วันที่ อังคาร เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กก.ปรองดองชูนิรโทษกรรม-ชมรมตุลาฯค้าน


วันที่ 28 เมษายน 2552 20:22
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20090428/37796/กก.ปรองดองชูนิรโทษกรรม-ชมรมตุลาฯค้าน.html

มติพผ.แก้รธน.50-นิรโทษการเมือง ตั้ง2คนนอกนั่งกก.ปรองดองฯ "เสนาะ"โค้วตาปชร. ชมรมตุลาฯ ค้านแก้รธน.เพื่อนิรโทษกรรม เรียกร้องภาคปชช.เข้าร่วม

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่พรรคเพื่อแผ่นดิน อาคารนายเลิศ ถ.สุขุมวิท มีการประชุมพรรคโดยมี ส.ส. กรรมการบริหารพรรค และรัฐมนตรีเข้าประชุม เช่น ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร น.พ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง นายไชยยศ จิรเมธากร ว่าที่เลขาธิการพรรค น.พ.อลงกต มณีกาต ว่าที่โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน นายนรพล ตันติมนตรี ส.ส.เชียงใหม่ ขณะที่ ส.ส.กลุ่มบ้านริมน้ำ และ ส.ส.กลุ่มพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน ไม่เข้าร่วมประชุมพรรค

ต่อมา เวลา 18.00 น. น.พ.อลงกต กล่าวภายหลังประชุม ว่าที่ประชุมมีมติกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยสรุปว่าควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นรายมาตรา แต่ต้องไม่นำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาเป็นแม่แบบ เช่น ต้องแก้ไขมาตรา 190 ที่ระบุว่าการเจรจากับต่างประเทศจะต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติของรัฐสภา ซึ่งพรรคเห็นว่าไม่มีความจำเป็น

มาตรา 237 เรื่องการยุบพรรค ให้มีการเอาผิดเป็นรายบุคคล ไม่ใช่ยุบทั้งพรรค รวมถึงการเพิกถอนสิทธิ์กรรมการบริหารที่ไม่ได้ทำผิด และมาตรา 265 มาตรา 266 ที่ส.ส.ไม่สามารถเป็นเลขานุการรัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐมนตรีได้ รวมถึง ส.ส.ไม่สามารถทำหนังสือถึงข้าราชการได้โดยตรง ทำให้ไม่สามารถแจ้งความเดือดร้อนให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบได้ ต่อจากนี้ทางพรรคจะนำข้อเสนอทั้งหมดผ่านไปยังตัวแทนของพรรคทั้ง 2 คน เพื่อให้นำผลสรุปของพรรคเข้าหารือในคณะกรรมการฯ ต่อไป

เขากล่าวอีกว่า ส่วนการนิรโทษกรรม ทางพรรคมีมติเห็นด้วย เพราะที่ผ่านมากฎหมายถูกบังคับใช้จนเป็นเหตุให้พรรคการเมืองถูกยุบ และกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์ ทั้งๆ ที่ไม่ได้กระทำความผิด และเป็นกฎหมายที่เกิดจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) อย่างไรก็ตาม ทางพรรคไม่เห็นด้วยจะให้นิรโทษกรรมความผิดทางคดีอาญา โดยเฉพาะคดีการทุจริตต่างๆ

น.พ.อลงกต ยังกล่าวถึงกระแสข่าวว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะเสนอ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เป็นประธานคณะกรรมการปรองดองฯ ว่าขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้ง เพราะต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฯ ที่พรรคการเมือง และ ส.ว.เสนอชื่อไปเป็นผู้ลงคะแนนเลือก แต่ทั้งนี้ส่วนตัวยอมรับได้หากนายเสนาะจะเป็นหัวหน้าคณะกรรมการฯ เพราะถือว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถ มีความตั้งใจในการทำงาน รวมทั้งเห็นว่าเป็นผู้ที่นำเสนอทางออกให้กับประเทศ แต่เชื่อว่าคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องการให้นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการฯ เช่นกัน

นายไชยยศ จิรเมธากร ว่าที่เลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ทางพรรคเพื่อแผ่นดินได้ส่งรายชื่อ เพื่อตั้งเป็นคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองเพื่อความปรองดองและสมานฉันท์ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามสัดส่วนของพรรคที่ประกอบด้วยสัดส่วนจาก ส.ส. 1 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ 1 คน ประกอบด้วย นายสุเทพ เจตนาการณ์กุล อดีตประธานศาลอุทธรณ์ภาค 2 และรองศาสตราจารย์ นพนิธิ สุริยะ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาแล้ว ทั้งนี้ในสัดส่วนโควตา ส.ส.ของพรรคจำนวน 1 คน พรรคไม่ประสงค์ที่จะส่งตัวแทนเข้าร่วม แต่ส่งผู้ทรงคุณวุฒิเข้าไปแทนโควตาเดิม รวมทั้งพรรคจะให้อิสระในการทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ครอบงำประเด็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ

ด้าน น.พ.อลงกต มณีกาต ว่าที่โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงสาเหตุที่ตั้งคนนอกมาเป็นคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองฯ ว่าเป็นการป้องกันคำครหาว่าตั้ง ส.ส. ขึ้นมาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง ดังนั้นจึงใช้คนนอก

"ป๋าเหนาะ" ลงเองกก.ปรองดองฯ โควต้าพรรคปชร-ราษฎร

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับกรรมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองเพื่อความปรองดองสมานฉันท์และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนของพรรคประชาราช และพรรคราษฎร จำนวน 1 คน ได้แก่ นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาราช เป็นตัวแทน

ชมรมตุลาฯ ค้านแก้รธน.เพื่อนิรโทษกรรม-ให้ภาคปชช.นั่งร่วม

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา "ชมรมตุลาประชาธิปไตย" จัดเสวนาหัวข้อ "รวมพลัง ร่วมคิด กู้วิกฤติเศรษฐกิจ การเมืองไทย” วิทยากรมี นายวีระ สมความคิด เครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น นายทวี สุรฤทธิกุล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติ(สนช.) นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา เข้าร่วมเสวนา มีประชาชนสนใจรับฟังประมาณ 50 คน

โดยเนื้อหาเสวนาเน้นการวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคในช่วงที่ผ่านมา

นายพิเชียร กล่าวว่า สถานการณ์ของประเทศไทยขณะนี้อยู่ในจุดที่เรียกว่า กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ การเมืองไทยเป็นอย่างมาก การกระทำของบุคคลเป็นลักษณะทุบหม้อข้าวตัวเอง นายกรัฐมนตรีเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ หากมีความจำเป็นที่จำเป็นที่ต้องดำเนินการ ทางชมรมตุลาประชาธิปไตยเห็นด้วย ต้องไม่ใช่การแก้ไขเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองหรือคนกลุ่มหนึ่ง กลุ่มใด แต่ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนคนทั้งประเทศ ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่ได้ประกาศนำมาใช้ได้ก็ผ่านการลงประชามติจากประชาชน

ดังนั้น การแก้ไขใดๆ ที่เกิดขึ้นต้องนำเอาเนื้อหาเสนอต่อประชาชนเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนการแก้ไข อย่างไรก็ตามหากการแก้ไขหากมุ่งทำเพื่อการนิรโทษกรรมให้กับอดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกตัดสินยุบพรรคจากการทำผิด ไม่ว่าเป็นกลุ่ม 111 คน หรือ 109 คน รวมถึงพรรคการเมืองอื่น ที่เบ็ดเสร็จรวมจำนวนแล้วกว่า 200 คน ทางชมรมตุลาประชาธิปไตยไม่เห็นด้วยที่จะปล่อยให้มีการไปแก้ไข โดยจะขอคัดค้าน เพราะถือว่า เป็นการทำลายระบอบนิติรัฐ กระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ยังทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ

"การตั้งคณะกรรมแก้ไขปัญหาทางการเมืองเพื่อความปรองดองและสมานฉันท์ มีตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน มีตัวแทนจากส.ส. ส.ว.และนักวิชาการ สิ่งที่ขาดหายไปก็คือ การไม่นำเอาตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการดังกล่าว ดังนั้นเราอยากเรียกร้องให้ภาคประชาชนได้เข้าร่วมในกระบวนการดังกล่าวด้วย ไม่เช่นนั้นชมรมตุลาประชาธิปไตยจะตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ทำงานในลักษณะคู่ขนานกันเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งใดดีกว่า อย่างไรก็ดีเราจะทำหนังสือไปยื่นต่อนายชัย ชิดชอบประธานรัฐสภาเพื่อรับทราบความต้องการของภาคประชาชน” นายพิเชียร กล่าว

นายวีระ กล่าวว่า ตนไม่ขอสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เพราะยังไม่ถึงเวลา ไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่รัฐธรรมนูญเองได้ประกาศใช้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ การแก้ไขมองแล้วประเทศชาติประชาชนไม่ได้อะไร หากมีการแก้ไขในช่วงนี้ผู้ที่จะได้ประโยชน์เป็นกลุ่มคนที่ต้องการเห็นประเทศชาติสงบสุขรัฐธรรมนูญที่ปีพ.ศ.2550 ที่ประกาศใช้หากจะกระทบจริงก็เป็นพวกนักการเมืองเลว ๆ ที่ไม่เคารพกติกากฎหมาย หากมีการแก้ไขจริงแล้วตนยังมองว่าผลที่ได้จะไม่คุ้มกับที่เสียไป โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขนิรโทษกรรมให้อดีตกรรมการบริหารพรรคที่ทำผิดกฎหมายให้เว้นวรรคในระยะเวลา 5 ปี ความจริงคงไม่เพียงพอยังมีบางคนเสนอในเวทีภาคประชาชนว่า น่าจะลงโทษให้ออกจากการเล่นการเมืองไปตลอดชีวิตเลยจะดีกว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมายใครทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ

นายวีระ กล่าวเรียกร้องว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่สิ่งสำคัญจะทำให้วิกฤติเพิ่มมากขึ้นขณะนี้ สิ่งที่ทุกคนควรทำก็คือการเลิกแตกแยก แบ่งเป็นสีเหลืองหรือสีแดง ขณะนี้แว่วว่ากำลังมีกลุ่มสีเขียวเรียกว่าสีเสือกกำลังมีความพยายามที่จะมีอำนาจมาแทนทุกสี ตรงนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนควรตระหนักเอาไว้ ต้องขอยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวทางปรองดองแบบหน่อมแนม การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนิรโทษกรรม เวลานี้เพราะกฎหมายต้องเป็นกฎหมายใครผิดต้องถูกลงโทษอย่ายึดเอาตัวเองหรือส่วนตัวเป็นใหญ่ ทุกคนควรยึดมั่นทำตามกติกา หากรัฐธรรมนูญไม่ดีจริงก็แก้ไขได้แต่ต้องรอเวลา

นายอดุลย์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 หากพิจารณาเนื้อหาแล้วจะพบว่า เป็นการนำเอาเนื้อหารัฐธรรมนูญพ.ศ.2540 มาเขียนในลักษณะการต่อยอด ถ้าสังคมมีความแตกแยกตามที่หลายคนบอกว่าเป็นการให้ยาแรงเกินไป อนาคตต่อไปอาจจะไม่มีพรรคการเมืองหลงเหลืออยู่ก็เป็นได้ หากต้องแก้ไขขอให้ทางภาคประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย

ด้านนายทวี กล่าวว่า ขณะนี้มีความชัดเจนว่า การดำเนินการของรัฐบาลยังไม่มีความจริงใจไร้ความชัดเจน ทำให้ถูกมองได้ว่า รัฐบาลมีความพยายามแค่ซื้อเวลาในการบริหารประเทศ การคณะกรรมการฯมาดำเนินการฟันธงได้เลยว่า ต้องล้มเหลวทางสังคมจะต่อต้าน เป้าหมายที่จะทำหรือดำเนินการก็ยังไม่ชัดเจนพอว่า เป็นการทำเพื่อประเทศชาติแต่อย่างใด

@@@

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net