วันที่ อังคาร เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

๕ พฤษภาคม"วันบรมราชาภิเษก" โดย เปลว สีเงิน


     วันนี้   เป็นวันที่  ๒๘  เมษายน  ท่านจำได้ไหมเอ่ย  ย้อนหลังกลับไป  ๕๙  ปีที่ผ่านมา  เมื่อวันที่  ๒๘  เมษายน  ของปี  พ.ศ.๒๔๙๓  ตรงกับวันศุกร์  ๑๒  ค่ำ  เดือน  ๖  ปีขาล  วันนั้น  คือวันมหามงคลอีกวันหนึ่งที่ยังความปลาบปลื้มปีติให้กับประชาชนคนไทยตราบทุก วันนี้  นั่นคือ  เป็นวันประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ

     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหมั้นกับ  "หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์  กิติยากร"  ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ตั้งแต่วันที่  ๑๙  กรกฎาคม  ๒๔๙๒  และเสด็จนิวัตประเทศไทยพร้อมกันเมื่อ  ๒๔  มีนาคม  ๒๔๙๓  การเสด็จนิวัตครั้งนี้  เพื่อร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิง  "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล"

     แต่ผมขอแทรกสิ่งควรรู้ไว้ตรงนี้สักนิด  ในปีนี้  ๒๔๙๓  นี้  มีเหตุการณ์เป็นมงคลแก่ประเทศชาติ   และมวลมหาประชาชนชาวไทยถึง  ๒  เหตุการณ์ด้วยกัน  คือในวันที่  ๕  พฤษภาคม  นอกจากมีการประกอบ  "พระราชพิธีบรมราชาภิเษก"  ตามโบราณราชประเพณีแล้ว

     ก่อนจะถึงวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก   คือวันที่เรียกกันว่า  "วันฉัตรมงคล"  นี่แหละ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ก็โปรดเกล้าฯ  ให้จัดการ  "พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส"  ขึ้นที่วังสระปทุมในวันนี้  คือวันที่  ๒๘  เมษายน  ของเมื่อ  ๕๙  ปีที่แล้ว

     ฉะนั้น  วันนี้  จึงเป็นวัน  "พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส"  ที่เรา-เหล่าพสกนิกรไทย  และผู้สุขร่มเย็นอยู่ใต้พระบรมโพธิสมภารทั้งหลาย  ขอน้อมเกล้าฯ  ถวายพระพรชัย

     ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ  พระราชโอรส  พระราชธิดา  และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์  จงทรงพระเจริญ  จงทรงมีจิตพระเกษมสำราญ  ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์  แข็งแรง  ตลอดกาล  และตลอดไป

     ก็เป็นเกร็ดความรู้ที่ควรทราบไว้ด้วยนะครับว่า  ในวันราชาภิเษกสมรสนั้น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ก็ทรงโปรดเกล้าฯ  ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนา  "หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์  กิติยากร"  ขึ้นเป็น  "สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์"

     เมื่อพูดถึงวันพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส  แล้ว  สมควรต้องกล่าวต่อเนื่องถึงวัน  "พระราชพิธีฉัตรมงคล"   ๕  พฤษภาคม  ด้วย  คือหลังจากสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์  กิติยากร  ขึ้นเป็น  สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์  เมื่อ  ๒๘  เม.ย.  ครั้นถึงวันที่  ๕  พฤษภาคม  ปีเดียวกัน  รัฐบาลไทยได้น้อมเกล้าฯ  จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกถวาย  เรียกว่าได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบตามโบราณราช ประเพณีแล้วทุกประการ

     และในกาลนี้  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์  ขึ้นเป็น  "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินี"

     ครับ..ถ้าจะทิ้งความไว้แค่นี้  บางท่านอาจสงสัยใคร่ถามว่า  ก็ได้ยินถึงการออกพระนาม  "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินี"   ว่า  "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ"  มิใช่หรือ  มีความเป็นมาอย่างไร?

     ก็อย่างนี้ครับ  ในระหว่างวันที่  ๒๒  ตุลาคม  ถึงวันที่  ๕  พฤศจิกายน  ปี  พ.ศ.๒๔๙๙  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงผนวชเป็นพระภิกษุ  ณ  วัดบวรนิเวศ  มีกำหนด  ๑๕  วัน  ได้ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินี  เป็น  "ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์"  พูดให้เข้าใจง่ายๆ  คือ  ทรงมอบหมายให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  ปฏิบัติหน้าที่  "พระมหากษัตริย์"  แทนพระองค์ในระหว่างนั้น

     ก็ตามราชประเพณี  เมื่อสมเด็จพระราชินีปฏิบัติหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์  เคยมีประกาศให้ออกพระนามว่า  "สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ"  ต่อมา  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้เฉลิมพระอภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินี  ว่า  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ  นับแต่นั้นมา  นับว่าเป็น  "พระบรมราชินีนาถ"  องค์ที่  ๒  ของประเทศไทย

     โดยพระองค์แรกคือ  สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี  พระบรมราชินีนาถ  ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนาเป็น  "สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ  พระบรมราชชนนี  พระพันปีหลวง"  โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ร.๕  ทรงแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์  ขณะพระองค์เสด็จประพาสยุโรป

     ก็พอเข้าใจกันแล้วนะครับ  ในฐานะที่เราเป็นคนไทย  เล็กๆ  น้อยๆ  เหล่านี้ทราบกันไว้บ้างก็ดี  ก็มาต่อถึงเรื่องวันฉัตรมงคล  "๕  พฤษภา"  ที่จะถึงในอีกไม่กี่วันนี้ไปเลย  หลายท่านอาจสงสัย   คือ  ผมบอกว่า  พระราชพิธีบรมราชาภิเษก  มีเมื่อวันที่  ๕  พฤษภาคม  ๒๔๙๓  ทีนี้นับดูแล้ว  จาก  พ.ศ.๒๔๙๓  จนถึง  พ.ศ.๒๕๕๒  คือปีนี้-วันนี้  ก็ได้  ๕๙  ปี  เท่านั้น!

     หมายความว่า  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขึ้นครองราชย์มา  ๕๙  ปีเท่านั้น  ก็แล้วเมื่อ  ๙  มิถุนายน  ๒๕๔๙  คือเมื่อ  ๓  ปีที่ผ่านมา  เราเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ขจรกำจายพระเกียรติเกริกไกรไปทั้งโลกบนความหมาย  Diamond  Jubilee  พระมหากษัตริย์ไทย-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่  ๙   ทรงครองสิริราชสมบัติ  ครบ  ๖๐  ปี  มิใช่หรือ?

     ใช่แล้ว  ถูกต้องทุกประการ  เพราะอย่างนี้แหละผมถึงบอกว่า  "เราคนไทย  ควรทราบสิ่งที่ควรมีเป็นคำตอบให้กับผู้สงสัยได้ทุกเมื่อติดตัวไว้บ้าง  ก็ทราบกันแล้วใช่ไหมครับว่า  ภายหลังที่  "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล"  เสด็จสวรรคต  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  ก็เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์  รัชกาลที่  ๙  สืบต่อ  เมื่อวันที่  ๙  มิถุนายน  พุทธศักราช  ๒๔๘๙  ตามความตอนหนึ่งที่รัฐบาลขณะนั้นประกาศว่า

     "จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า  สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ  เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช   ได้ขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์   เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ตั้งแต่วันที่  ๙  มิถุนายน  พุทธศักราช  ๒๔๘๙"

                    ปรีดี พนมยงศ์     

                    นายกรัฐมนตรี

     จาก  ๙  มิถุนายน  ๒๔๘๙  ถึงวันที่  ๙  มิถุนายน  ๒๕๔๙  ก็  ๖๐  ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติพอดี  และเราชาวไทย  ประเทศไทยก็เฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เป็นประวัติศาสตร์แห่งราชจักรีวงศ์ เป็นที่ประจักษ์ต่อสากลโลกว่า  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา  เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก

     ทีนี้  ก็มาไขปม  "วันฉัตรมงคล"  คือวันบรมราชาภิเษก  ที่  ๕  พฤษภาคม  ๒๔๙๓  ก็ในเมื่อในหลวงทรงขึ้นครองราชย์ไปแล้วตั้งแต่  ๙  มิ.ย.๘๙  ไฉนรัฐบาลไทยยุคนั้นจึงจัดพระราชพิธีราชาภิเษกถวายอีกล่ะ?

     ก็น่าสงสงสัยอยู่หรอก   คืออย่างนี้ครับ  ขณะ  ร.๘  เสด็จสวรรคต  เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช  ยังไม่บรรลุนิติภาวะ  พูดง่ายๆ  คือ  อายุยังไม่ครบ  ๒๐  ปีบริบูรณ์  จะขึ้นว่าราชการแผ่นดินยังไม่ได้  ต้องมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์  ประกอบกับจะต้องทรงกลับไปศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์  อีกประการหนึ่ง  ตามโบราณราชประเพณี  การประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก  ควรจะหลังจากจัดงานถวายพระเพลิงพระมหากษัตริย์ในพระบรมโกศให้เรียบร้อยเสีย ก่อน

     แปลความง่ายๆ  ก็คือ  แผ่นดินจะว่างพระมหากษัตริย์ไม่ได้  เมื่อสิ้นรัชกาลที่  ๘  ก็ในวันเดียวกันนั้น  ด้วยความเห็นชอบของรัฐสภา  ซึ่งประชุมกัน  ณ  พระที่นั่งอนันตสมาคม  พิจารณาตามมาตรา  ๙  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  และมาตรา  ๙(๘)  แห่งกฎมณเฑียรบาล  ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์  พุทธศักราช  ๒๔๖๗  จึงประกาศให้

     "สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ  เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช"  ขึ้นครองราชย์เป็น  "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช"  รัชกาลที่  ๙  นับ  ณ  วันนั้น  คือวันที่  ๙  มิ.ย.๘๙  ครบถ้วน  ถูกต้อง  สมบูรณ์แบบ  ทั้งทางกฎหมาย  ทั้งทางกฎมณเฑียรบาล  และนับเป็นปีรัชกาล  ณ  วันนี้

     ส่วนวันที่  ๕  พฤษภาคม  ๒๔๙๓  คือต่อมาจากที่ทรงขึ้นครองราชย์แล้ว  ๔  ปี  พระชนมายุเจริญครบ   ๒๐  พรรษาแล้ว  งานในพระบรมโกศเรียบร้อยแล้ว  งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก  รัฐบาลจึงจัดถวายเฉลิมฉลอง  "เป็นทางการ"  ตามโบราณราชประเพณี  และก็ได้ถือเอาวันที่  ๕  พฤษภาคม  ของทุกปีเป็นวัน  "ฉัตรมงคลรำลึก"  สืบต่อมา

ที่มา http://www.thaipost.net/news/280409/3820

โดย นิสิตสุรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net