วันที่ จันทร์ เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทักษิณ.....Who are you? --- ยักยอกอำนาจรัฐ (๓)


ประมวลความผิดต่อมหาชน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่นายกรัฐมนตรี     -  ซุกหุ้นชินฯ  และหุ้นเอสซี  แอสเสท  เมื่อขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี  (ผิด  กม.ป.ป.ช. ม.119  แจ้งทรัพย์สินเป็นเท็จ,  ม.100  ถือประโยชน์ทับซ้อน)
     -  มีสัญญาหรือแก้ไขสัญญาเป็นคุณต่อบริษัทที่นายกฯ  ถือหุ้น  (ผิด  กม.ป.ป.ช. ม.100  ถือประโยชน์ทับซ้อน  และชัดแจ้งถึงการปฏิบัติหน้าที่ทุจริต  ผิดอาญา  ตามประมวลกฎหมายอาญา  ม.157  ในบางคดี)
     -  ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ชินคอร์ป   ทำให้ได้ทรัพย์สินมาโดยมิสมควร  (เข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ  ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเป็นของแผ่นดิน  ตามกฎหมาย  ป.ป.ช.)
     -  สั่งการทุจริตในคดีเฉพาะอื่นๆ  เช่น  คดีสลากเถื่อน,  คดีซีทีเอ็กซ์  และการให้กู้โดยมิชอบของธนาคารกรุงไทย
          ความผิดต่อธุรกิจของมหาชน
     -  ยักยอกเงินบริษัทชินคอร์ปอันเป็นบริษัทมหาชน  2  พันล้าน
     -  ใช้ข้อมูลภายในรัฐบาลเล่นหุ้นธนาคารทหารไทยและไอเอฟซีที
     -  ใช้ข้อมูลภายในชินคอร์ปเล่นหุ้นชินคอร์ปช่วงรวมขายเทมาเส็ก
     -  ปกป้องการถือหุ้นที่แท้จริงต่อตลาดหลักทรัพย์
     -  ให้ชินคอร์ปเป็นลูกค้าเช่าตึกบริษัท  เอสซี  แอสเสท  ของตนโดยมิชอบ

คดีทุจริตเชิงนโยบายของทักษิณ

การบรรยายชี้บ่งมูลคดีของทักษิณนั้น  ง่ายกว่าการดำเนินคดีให้ลุล่วงยิ่งนัก  ขึ้นอยู่กับฝีมือการกลบเกลื่อนหลักฐานของฝ่ายทักษิณ   กับฝีมือขุดคุ้ย  ขุดเจาะของฝ่ายเจ้าหน้าที่ว่าใครจะเก่งกว่ากัน  ทักษิณเองดูจะมั่นใจมาก  และคุยขรมมาตลอดว่าไม่เห็นมีคดีใดที่ใครสามารถจับผิดเขาได้สักที   ความมั่นใจนี้ก็เป็นที่เข้าใจได้  เพราะพฤติกรรมทุจริตของเขาจะมีลักษณะที่เหนือเมฆ   สร้างนโยบายทุจริตปล่อยลงมาจากฟ้าทำฝนเทียม  ลงมาเกื้อกูลกับธุรกิจชินคอร์ปของตนเป็นสำคัญ

ความผิดในลักษณะทุจริตเชิงนโยบายนี้   หากคิดลวกๆ   ก็ดูจะจับได้ยาก  เพราะไม่มีการโกงกิน   งาบทรัพย์สินใดให้เห็นโดยเฉพาะเจาะจง  เหมือนโกงปุ๋ย  โกงกล้ายาง  โกงซีทีเอ็กซ์   แต่ถ้ารู้จักจำแนกแยกแยะเครื่องมือในคลังกฎหมายไทยปัจจุบัน   และนำมาใช้ให้แม่นยำแล้ว   ทักษิณก็ไม่มีทางจะหลีกหนีเงื้อมมือกฎหมายไทยไปได้   เพราะมีการกระทำผิดที่ครบองค์ประกอบชัดเจนแล้วดังนี้

1.พฤติการณ์ซุกหุ้นชินคอร์ปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย   การกระทำเช่นนี้นอกจากจะเป็นความผิด  ติดคุก  3  ปีในตัวของมันเองแล้ว   ก็ยังมีผลลิดรอนสิทธิของทักษิณในหุ้นก้อนนั้นทั้งก้อนไปด้วยในตัว  เพราะเป็นการจงใจฝ่าฝืนกฎหมายโดยทุจริตคิดมิชอบมาตั้งแต่แรก   กฎหมายห้ามขึ้นเป็นนายกฯ  โดยถือหุ้นธุรกิจสัมปทาน  ก็กลับบังอาจซุกหุ้นหลบเลี่ยงด้วยมุ่งจะเข้ามาใช้อำนาจรัฐอุ้มชูกิจการของตน

2.พฤติการณ์ใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ชินคอร์ป   ได้แก่   การให้สัญญาหรือแก้ไขสัญญา  หรือตรากฎหมาย  หรือมีมติ  ครม. ที่ยังผลเอื้อประโยชน์ธุรกิจชินคอร์ปหลายครั้งหลายหน  จนรัฐเสียหายนับแสนล้านบาท  ซึ่งตรงจุดนี้แม้ทักษิณจะพยายามอยู่ห่างๆ  สักเท่าใดก็รอดเงื้อมมือกฎหมายไปไม่ได้   เพราะกฎหมายห้ามไว้ชัดเจนว่า  เกิดสัญญาที่นายกฯ   มีประโยชน์ทับซ้อนเช่นนี้เมื่อใด  ตัวนายกฯ  ต้องผิดติดคุกเสมอ  และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็ต้องถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิสมควร  สืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ไปด้วยในตัว

3.ยึดหุ้นชินคอร์ป   เมื่อถือว่าตำแหน่งนายกฯ   ของทักษิณ  มีหุ้นชินคอร์ปทั้ง  49.6%  ผูกติดอยู่   แล้วต่อมาหน่วยงานใต้ตำแหน่งนายกฯ  ก็ออกมาตรการเอื้อประโยชน์ธุรกิจนั้นโดยมิชอบ    ประโยชน์นี้จึงต้องถือว่าเป็นประโยชน์ที่ได้มาโดยมิสมควรสืบเนื่องจาก ตำแหน่งนายกฯ  และกฎหมายยึดทรัพย์ฐาน   "ร่ำรวยผิดปกติ"  ก็จะเข้ามาใช้บังคับ  ให้ศาลมีอำนาจยึดหุ้นทั้งก้อนนี้ได้   หากได้แปรรูปไปเป็นเงินค่าขายหุ้น  7.3  หมื่นล้าน  รวมเงินปันผลอีก  7  พันล้าน   กฎหมายก็ให้ตามยึดเงินได้ทั้งหมด  ยึดแล้วยังได้ไม่ครบ  ก็ให้ศาลสั่งยึดทรัพย์สินอื่น  เช่น  บ้านจันทร์ส่องหล้าได้อีกรอบหนึ่ง

ทั้งหมดนี้คือเครื่องมือในคลังกฎหมายไทยที่มีอยู่แล้ว  คงเหลือแต่ความมุ่งมั่นนำมาใช้ให้เกิดผลเป็นความยุติธรรมที่เห็นจริงได้ใน บ้านเมืองเท่านั้น   (หมดตัวด้วย..ติดคุกเป็น  10  ปีด้วย..ถึงขนาดนั้นเชียวหรือนี่..ฝันไปแล้วล่ะคุณ).

 

-----------------------------------------------------

กลับหน้าหลักของบทความนี้

ที่มา จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์นะครับ ...

โดย นิสิตสุรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net