วันที่ จันทร์ เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทักษิณ.....Who are you? --- ระบอบทักษิณ / เปิดโปงระบอบทักษิณ


 5.ระบอบทักษิณ

5.1  กำเนิดความร่ำรวยของทักษิณ  ถ้าทักษิณยังเป็นแค่พ่อค้าฉ้อฉลที่ไม่มีอำนาจ  ยังต้องคอยกราบกรานเกาะบิ๊กจอร์จ  หรือกอดคอขอความช่วยเหลือจากรัฐมนตรี เฉลิม  อยู่บำรุง  เหมือนในอดีตเท่านั้น  เขาก็คงทำร้ายเราไม่ได้เท่าใด  หรือถ้าเขาเป็นแค่นักการเมืองฉ้อฉลฝีมือเฉียบขาดพูดให้ลิงหลับได้  แต่ว่าไม่มีเงิน  เสกเงินจากอากาศไม่เป็น  ต้องเกาะตระกูลเศรษฐี  เช่น  ธรรมวัฒนะ  เป็นนายทุน  บ้านนี้เมืองนี้คงไม่เสียหายเท่าใดอีกเช่นกัน

แต่เมื่อความสามารถในทางฉ้อฉลทั้งในการใช้เงินและในการใช้อำนาจได้รวมอยู่ใน คนๆ เดียวกันเมื่อใดแล้ว  ประเทศไทยก็ต้องหายนะถึงสองเด้งอย่างแน่นอน  กำเนิด  "ระบอบทักษิณ"  อยู่ตรงจุดนี้  ตรงจุดที่ความฉ้อฉลสองชนิดนี้คูณตัวเข้าด้วยกัน  มีเงินก็ใช้เงินจนได้อำนาจโดยฉ้อฉล  เมื่อได้อำนาจแล้วก็ใช้อำนาจนั้นหาเงินโดยฉ้อฉลอีก  ยิ่งมีเงินก็ยิ่งได้อำนาจ  ยิ่งได้อำนาจก็ยิ่งมีเงิน  หมุนวนพัฒนาทั้งปริมาณและคุณภาพยกระดับความฉ้อฉลขึ้นไปไม่มีหยุดยั้ง หวนทบทวนเมื่อใดก็พบได้ทันทีว่า  นายกฯ  ทักษิณ  ในปีที่  1  กับปีที่  6  นั้น  ต่างกันจนจำแทบไม่ได้เลยทีเดียว

ป่วยการ...ที่จะพร่ำชี้บ่นว่า  สังคมการเมืองไทยนั้นอ่อนแอทางความคิด  ความเคลื่อนไหว  เพราะลำพังคำพูดนั้นแก้ปัญหาไม่ได้

เป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี...ที่จะร่างรัฐธรรมนูญที่มีประสิทธิภาพปฏิรูปการ เมืองขึ้นมาให้จงได้  เพราะสังคมนั้นเปลี่ยนกฎหมายได้  แต่กฎหมายนั้นเปลี่ยนสังคมไม่ได้  สิ่งที่เราต้องทำคือการเดินทางไกล  และเรียนรู้ร่วมกัน  แต่เรากลับถูกระบอบทักษิณมาสิงสู่ให้ทรุดโทรม  ฟั่นเฟือน และแตกแยก

เราจะขับไล่ปีศาจตนนี้ออกไปจากร่างกาย  จิตใจ  ของบ้านเมืองนี้ได้อย่างไร...นี่คือโจทย์ที่ชัดเจนเพียงประการเดียวเท่า นั้น  (เอาจริงแล้วหรือนี่...เฮ้ย...เฮ้ย...พวกพันธมิตรโผล่มาอีกแล้วโว้ย)

5.2  ภารกิจยับยั้งระบอบทักษิณ  หนังสือเล่มนี้ไม่ต้องการให้ใครมารวมตัวสนับสนุนเป็นขบวนการพันธมิตร  หรือเป็นอ่างขนมรวมมิตรใดๆ  ทั้งสิ้น  หากแต่ต้องการเพียงแค่สื่อสารให้คนที่ยังรู้จักคิดอ่าน  รู้จักห่วงลูกหลานได้ขบคิดโดยเสรีเท่านั้นว่า  นี่คือความจริงใช่ไหม  และตัวคุณเองควรจะทำและทำอะไรได้บ้างเท่านั้น  หากเห็นตรงกันว่านี่คือปีศาจที่ต้องขับไล่ออกไป  ก็ต้องรู้จักจุดอ่อนของปีศาจตนนี้ให้กระจ่างต่อไปด้วยว่า  ในที่สุดของที่สุดแล้วสิ่งที่ระบอบนี้กลัวที่สุดก็คือการเปิดโปงอย่างถึงราก ถึงโคนนั่นเอง  กล่าวคือ

คนในระบอบทักษิณเป็นคนที่หลอกลวงตนเอง  ตั้งแต่ทักษิณลงไปถึงรัฐมนตรี  ถึงกรรมการบริหารพรรค  ถึง  ส.ส.และบรรดาหัวคะแนนทั้งปวง  คนเหล่านี้รู้ดีว่าตนกำลังร่วมอยู่ในขบวนการโกงกินชาติและเอาเปรียบผู้อื่น  แต่ด้วยความอยากมีอยากได้และการชิงดีชิงเด่น  ก็ทำให้เขาเหล่านั้นยอมตัวอยู่ใต้อำนาจของคนที่ชื่อทักษิณ  ชินวัตร

การยอมตนลงเป็นเช่นทาส  หรือบริวารเช่นนี้  ในเบื้องลึกจะทำให้พวกเขาอยู่กับสติปัญญา  ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของตนเองได้ลำบากมาก  จนก่อเกิดเป็นความพยายามหลอกลวงตนเอง  พยายามหาคำอธิบายมาปลอบใจตนเองว่าระบอบนี้ดีอย่างนั้นอย่างนี้  ชี้ชวนให้แก้ตัวให้ตัวเองจนหลงเชื่อไปจริงๆ  ว่า  ความเชื่อจากจิตใจอันเจ็บป่วยของตนนั้นเป็นความจริง

ส.ส.ไทยรักไทยทั้งหลายนั้นไม่เข้าใจเลยว่า  ทำไม  ส.ส.หญิงจากกาฬสินธุ์จึงโหวดงดออกเสียงในญัตติอภิปรายนายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ  ในคดีโกง  ซีทีเอ็กซ์  พวกเขายังไม่เข้าใจพระเปรมศักดิ์อีกเช่นกันว่าลาออกจากพรรคทำไม  เหตุทั้งนี้ก็เพราะพวกเขาได้ตกลงไปในวังวนแห่งการชวนเชื่อ  หลอกตนเองไปเสียแล้ว  จนไม่มีความคิดเสรีที่จะเข้าใจท่านทั้งสองได้เลยว่า  นี่คือเสรีชนที่ยึดมั่นว่าตนจะต้องรับผิดชอบต่อประชาชน  ไม่ใช่ต่อพรรคหรือต่อทักษิณ

การยืนหยัดของท่านทั้งสองจึงเป็นสิ่งเสียดแทง  เปิดโปงถึงตัวตนคนอันเจ็บป่วยไร้ศักดิ์ศรีของ  ส.ส.ไทยรักไทย  จนพวกเขาแทบจะทนทานไม่ได้  จึงพากันใช้พลังหมู่มาบีบคั้น  ตำหนิ  ทำลายตัวตนของท่านทั้งสองลงไปให้ได้  อย่างไม่ปรานีเลย

โสเภณีที่ขายตัวในราคาแพง  แล้วหลอกตัวเองว่าการได้ราคาแพงๆ  นี้คือสิ่งที่น่าภูมิใจสำหรับตนเองนั้น  ยังดีกว่าคนในระบอบทักษิณมากมายนัก  เพราะพวกเธอไม่ทำร้ายบ้านเมืองแต่อย่างใดเลย  ตรงข้ามกับคนอย่าง  จาตุรนต์  ฉายแสง  ที่รู้ดีว่าทักษิณทำอะไรกับพี่น้องสามจังหวัด  และน่าจะเจ็บปวดอย่างลึกซึ้งยิ่ง  ที่ทักษิณไม่รับฟังข้อมูลและข้อเสนอที่เขาใช้เกียรติยศรวบรวมมา  แต่เขาก็ไม่ยอมลาออกและเชิดหน้าต่อสู้กับ  คมช.ว่า  ระบอบทักษิณ  คือระบอบประชาธิปไตย  (เพราะมาจากเลือกตั้ง?)  อยู่จนทุกวันนี้

อดีตสหาย  พคท.ทั้งหลายก็ประสบเช่นนั้น  และพูดเช่นนั้นเหมือนกันทั้งหมดนี้  ถ้าไม่ใช่ความเจ็บป่วยจากการหลอกตัวเองเพื่อหนีความสำนึกในตัวตนอันน่าเวทนา แล้ว  จะหาอะไรมาอธิบายได้อีก

จนบัดนี้หลายคนยังมองไม่ออกว่า  อดีตสหายซ้ายจัดมารวมกับคนขวาจัดได้อย่างไร?  คำตอบนั้นอยู่ที่  "ความจัด"  อันเป็นตัวร่วมว่า  ซ้ายหรือขวานั้นเป็นเพียงเสื้อวินสำหรับพวกเขา

ตัวจริงของเขากลับเหมือนกับเป็นพิมพ์เดียว  ตรงที่ต่างก็มีปัญหากับตัวตน  เพราะทะเยอทะยานใฝ่อำนาจจนเกินตัว  จนอยู่กับตัวตนของตนเองไม่ได้  ต้องหนีตัวเองไปเชื่อและทุ่มเทกับขบวนการใดก็ได้  จนอยากเชื่ออะไรก็จะเชื่อจน  "จัด"  ไปหมดเท่านั้นเอง

ระบอบทักษิณกำลังพยายามพัฒนาขบวนการมวลชน  ทักษิณและคณะนำมีทักษะสูงยิ่งในการคัดสรรและลอกแบบซึ่งเทคโนโลยีทางอำนาจ ต่างๆ  ทั้งจากกลยุทธในตำราบริหารธุรกิจ  และกลยุทธมวลชนของฝ่ายซ้าย  และเอ็นจีโอ

ในยามครองอำนาจนั้นกลยุทธการตลาดย่อมเป็นตัวชี้นำ  แต่ในยามต่อสู้แล้วกลยุทธมวลชนต้องขึ้นมาแทนที่  ต้องย้ำความสิ้นหวังอับจนของมวลชน  ต้องอธิบายสาเหตุชี้เป้าหมายหรือซาตานที่มวลชนต่อสู้  โดยมีการปะทะ  เสียสละให้เห็นจริงจัง  จนเมื่อยกพวกไปปาบ้านประธานองคมนตรีจนตีกับตำรวจได้  ก็รู้สึกเป็นชัยชนะที่สามารถกระชากหน้ากากฟาสซิสต์ได้สำเร็จ  รำวงกันยกใหญ่  ด้านความถี่ก็ต้องเคลื่อนไหวต่อเนื่องไม่มีหยุด  เพื่อให้สมาชิกเชื่อว่าขบวนการของเรากำลังเดินทาง  ข่าวสารจากท่านผู้นำต้องทยอยมาปลอบประโลมให้คึกคักอย่างได้ขาด  พร้อมค่าโสหุ้ยอันเพียงพอที่จะแสดงถึงความเอื้ออาทรจากใจจริง

ปัจจัยจัดตั้งมวลชนทั้งหมดนี้  ทักษิณและคณะนำได้นำมาใช้โดยเต็มกำลัง  เมื่อปักหลักที่สนามหลวงได้แล้ว  ก็จะกระจายต่อไปยังชัยภูมิต่างจังหวัด  ทั้งในช่วงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ  และในช่วงปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง  ที่ขบวนการจะปรากฏตัวแสดงพลัง  แปรทุกอย่าง  ทุกเรื่องในทุกสนามต่อสู้ให้เป็นขบวนการต่อสู้กับเผด็จการอำมาตยาธิปไตยทุก ครั้งไป  ไม่มีวันสิ้นสุด

กลยุทธมวลชนปฏิวัตินี้  จะสามารถใช้ได้ผลจนเกิดเป็นพลังมวลชนที่แท้จริงได้สำเร็จหรือไม่นั้น  เป็นคำถามลอยๆ  ที่ไม่ควรจะถาม  เพราะคำตอบนั้นขึ้นอยู่กับการต่อสู้ของผู้คนในชีวิตปกติเป็นสำคัญว่า  จะสามารถต่อสู้ทางจิตวิทยาจนโดดเดี่ยวขบวนการนี้จากประชาชนได้หรือไม่  เพียงใด  หรือจะหน้ามืดเข้าไปต่อสู้โดยพลาดพลั้งจนกลายเป็นแนวร่วมมุมกลับสร้างมวลชน ป้อนให้ขบวนการนี้ขึ้นมาเสียเอง

6.เปิดโปงระบอบทักษิณ

6.1  กลไกทางกฎหมาย  การต่อสู้กับระบอบทักษิณต้องเอาความเป็นปกติสู้กับความเจ็บป่วยทางจิตใจของ พวกเขา  เปิดโปงความจริงให้เขาต้องโดดเดี่ยวอยู่กับความคับแค้นที่ไม่มีทางออก

กลไกทางกฎหมายคือกระบวนการเปิดโปงความจริง  ที่ใช้ได้ดีที่สุดในสถานการณ์นี้  ข้อมูลที่เราได้รวบรวมชี้ช่องไว้ให้แล้วนั้น  มีคุณภาพถึงขั้นพัฒนาเป็นการ ดำเนินคดีได้ทุกมูลกรณี  อำนาจสอบสวนทั้งในทางบริหาร,  รัฐสภา  และตำรวจ  จะต้องถูกปลุกและระดมมาใช้สอบสวนแล้วรายงานประชาชนอย่างเต็มอัตราเร่ง  ผู้บริหารที่เป็นบริวารสำคัญของระบอบทักษิณ  ในองค์กรเป้าหมาย  เช่น  กลต.,  คลัง,  ผอ.กองสลาก,  ทศท.  กสท.  บสท.,  สำนักงานอัยการ  ต้องถูกปลดถ่ายแทนที่ด้วยการสอบสวนขนานใหญ่  ขยายผลรายงานต่อสาธารณชนเป็นระยะ

เลิกเสียที...พอกันทีกับการเหมาและโยนงานชำระล้างบ้านเมืองให้กับการประชุมไปวันๆ   ของคนหยิบมือเดียวใน  คตส.หรือ  ป.ป.ช.

6.2  สาส์นประชาชน  ขอให้ทุกท่านที่ยังรักบ้านเมือง  ห่วงลูกหลาน  และเห็นว่าข่าวสารในครั้งนี้มีค่าควรแก่การเรียนรู้ร่วมกันเพื่อความเท่าทัน ต่อระบอบทักษิณ  ได้ช่วยกันทำซ้ำและเผยแพร่เอกสารนี้ไปยัง  ญาติ  พี่น้อง  เพื่อนฝูง  เพื่อนบ้าน  ให้ได้ศึกษาและช่วยเผยแพร่กันต่อไปจนเป็นห่วงโซ่แห่งสาส์นประชาชนที่ทรง พลัง  เราไม่ขอเรียกร้องปลุกระดมให้ใครทำอะไร เพราะแต่ละท่านก็มีวิจารณญาณ  มีความเคลื่อนไหวได้ตามจิตสำนึกแห่งตนอยู่แล้ว

ขอได้โปรดอ่าน  "ทักษิณ...Who  are  you?"  สักสองรอบ  แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่า  Who  I  am  จากนั้นจึงขบคิดใคร่ครวญลงมือทำไปตามจิตสำนึกแห่งตนต่อไป  เพียงเท่านี้...ก็เป็นอันเสร็จภารกิจของท่านในฐานะที่เป็นเสรีชนผู้ตื่นรู้ แล้ว...

                                             ด้วยจิตคารวะ
                                        กลุ่ม "Thaksin watch"

 

-----------------------------------------------------

กลับหน้าหลักของบทความนี้

ที่มา จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์นะครับ ...

โดย นิสิตสุรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net