคนอาบน้ำละสิ เปล่าคนสวยคนเดียว นอกนั้นสมัครใจตากลม (อ่านว่า ตาก-ลม จ้าไม่ใช่นั่งตา-กลม ฮ่า) เก็บคราบสงกรานต์ไว้ชำระล้างตอนถึงบ้าน ก็บ้านใครบ้านมัน ละ  ตอนค่ำหลังจากอิ่มหนำสำราญ คุยเล่นสนุกสนานเฮฮากันแล้วก็ได้เวลากลับกันซะที  รำลา ไม่อาลัย (เพราะเด๋วก็ไปเจอกันในแชทอีกละ ฮ่า) แล้วก็แยกกันไปรถใครรถมัน ใครไม่มีรถก็ติดรถกันไป มิตรภาพจากเพื่อนๆขอจงแน่นแฟ้นตลอดไป ไชโย (เกี่ยวรัยด้วยเนี่ย ฮ่า)

                เพราะบ้านอยู่คนละฝั่งกับธนบุรี จึงต้องขับรถข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ทางที่คุ้นสุดก็สะพานพระปิ่นเกล้า เอาล่ะไปทางนี้แหละ ระหว่างทางเห็นคนเล่นน้ำกันตามถนนหนทางที่ผ่าน ทั้งนั่งรถกระบะ รถตุ๊กๆ รถมอเตอร์ไซค์ และที่ตั้งป้อมกันตามริมถนน ปากตรอกซอกซอย มีทั้งใช้ถังน้ำมัน ตุ่ม อ่าง โอ่ง ถัง กาละมัง กระป๋อง กระแป๋ง แท้งก์น้ำ ปืนฉีดน้ำ ไปจนถึงเอาสายยางออกมาไล่ฉีดกัน บ้างก็ใช้น้ำประปาที่สะอาด บ้างเอาน้ำผสมแป้ง และบ้างเอาน้ำแข็งใส่ลงไปจนเย็นเจี๊ยบ โดนเข้าไปทีละสะท้าน เห็นเค้าเล่นสนุกกันเราก็เตรียมน้ำใส่ปืนฉีดน้ำไว้จนเต็ม พอจังหวะดีๆ ใครเผลอก็กดกระจกรถเก๋งลง เอาปืนฉีดใส่ แล้วรีบปิดกระจก แกล้งนั่งทำหน้าเฉยแล้วก็ขำกันกิ๊กกั๊ก พอตอนหลังเอาใหม่ ฉีดให้เห็นๆแล้วรีบปิดกระจกซะ ก็พอฆ่าเวลาไปได้ เพราะรถเยอะมากในวันนั้น แถมยังพากันขับช้าๆเพื่อจะได้เล่นน้ำกับคนข้างทาง และรถคันอื่นไปเรื่อยๆ รถจึงติดมาก บางช่วงไม่ขยับไปไหนเลย

มองดูคนเดินไป เดินมาเต็มถนน บ้างก็กระโดดข้ามที่กั้นสะพานออกไป บ้างก็กระโดดเข้ามา บ้างก็วิ่งลงจากรถไปสาดน้ำคนที่นั่งท้ายกระบะ บ้างก็วิ่งกลับไปขึ้นรถ มองเห็นเด็กวัยรุ่นสาวๆบางคนที่แต่งตัวซะน่ากลัว เสื้อรัดรูป สายเดี่ยว กางเกงขาสั้น โห แม่คุณเอ๊ยช่างกล้าอะไรอย่างนี้ แถมยังมาเป็นกลุ่มๆ หยอกล้อกะ พวกผู้ชาย หัวร่อต่อกระซิกไม่สนใจว่าจะมีใครมอง อ้าว เฮ้ย ไม่ใช่สาวซะละมั้ง ถึงได้เดินก้นบิดขนาดนั้น แถมยังกรี๊ดกร๊าดน่าดู กระเทยแหงมๆ ใช่จริงๆด้วย เพราะเห็นคนที่มาสมทบแล้ว นั่นมันกระเทยฟาย ชัวร์ๆ กร๊ากกก ถึงว่าสิ ทำไมสาวไทยจะใจกล้าขนาดนั้น จริงมะ

                เล่าไปเรื่อยเปื่อย มาเข้าเรื่องตามหัวข้อซะนิด คือว่ารถมันติดมาก เป็นครึ่งค่อนชั่วโมง รถก็อยู่เกือบกลางสะพานพระปิ่นแล้ว หิวก็ไม่หิว ง่วงก็ไม่ง่วง เพราะถ้าง่วงก็กะว่าจะดับเครื่องนอนหลับสักพัก …..555 ล้อเล่นน่ะ คนสติดีที่ไหนจะไปนอนในรถอย่างนั้นล่ะ ในรถยังมีขนมข้าวตู ที่ซื้อไปฝากญาติๆเมื่อตอนเช้าอยู่ ก็คิดว่าเราไม่หิวแต่มีขนม ส่วนคนที่อยู่ข้างนอกนั่น เล่นน้ำกันจนเหนื่อย ป่านนี้น้ำที่เตรียมมาก็คงหมดถังแล้วได้แต่นั่งรอว่าเมื่อไหร่รถจะเคลื่อนซะที จะได้กลับไปอาบน้ำอาบท่า กินข้าวกินปลาเสียให้อิ่มพุงปลิ้น เอวหายไปเลย นี่เป็นความคิดของเราเอง คิดไปเอง ไม่ได้มีใครมาบอก

                ก็ดูเอาสิบางคนนั่งเอามือท้าวคาง ชะเง้ออยู่นั่นแล้ว รถก็ไม่เคลื่อนไปไหน  เอาละ รู้สึกอยากเอาขนมให้น้องเค้าทานรองท้องกันไปพลางๆ คงไม่โดนสาดหรอกน่ะ อีกอย่างน้ำเค้าน่าจะหมดกันแล้ว เปิดกระจกหยิบกล่องขนมยื่นออกไป อืมม เค้ามองเฉย ไม่รับ แต่คนอื่นก็ชี้โบ๊ชี้เบ๊มา เลยหดมือเข้ามา กดปิดกระจกเสีย ว่ายยยยย ไม่ทันซะแล้วน้ำกลิ่นเหม็นๆทะลักโครมเข้ามาในรถ เสื้อผ้าที่ใส่ ผ้าหุ้มเบาะ และข้าวของในรถเปียกชุ่มโชก แถมยังเหม็นอีกต่างหาก กำของกำของกำของกรู จริงจริ๊ง นี่มันจะเล่นแบบไม่มีจรรยาบรรณกันเลยรึงัย

                เราหวังดีแท้ๆ ไม่รับก็ไม่ว่ารัย เพราะพวกเค้าคงจะคาดเข็มขัดสั้น (คาดไม่ถึงน่ะ ฮ่า) ว่าจะมีคนทำอย่างนั้น อ่ะ ไม่รู้ว่าเราตั้งใจจะส่งขนมให้ทาน หรือ รู้แต่ไม่อยากทาน หรือระแวงว่าเราจะแกล้ง (จะแกล้งทำไมว๊า มือนึงก็ยื่นไป อีกมือนึงก็เตรียมกดกระจก จะเอามือที่ไหนไปสาดน้ำละเฟ๊ยย) เอาๆๆก็ได้ๆ คงคิดว่ามีคู่ต่อสู้นั่งอยู่ในรถด้วยละมัง จุดนี้ตัดไปก่อน แต่การสาดน้ำเข้ามาในรถเก๋งนี้ มันไร้จริยธรรมมากๆ ข้าวของในรถเสียหาย เปียกไปหมด ที่น่าโมโหคือน้ำที่ใช้ ที่เรานึกว่าหมดถังนั่น เราเข้าใจถูกแล้ว แต่เราเองน่ะแหละที่คาดเข็มขัดสั้นมา เอ๊ย ไม่ได้หมายถึงเอวใหญ่จิ คิดกันไปได้ หมายถึงมันคาดไม่ถึงงัยล่า ว่าพวกเค้าจะเล่นเอาน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามาสาดกันแบบนี้ แถมไม่ใช้ระบบสเตอรรีไล UHT ซะก่อน น้ำนั่นทั้งเน่าทั้งเหม็น แถมกระเซ็นใส่น้ำชาเขียวอร่อยเหาะ ยี่ห้อโออิชิที่คนสวยกะลังเปิดจะดิ่มก่อนจะนอนหลับพักผ่อนเสียด้วย

                เป็นเรื่องเลยทีนี้ เล่นเอาคนสวยร้องไห้จ้า ว่าทำไมเค้าทำกับเราแบบนี้ได้ยังงัย ทำไมต้องเอาขนมให้เค้าด้วย แล้วทำไมเค้าไม่มาขอโทษเรา ........ชาเขียวขวดนั้นก็เลยไม่ได้กิน ส่งน้ำโพลาริสเปล่าๆให้แทนก็ไม่เอา เพราะโกรธ และผิดหวัง เสียใจ ที่คนทำไมใจดำได้ขนาดนี้ ...........เราก็เลยหมดสนุกไปเลยตั้งแต่ตอนนั้น จะเปิดกระจกไปต่อว่า ก็กลัวว่าน้ำเน่าจะท่วมรถ เพราะคนพวกนี้คงไม่มีสมองจะคิดอะรัยแล้ว  เลยปิดตัวเองเปิดเพลงฟังในรถกล่อมคนสวยให้นอนหลับ แล้วก็ไม่มองรถคันนั้นอีกเลย คืนนั้นกว่าจะมาถึงบ้านก็ร่วมสี่ทุ่ม เพราะคนออกมาเล่นน้ำกันเยอะจริงๆ รถติดยาวเกือบตลอดทาง

                อุทาหรณ์สอนใจ จากประสบการณ์นี้ก็คือ ไม่ต้องไปคิดช่วยอะรัยใคร ดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากสิ่งล่อลวงภายนอกให้ดีก็พอ เพราะสิ่งที่จะทำให้เราแพ้นั้นก็คือการแพ้ใจตัวเองนั่นแหละ …………ช่างปะไร…..เมื่อน้ำใจมันไร้ค่า

                มีคำถามอันเกี่ยวเนื่องมาจากเรื่องว่า ใครทำแม่น้ำเน่าเหม็น บอกมาทีดิ๊ ระหว่างคนฉายภาพ กับ คนทิ้งขยะ หรือว่าจะเป็น ปัญหาของเทศกิจ ???  จบ

โดย ปิรันญ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net