วันที่ จันทร์ เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พันธกิจผักบุ้ง


 

พันธกิจปลูกผักบุ้ง


 ถ้าเราทำอะไรซ้ำๆกันทุกวัน เป็นเวลา อย่างน้อย 25 วัน สมองของเราจะรับรู้และเคยชิน และทำให้เราทำสิ่งนั้นจนเป็นนิสัย พรตั้งใจ จะทำอะไรก็ได้ ที่เป็นการออกกำลังกาย  มาทำเป็นพันธกิจร่วมกันค่ะ จะได้เป็นการให้กำลังใจ ซึ่งกันและกัน

   นี่เป็นคำชวนของน้องพร สิงห์มือซ้าย (http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai/2009/04/22/entry-1)

 เธอยังหาทางออกให้อีกว่า จะทำอะไรก็ได้ยี่สิบห้าวัน เช่นเขียนจดหมาย ฟังเพลง ฯลฯ

 แรกคิดว่าจะออกกำลังกายทุกวันเหมือนกันแต่กลัวเหนื่อย (ฮา) 
จึงคิดใหม่ ว่าจะโทร.หาแม่ทุกวันดีกว่า แต่ปรากฏว่า โทร.ได้วันเดียว แม่กำลังอาบน้ำเลยไม่ได้คุยอีก คุยกับพี่สาวแทนท่ามกลางเสียงร้องเพลงของหลานก็เลยไม่ได้คุยอะไรมาก วันต่อมาไปสะเมิงเยี่ยมเพื่อนบนดอยสูง เขาอยู่ที่บ้านป่าคาใน ออกจากสะเมิงไปยี่สิบกิโล ไปติดพายุอยู่บนดอยที่นั่นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์


 วันนี้คิดใหม่ เอาเป็นปลูกต้นไม้ทุกวันดีกว่า ดูเหมือนจะทำได้ เพราะธรรมดาตื่นขึ้นมาก็รดน้ำต้นไม้ทุกวันอยู่แล้ว และการปลูกต้นไม้ทุกวันคงจะทำให้ได้ต้นไม้มากขึ้น แต่การปลูกต้นไม้ที่บ้านนี้ถือเป็นงานหนักและต้องทำด้วยใจรักจริง ๆ เพราะพื้นที่ที่เราอยู่เป็นพื้นที่ที่เรียกว่าป่าแพะคือมีความแห้งแล้งสูงมาก เป็นดินทรายและเคยปลูกมันสำปะหลังมาก่อนด้วย สภาพดินเสื่อมมาก พวกมันสำปะหลัง ก็เหมือนพวกต้นยูคา ต้นกระดาษ พวกนี้ทำให้ดินเสีย 

    ได้ผักบุ้งมาเหมืตะบองเพ็ดิบโตด้วยความลำบาก ต้นไม้ที่งอกงามและอดทนก็เป็นพวกมะขาม มะรุม มะกอก และไผ่ อีสองปีที่มาอยู่ที่นี้ฉันปลูกต้นไม้ด้วยความยากยิ่ง และคิดถึงผืนดินที่บ้านใต้อยู่เสมอ ที่นั่นอะไรตกลงไปในดินก็ขึ้นสวย แต่ที่นี่แม้แต่มะละกอยังเติบโตด้วยความลำบาก ต้นไม้ที่งอกงามและอดทนก็เป็นพวกมะขาม มะรุม มะกอก และไผ่



                          วันนี้เอาฤกษด้วยการปลูกผักบุ้งที่หน้าบ้าน ประมาณสามสิบต้น เป็นต้นค่ะไม่ใช่หว่านด้วยเมล็ด ช่วงนี้ผักบุ้งคงจะราคาถูกน้องสาวซึ่งอยู่ในบริเวณบ้านเดียวกันเอาผักบุ้งมาให้ เธอว่าซื้อมามัดใหญ่  และคุณผู้ชายของบ้านไปตลาดก็ได้ผักบุ้งมาเหมือนกัน

 โชคดีผักบุ้งที่พวกเขาซื้อมาไม่ได้ตัดรากทิ้ง ฉันก็เลยตัดรากไปปลูก การปลุกผักบุ้งด้วยวิธีนี้จะได้ผักบุ้งกินอีกสองมื้อ เพราะมันจะแตกยอดออกมาให้เราเก็บได้มากกว่าจำนวนที่เราซื้อมาหนึ่งเท่า ต้นหนึ่งจะแตกประมาณสองยอด เด็ดยอดมากินและถอนทิ้งเลยเพราะถ้าให้มันแตกใหม่ก็จะได้ยอดที่เล็กมาก ๆ ไม่สมบูรณ์

 เมื่อตอนเด็ก ถูกหลอกว่า กินผักบุ้งทำให้ตาหวาน ตาสวย จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ต้องกินผักบุ้งอยู่ดี ทั้งนี้เพราะพ่อปลูกผักขาย มีผักบุ้ง ผักกาด แตงกวา ถั่วฝักยาว พริกขี้หนู และอีกสารพัด แต่พวกพี่ ๆ ที่มีหน้าที่ทำกับข้าวให้น้องกินชอบผัดผักบุ้งให้ กิน เข้าใจว่าคงจะง่ายกว่าทำอย่างอื่น

 พ่อปลูกผักโดยใช้แรงงานของตัวเอง เป็นอาหารเลี้ยงลูกสิบคน และยังเหลือตัดไปขายตลาดเพื่อซื้อเนื้อ และปูปลามากิน ช่างมหัศจรรย์จริง ๆ จำได้ในสมุดบันทึกนักเรียนมีช่องหนึ่งให้เติมลงไปว่าฐานะ... จะถูกเติมลงไปว่า ปานกลาง พอกินพอใช้ ตอนนั้นไม่รู้สึกว่ายิ่งใหญ่อะไรเลยก็แค่พอกินพอใช้ มีเพื่อนบางคนได้เติมลงไปว่าค่อนข้างร่ำรวยแต่มีบางคนถูกเติมลงไปว่า ค่อนข้างยากจน (ฉันไม่รู้ว่า ยุคนั้นเขามีเหตุผลอะไรในการเติมฐานะลงไปในสมุดพกนักเรียน)

  มาถึงวันนี้รู้สึกว่า แค่พอกินพอใช้นั่นถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก และรู้สึกว่าพ่อเท่มากเพราะพ่อใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงลูกมาตั้งแต่หกสิบปีที่แล้ว (คิดตามอายุของพี่สาวคนโต) โดยมีแม่เป็นกำลังสำคัญอยู่เคียงข้าง ซึ่งทุกวันนี้เรื่องการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงได้รับการนิยมยิ่งจนถือเป็นทางรอดของชีวิต

 พ่อตายไปเสียก่อนที่จะได้ภาคภูมิใจ แต่แม่ยังอยู่เก็บความภาคภูมิใจนั้นได้ ในช่วงวัยแปดสิบปีของแม่ยังแข็งแรง ความดันโลหิตปกติ เดินไปไหนมาไหนได้สบาย  ฉันมองแม่อย่างทึ่งจริง ๆ ผู้หญิงคนนี้ คลอดลูกมาสิบคน และลูก ๆ ยังอยู่ดีมีชีวิตกันทุกคน

                         แม่ของเราเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เดี๋ยวนี้แม่ก็ยังอ่านอยู่ แต่อ่านได้น้อยลง แม่บ่นว่าตามองไม่ค่อยเห็น อ่านได้แต่ตัวใหญ่ ๆ และหนังสือเดี๋ยวนี้ตัวเล็กจัง

 เอาละอย่างไร ฉันก็คงกินผักบุ้งต่อไป และเชื่อว่ากินผักบุ้งแล้วตาหวาน

 



 








โดย แพรจารุ

 

กลับไปที่ www.oknation.net