วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พันธกิจ โอ้ เจ้าดอกขจร



 

ต้นอะไรค่ะ

   ฉันรีบเดินเข้าไปถาม

 

 ดอกขจร อีกชื่อหนึ่งเรียก สลิดเขาบอก พลางหิ้วต้นไม้ออกมาจากตะกร้าหน้ารถ

 ฉันกระหยิ่มยิ้มหย่องว่าจะได้ต้นไม้ต้นนี้แน่ เพราะน้องชายคนนี้เอาต้นไม้ติดมือมาให้ฉันเสมอ

  เอาไปปลูกเถอะ เขาว่า

 ฉันไม่เคยปลูกดอกขจรมาก่อน จึงต้องหาความรู้สักสักเล็กน้อย และ พบว่า ขจร ชอบอยู่กลางแจ้ง ไม่กลัวแดด ชอบดินทราย ไม่ต้องรดน้ำบ่อย รดน้ำสองวันครั้งได้ อ่านดูแล้วช่างเหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศบ้านเราจริง ๆ

 ไปเอามาจากไหนค่ะ ฉันถามออกไปก่อนที่จะหิ้วมาไว้บ้านตัวเอง

 ซื้อมาสี่สิบบาท เขาตอบ แอบบ่นกับตัวเองว่า ไม่น่าจะถามเลยเรา

 ช่วยซื้อ เขาเอามาขายที่ทำงาน เขาว่าไม่มีเงินเอาต้นไม้มาขาย

  ออ เหรอค่ะ ฉันรู้สึกสบายใจ เพราะน้องเขาซื้อเพราะตั้งใจช่วยคนอื่น

 หลังบ้านมีต้นสารภีด้วยนะ”เขาบอก

  เอาไปปลูกให้เอาไหม” ฉันเสนอ

  เอาไปปลูกเถอะ”เขาตอบ

 ในที่สุดฉันก็ได้ต้นไม้สองต้นสำหรับปลูกในวันนี้ 

 ขจรเป็นไม้เลื่อยต้องหาร้านหาค้างให้มันไต่ขึ้นไป และต้องอยู่ที่โล่ง หลานสาวเริ่มสนุกกับการปลูกต้นไม้อย่างจริงจัง เธอเดินหาที่ด้วยตัวเอง พลางพูดว่า ตรงนี้ดีกว่ามีแดด

 แม่ของหลานสาวเดินมาบอกว่า  ดอกขจร เป็นดอกไม้ที่แม่เธอชอบมาก

                     

                             



 แม่ชอบ ดอกไม้ไทย ๆ เอามาเสียบผม เมื่อก่อนปลูกตรงนี้ ทำร้านให้มันขึ้น"

                       "ดอกดขจรทัดผมได้ด้วยเหรอ"

                       "แม่ชอบเอาดอกไม้เสียบผม" เธอพูดเศร้า ๆ

                       " ดอกทอดกับไข่ ยอดก็เอามาแกงได้ 

 

                        ดอกขจรเป็นต้นไม้ที่มีความหมายขึ้นมามากมายทันที เมื่อเป็นต้นไม้ที่แม่ชอบ

                    เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้าน เธอจึงมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแม่ของเธอเสมอ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับดอกไม้ที่แม่ชอบ แม่ชอบเก็ดตะวาหรือพูดซ้อน และเป็นดอกไม้ที่มีอยู่เก่าบนผืนดินที่เรามาสร้างบ้านอยู่ ดอกไม้ที่แม่ชอบอีกอย่างหนึ่งคือดอกบานไม่รู้โรย ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีอยู่เก่าเหมือนกัน ฉันเอาเมล็ดพันธ์มาหว่านเพิ่มเมื่อเธอบอกว่าแม่ชอบ

              

 ในช่วงที่ฉันเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านนี้แม่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เราอยู่กันแบบห่าง ๆ ไม่สนิทสนมกัน เพราะไม่ได้ย้ายมาอยู่ใกล้ ๆ ฉันเช่าบ้านอยู่ในเมือง ได้พบกันเดือนละครั้ง

               แม่เป็นผู้หญิงผิวขาวสวย ไม่ค่อยพูดและถ้าพูดแม่ก็จะพูดภาษายองที่ฟังยากกว่าคำเมืองของคนเชียงใหม่ เราจึงคุยกันน้อยคำมาก

               แม้จะคุยกันน้อยคำแต่ฉันก็ยังรู้สึกรักแก และประทับใจแม่หลายอย่าง โดยเฉพาะวาระสุดท้ายของแม่ แม่เข้มแข็งมาก ไม่แสดงความอ่อนแอให้เห็น แม่จะอยู่ในชุดเสื้อผ้าที่สะอาดทุกวัน วันสุดท้ายก่อนแม่จะปิดตาลงชั่วนิรันดร์ ฉันยังเห็นแม่สวมใส่ตุ้มหู และแม่บอกลูกสาวว่า เปลี่ยนเสื้อใหม่ให้แม่ด้วย แม่จัดไว้แล้วทั้งเสื้อและผ้าถุง และเอาเงินใส่กระเป๋าเสื้อให้แม่สักหนึ่งพันห้าร้อยบาท แม่จะได้มีเงินไปใช้ เรื่องสุดท้ายที่แม่ขอ คือแม่ขอให้พ่ออุ้มแม่นอนหนุนตัก

  ลูกสาวคนโตของแม่พูดเล่น ๆ ในขณะที่เราช่วยกันจัดดอกไม้ ประดับรูปแม่ เธอว่า จัดดอกไม้ให้แม่สวย ๆ หน่อย แม่เขาไม่ใช่ธรรมดา เขาโรเมนติกมากขนาดก่อนจะไปยังขอนอนหนุนตักพ่อ

                   วันนี้ฉันรู้สึกว่าอยากจะปลูกดอกไม้ทุกอย่างที่แม่ชอบขึ้นมาทันทีเมื่อปลูกดอกขจรต้นนี้ลงบนที่ดินเดิมที่เคยมีดอกขจร

 มันเป็นเรื่องเศร้าแต่งดงามในหัวใจของลูกสาวคนเล็กและฉันคิดว่าในหัวใจของลูกชายคนโตของแกซึ่งนำฉันมาอยู่ที่นี่ด้วย

 

  ๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑ 

 

ข้อมูลเป็นทางการจาก http://likaroon.exteen.com/20080911/entry-1

ชื่อวิทยาศาสตร์ Telosma minor
ชื่อวงศ์ Asclepiadaceae
ชื่อสามัญ Cowslip Creeper
ชื่อท้องถิ่น บางท้องที่เรียกดอกสลิด

ลักษณะทั่วไป
ดอกขจรเป็นไม้เลื้อยเถาเล็กแตกยอดจำนวนมาก ทุกส่วนของลำต้นมีน้ำยางขาว ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นใบคู่เป็นรูปหัวใจ กว้างและยาว 6 -10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเว้า ขอบใบเรียบ มีช่อดอกสีเหลืองอมชมพูอ่อนออกเป็นช่อแบบซี่ร่ม ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันส่วนปลายแยก 5 แฉก กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายกลีบแยกเป็น 5 แฉก ดอกบานไม่พร้อมกัน ดอกอ่อนสีเขียว เมื่อบานเริ่มหอมตั้งแต่ช่วงบ่าย ดอกออกมากตั้งแต่ต้นฤดูหนาว นำดอกขจรมาเป็นผัก ทำอาหารรับประทานได้
การปลูก
ขจรเป็นไม้ที่ขึ้นได้ดีในดินทุกสภาพ แต่ถ้าจะให้ดีควรปลูกในดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีความร่วนซุยมากๆ ขจรเป็นไม้ที่ชอบแดดจัดไม่ต้องการน้ำมากนัก และทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดี ดังนั้นการรดน้ำให้รด 2 วันต่อครั้ง การขยายพันธุ์ขจรสามารถทำได้โดยการปักชำกิ่ง หรือทาบกิ่ง

สรรพคุณทางยาใช้รากผสมยาหลอดรักษาตา รับประทานทำให้อาเจียนถอนพิษเบื่อเมา ทำให้รู้รสอาหาร ดับพิษ

เมนูอาหาร แกงส้มดอกขจร ยำดอกขจร แกงจืดดอกขจร ไข่ตุ๋นดอกขจร ข้าวต้มดอกขจร
 

 

                        ภาพนี้จาก http://likaroon.exteen.com/20080911/entry-1

ที่มาของงาน "พันธกิจวันที่ 3 " สืบเนื่องมาจากคำพูดที่ว่า “ถ้าเราทำอะไรซ้ำๆกันทุกวัน เป็นเวลา อย่างน้อย 25 วัน สมองของเราจะรับรู้และเคยชิน และทำให้เราทำสิ่งนั้นจนเป็นนิสัย พรตั้งใจ จะทำอะไรก็ได้ ที่เป็นการออกกำลังกาย  มาทำเป็นพันธกิจร่วมกันค่ะ จะได้เป็นการให้กำลังใจ ซึ่งกันและกัน

   นี่เป็นคำชวนของน้องพร สิงห์มือซ้าย (http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai/2009/04/22/entry-1)

 เธอยังหาทางออกให้อีกว่า จะทำอะไรก็ได้ยี่สิบห้าวัน เช่นเขียนจดหมาย ฟังเพลง ฯลฯ

 ฉันจึงเลือกการปลูกต้นไม้ทุกวัน นี้เป็นวันที่ 3

 

 (พันธกิจ 3 ปลูกดอกขจร วันที่ 30 เขียนบันทึกวันที่ 1.พ.ค)

 

โดย แพรจารุ

 

กลับไปที่ www.oknation.net