วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อตะวัน.. เหงา


         

ตะวันคล้อยค่ำ

ฝูงวัวเดินทอดน่อง

คงเอมอิ่มกับยอดหญ้างอกใหม่ที่โดนไฟเผา

ฝุ่นแดงฟุ้งตลบไล่หลัง

ภาพเหล่านี้ ณ ตรงนี้เห็นจนเจนตา

แง้ แง้ เสียงแหลมเล็กเจ้าวัวตัวน้อย

คงพลัดหลงจากฝูงหรือแม่ของมัน

ชูคอขึ้นฟ้า สองหูตั้งชัน

เพื่อแสวงหาและยินเสียงที่เพรียกหา

         กี่ด้วยกาลของเวลา

ณ หมู่บ้านของฉัน

ทุกเช้า ค่ำ ย่ำตามทางวัวเดิน

เกาะเกี่ยว เลี้ยวลด ปีนป่ายตามขุนเขา

เดินแทะเลม ยอดใบไม้ ยอดหญ้ากลางหุบห้วย

ที่อุดมด้วยหลากหญ้า นา นา ชนิด

มีสุขตามประสาและเหนื่อยล้าในการดำรงค์

 เป็นเฉกนั้น เนิ่นนาน ….

       ยามนี้ ฉันท่องชีวิต ของห้วงเวลา

เวลาของชีวิตและเวลาการดำรงค์วิถี

ในห้วงยามนี้ ฉันมีความสุข  เหงา  บางห้วง

เฉกดั่ง.. !!.ตะวัน ยามคล้อยค่ำ

    ทุกสรรพชีวิต ต่างโผกลับคอนรัง

ได้พานพบพวกพ้องพร้อมหมู่

ฉันครุ่นคิดถึงชีวิตที่ผ่านพ้น

ไม่มีสรรพสิ่ง ฤา  ชีวิตที่เป็นสารัตถะ

คงลอยล่อง ตามครรลองของวิถี

บางคราฝืนชีวิต ท้าลองลิขิต

ท้ายสุดคงดำเนินตามวิถีการดำรงค์

     ลมเดีอนห้า หอบกลิ่นจรรโลงของช่อไม้ผล

ฉันสูดเข้าสู่ปอด ลึก ช้า ช้า

กลิ่นนุ่มหอม ฉ่ำใจ 

ยากเกินบรรยายเป็นตัวอักษร

ความรู้สึก เยี่ยงนี้ พบเสมอ

ทุกห้วงเวลาครั้นมี “เรา”

      ลำแสงสุดท้ายคงเปล่งจรัสสีส้มจ้า 

บรรยากาศ ยามนี้ชวนให้ เหงา อ้างว้าง

คงได้แต่มองไม่ให้ละสายตา

ครั้นจะฉุด รั้ง คงยั้งให้หยุด ไม่ได้

ได้แต่  เฝ้าหวังว่า..

ดวงตะวันจะคล้อยค่ำทุกวัน ของเวลา

ให้เปล่งลำแสงแม้นเป็นลำแสงสุดท้าย

ก็ขอให้ฉันได้เหม่อมองลำแสงนั้นอีก..!!

     พลอลึ 

       ตะวันคล้อยค่ำที่นาหว้า มกราคม ‘51

โดย พลอลี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net