วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คืน....ลมหนาว


      

  ยามนี้สุดเงียบเหงา อ้างว้าง

แม้น มีดาวระยิบยับบนราวฟ้า

ฉันแหงนดูแสงนั่น คล้ายเศร้าสร้อย

เฉกตัวฉันที่รอคอย ใครคนหนึ่ง

ที่จากมาเมื่อไม่นานนี้เอง..!!

     สายลมหนาวโชยมาเป็นระรอก

เผลอสูดปากเบาๆ เพื่อไล่ความเหน็บหนาวอยู่ในที

สองไหล่ห่อตัวอัตโนมัติยั้งไม่ทัน

      ครานั้น.. “เรา” ชิดแนบกายซึ่งกัน

เพื่อถ่ายเทความอบอุ่น ทั่วเรือนใจ

 แต่.. ยามนี้ ..?ฉันยืนอยู่เดียวดาย

ท่ามกลางฟ้ากว้างที่ดาษดื่นด้วย..

แสงแห่งดาวที่เปล่งแสงระยิบยับ

และสายลมหนาวยามค่อนคืน

     . ยามนี้เธอ ทำอะไรอยู่

แหงนมองดาวบนฟากฟ้าเยี่ยงฉันไหม??..

เราเคยให้คำมั่นว่า ยามใดที่เราอยู่ห่างกัน

ดวงจันทร์ฉาย เปรียบดั่งเธอ

ที่เปล่งแสงนวลผ่องเพื่อให้ฉันมองเห็น

จะได้รู้ว่า เธออยู่ ณ แห่งหนใด ทำอะไรอยู่  

  แมลงกลางคืน ร่วมกรีดเสียงระงม

ดุจตอกย้ำ ความอ้างว้าง ให้กับฉัน

จะมีใครบ้างหนอ?.. ที่เป็นดั่งฉัน

. ห้วงเวลานี้ ..!! ฉันรักเธอ

เป็นห่วงทุกห้วงเวลา

 อยากมีเธอเคียงกาย

แค่ฉันมีลมหายใจ..ก็เพียงพอแล้ว.

.......................................

     ดาวตก ..ฉันรำพึงอยู่ในใจ

ลำแสงวาบยาวเป็นหางว่าว

โบราณว่า ห้ามทักทาย 

กล่าวว่า เด็กจะเกิดใหม่ในท้องแม่

สำหรับ.. ฉัน คิดว่า

ดวงดาวคงอ่อนล้า ที่แขวนตัวบนราวฟ้า

จึงร่วงหลุด  ฤา.. ว่าราวฟ้ามิใยดีให้พักพิง

     น้ำค้าง เริ่มโรยตัว เกาะเกี่ยวบนยอดหญ้า

สะท้อนแสงนวล ที่ริบหรี่ก่อน ลาฟ้า

ฉันคงยืนนิ่ง จ้องมองแสงริบหรี่แห่งจันทร์

เพื่อให้คลายความเหงา

ที่ฉันมีต่อเธอ ทุกห้วงเวลา..ของฉัน

 บรรยากาศที่เป็นจริง มิใช่สิ่งที่เพ้อฝัน  

     ยินดีต้อนรับนักเดินทางทุกท่าน

โดย พลอลี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net