วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Beautiful Day Story : เรื่องสั้นวันฟ้าใส ตอนที่ 1


'มิตรภาพ' คือสิ่งสวยงามบนโลกใบนี้

 

ที่ทุกครั้งเมื่อถูกสร้างขึ้นมา มักจะนำสิ่งดีๆ มากมายตามมาด้วยเสมอ

 

แม้บางครั้ง 'เวลา' อาจจะทำให้หลงลืมมันไปบ้างก็เถอะ

 

แต่ก็ใช่จะหมายความว่า  .. มันจะไม่อยู่ที่นั่นอีกต่อไป ..


 


          ".. คุณคะ !! .. ใช่คุณหรือเปล่าคะ .."


          เสียงสดใสเสียงหนึ่งแว่วดังขึ้นข้างๆ ตัว รั้งสมาธิทั้งหมดของเขาที่กำลังจดจ่ออยู่กับนิตยสารที่วางอยู่บนโต๊ะข้างถ้วยกาแฟให้กลับมาสู่สิ่งแวดล้อมรายรอบตัวอีกครั้ง ทำให้ต้องขยับเขยื้อนใบหน้าขึ้นจากฝ่ามือข้างซ้ายที่ถูกใช้ต่างที่พักพิงในท่าชันศอกอันแสนสุขสบาย หันหน้าไปมองหาแหล่งที่มาของเสียงที่ได้ยิน

 

 
          หญิงสาวหน้าตาดี ในชุดลำลองสบายๆ อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขา ใบหน้าประดับไว้ด้วยรอยยิ้มอันชวนหลงไหล น่าประทับใจ ดวงตากลมโตที่แฝงไว้ด้วยเค้าของความปลาบปลื้มยินดีอะไรบางอย่างจับจ้องมาที่เขาอย่างอ่อนโยน


          แม้ใบหน้านั้นจะดูคุ้นตาในความรู้สึกของเขาอยู่บ้าง แต่ไม่ว่าจะพยายามนึกซักเท่าไหร่ เธอผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าในขณะนี้ก็เป็นแค่เพียงเงาเลือนราง ในละอองหมอกแห่งความทรงจำอันพร่าเลือนของตนเอง ที่ไม่สามารถบอกอะไรกับเขาได้เลยว่า


          .. ‘เ ธ อ คื อ ใ ค ร’ ..

 

 
          “ใช่คุณหรือเปล่าคะ !! .. ด.ช.กิตติคุณ นามสกุลย้าวยาวอ่ะ”

 
          เธอถามย้ำกับเขาอีกครั้ง คล้ายกับว่าจะเห็นเครื่องหมายคำถามมากมายที่ปะปนอยู่ในสายตาของชายหนุ่ม ซึ่งกำลังจ้องมองกลับไปที่เธออย่างงุนงง

 

 
          ‘………………...’

 

 
          ‘น า ม ส กุ ล ย้ า ว ย า ว’


          คำพูดที่ชักนำเอากระแสลมเย็นวูบหนึ่งพริ้วสะบัดเข้าไปในห้วงสำนึก พัดพาม่านหมอกซึ่งคลี่คลุมอยู่ในความทรงจำให้ปลิวละล่องสูญสลายหายไปจนหมดสิ้น


 

          ภาพของช่วงชีวิตหนึ่งในวัยเด็ก ซึ่งนอนนิ่งสงบอยู่เป็นเวลานานในส่วนที่ลึกที่สุดของความทรงจำ ที่เขาเองก็เกือบจะลืมมันไปหมดแล้ว ได้ถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาให้กระโดดโลดเต้นอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง


          เป็นภาพที่ชัดเจนจนเขาไม่อยากจะเชื่อว่า มันคือความทรงจำเดียวกันกับที่เคยนอนนิ่งสงบมาเป็นเวลานานแสนนานเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้

 

 
          “เธอทำอะไรอ่ะ .. ไม่รู้เหรอว่าคุณครูไม่ให้ซื้อขนมริมรั้วโรงเรียน”

 
          เด็กชายตัวเล็กรูปร่างผอมคนหนึ่งจ้องมองและส่งเสียงดังใส่เด็กหญิงตัวอ้วนกลมที่กำลังอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความสุขจากสิ่งที่เธอกำลังยื่นมือออกไปรับมาจากพ่อค้าซึ่งจอดรถเข็นขายของอยู่บริเวณนอกรั้วโรงเรียนประถมศึกษาเอกชนแห่งหนึ่งของจังหวัดทางภาคเหนือ

 
          น้ำแข็งกดสีสันสดใส ถูกกำไว้ในมือของเด็กหญิงจนแน่น ในขณะที่เจ้าตัวยืนมองเด็กชายคนนั้นด้วยท่าทางที่ตื่นตกใจ


 

          “เค้าจะไปฟ้องคุณครูปรานีว่าเธอเป็นเด็กดื้อ .. ไม่เชื่อฟังคุณครู”

 
          พูดจบเด็กชายก็ทำท่าจะหันหลังกลับเพื่อวิ่งออกไปจากตรงนั้น

 


          “อย่าฟ้องคุณครูนะ .. เดี๋ยวเค้าแบ่งให้ตัวเองกินด้วยก็ได้”

 
          เด็กหญิงรีบส่งเสียงห้ามเอาไว้ พร้อมกับยื่นข้อเสนอเดียวที่ตัวเองมีอยู่ในมือ

 


          “เค้าไม่กิน .. เตี่ยบอกว่าเด็กที่ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่เป็นเด็กไม่ดี เค้าไม่อยากเป็นเด็กไม่ดีเหมือนเธอ”

 
          เด็กชายยังคงวางท่าจริงจัง บอกปัดนำแข็งกดสีสันน่ารับประทานในมือของสาวน้อยแท่งนั้นไปอย่างไม่สนใจใยดี

 


          “น้องเอ็นดูไม่ใช่เด็กไม่ดีนะ .. น้องเอ็นดูแค่อยากกินเฉยๆ เอง”

 
          เด็กหญิงตัวอ้วนกลมกล่าวตอบโต้ข้อกล่าวหา ที่ดูเหมือนว่าจะร้ายแรงมากสำหรับเธอ พร้อมกับทำแก้มป่องขึ้นในทันทีที่คำพูดทั้งหมดหลุดออกไป ทำให้เด็กชายส่งเสียงหัวเราะคิกคักขึ้นมาในทันที

 
          “คิก คิก ตัวอ้วนเป็นหมูแบบนี้ยังจะชื่อเอ็นดู ไม่เห็นจะน่าเอ็นดูตรงไหนเลย"

 


          .. คิก คิก คิก ..

 


          เด็กชายยังคงหัวเราะต่อไปด้วยความชอบอกชอบใจในคำพูดของตนเอง

 


          “อย่ามาว่าเค้าอ้วนนะ .. คุณพ่อกับคุณแม่บอกน้องเอ็นดูว่า .. เด็กตัวอ้วนถึงจะน่ารัก เด็กชายกุ้งแห้งอย่างเธอต่างหากที่ไม่น่ารัก”

 
          เธอยื่นหน้าเถียงออกไปอย่างไม่ลดละ แก้มป่องที่ทำขึ้นมาเพื่อแสดงถึงความไม่พอใจยิ่งทำให้ใบหน้าของเด็กหญิงที่แต่เดิมก็กลมอยู่แล้วยิ่งกลมมากขึ้นไปอีก

 


          “เค้าไม่ได้ชื่อเด็กชายกุ้งแห้ง เค้าชื่อเด็กชายกิตติคุณ พิสุทธิ์ธรรมเมธาดำรงค์กุล”

 
          คราวนี้เป็นเด็กชายที่หันมาทำแก้มป่องใส่เธอบ้างแล้ว ..

 


          ด.ญ. เอ็นดูหุบแก้มป่องของตัวเองลงทันทีพร้อมกับเปล่งเสียงหัวเราะสดใสออกมาอย่างสบโอกาส


          .. "อิ อิ อิ" ..

 


          “เด็กชายกิตติคุณ นามสกุลย้าวยาว .. จำได้ยังงัยเนี่ยยาวขนาดนี้ อิอิอิ”

 
          เด็กชายมีท่าทีโกรธขึ้นมาเมื่อโดนล้อนามสกุล จึงงัดไม้ตายขึ้นมาขู่เธออีกครั้ง

 


          “เค้าจะไปฟ้องครูว่าเธอแอบซื้อขนมนอกโรงเรียน”

 
          ซึ่งก็ได้ผล .. รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของ ด.ญ. เอ็นดู สูญสลายหายวับไปจากใบหน้าอ้วนกลมนั้นทันที ก่อนที่จะทำท่าเหมือนคิดหาทางออกบางประการได้ขึ้นมา


          สาวน้อยตัวกลมค่อยๆ ก้มหน้าลงด้วยทำทางที่เขินอาย แล้วพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า

 


          “อย่าไปฟ้องคุณครูนะ .. เดี๋ยวน้องเอ็นดูให้ตัวเองหอมแก้มทีนึงก็ได้”

 
          “ ..........................” 

 

 
          เจ้าของท่าทางวางอำนาจเมื่อสักครู่ถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันทีเมื่อเจอกับคำพูดนี้ของสาวน้อยเข้าไป เริ่มรู้สึกว่ามือไม้ของตนเองเกะกะจนไม่รู้ว่าจะเอามันไปเก็บไว้ตรงไหนดี


          จึงส่งเสียงตะโกนตอบเธอกลับไปอย่างดัง เหมือนหวังจะให้เสียงของตนเองกลบเกลื่อนความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งเพิ่งจะเคยเกิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกนี้ .. ให้หมดสิ้นไป

 


          “ไม่เอา !! .. ใครจะอยากไปหอมคนอ้วน .. ไปดีกว่าเดี๋ยวเตี่ยเค้ามารับแล้ว”

 


          กล่าวจบเด็กชายก็รีบหันหลังวิ่งออกไปจากตรงนั้นในทันที

 

 
          “อ้าวน้องเอ็นดูมาอยู่ตรงนี้เอง .. แล้วดูซิมือเลอะน้ำหวานไปหมดแล้วค่ะ ทิ้งไปเถอะนะคะ มันละลายหมดแล้ว คราวหลังไม่ซื้อนะคะขนมแบบนี้มันไม่มีประโยชน์กับร่างกาย กินมากๆ ไม่ดีนะคะ เอามาให้ครูแล้วเดี๋ยวไปล้างไม้ล้างมือกับครู คุณพ่อหนูมารับแล้วค่ะ”

 


          คำพูดของคุณครูประจำชั้นที่เดินมาตามหาเธอ ทำให้ เด็กหญิงถึงกับเผยรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ออกมาจนแก้มใสๆ ของเธอแทบปริ จากการที่ตนเองไม่ถูกตำหนิใดๆ จากผู้เป็นคุณครูเลย

 


          “ค่ะคุณครู .. น้องเอ็นดูจะไม่มาซื้อกินอีกแล้วค่ะ .. น้องเอ็นดูเป็นเด็กดีใช่มั้ยคะที่เชื่อฟังคุณครู”

 


          น้ำเสียงสดใสบนอารมณ์ร่าเริงเบิกบานที่กลับคืนมาอีกครั้ง แสดงออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัดในคำถามของเด็กหญิง

 


          “ค่ะ .. เด็กที่เชื่อฟังครูเป็นเด็กดีที่หนึ่งเลยคะ ไปค่ะ ไปล้างมือกับครูดีกว่า คุณพ่อหนูรอนานแล้วนะคะ”

 


          เป็นคำตอบพร้อมรอยยิ้มของคุณครูก่อนที่จะจูงมือเธอเดินจากไป ..

 

 
          "นั่นไง .. ลูกสาวผมวิ่งมาโน่นแล้ว”

 


          นายอำเภอคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาประจำหน้าที่ กล่าวกับเสี่ยตงเจ้าของโรงน้ำแข็งในอำเภอเดียวกันที่บังเอิญได้มาพบกันหน้าโรงเรียนแห่งนี้

 


          ด.ช. กิตติคุณถึงกับทำหน้าตาเหรอหราขึ้นมาในทันทีเมื่อเห็นภาพของเด็กหญิงตัวอ้วนที่ตนเองเพิ่งจะวิ่งหนีจากมาเมื่อซักครู่ วิ่งฉีกยิ้มเข้ามาตรงที่ตัวเองยืนอยู่


          และก็เช่นเดียวกันกับเด็กหญิงตัวอ้วนกลมที่รอยยิ้มสลายวับลงไปอย่างรวดเร็ว ทันที่เห็นเด็กชายตัวผอม 'โจทก์เก่า' ผู้ซึ่งเพิ่งจะสร้างความลำบากใจให้กับเธอก่อนหน้านี้ไม่นาน ยืนอยู่ข้างๆ ชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

 


          “คุณพ่อขา .. เมื่อกี้เด็กชายกิตติคุณ นามสกุลย้าวยาว คนนี้แกล้งน้องเอ็นดู”

 


          เธอรีบฟ้องผู้เป็นบิดาทันที พร้อมชี้มือไปทางเด็กชายเพื่อยืนยันเหมือนเกรงว่าบิดาจะไม่รู้ว่าเป็นเด็กชายคนไหน

 


          “น้องคุณไม่ได้แกล้งเค้านะเตี่ย .. เค้าอ่ะกำละ ........ ”

 


          “ฮ่าๆๆ ”


          คำพูดของ เด็กชาย ถูกขัดจังหวะไว้เพียงแต่เพียงแค่นั้นจากเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีของนายอำเภอ

 


          “เอาล่ะๆ ไม่ได้แกล้งก็ไม่ได้แกล้งครับน้องคุณ นี่รู้จักกับน้องเอ็นดูแล้วเหรอ ดีแล้วจะได้เป็นเพื่อนกันนะครับ น้องเอ็นดูเพิ่งจะย้ายมาใหม่ยังไม่มีเพื่อนเลยถ้างั้นทั้งสองคนก็มาเป็นเพื่อนกันซะเลยดีมั้ยครับ แล้วนี่เรียนอยู่ห้องเดียวกันหรือเปล่าครับคนเก่ง”

 


          นายอำเภอเอ่ยถามพร้อมกับเอามือลูบศีรษะของน้องคุณด้วยความรัก

 

 
          “น้องคุณเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 ห้องคุณครูปรานีครับ”

 

 
          “น้องเอ็นดูเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 ห้องคุณครูติ๊ดตี่ค่ะคุณพ่อ”

 


          เอ็นดูรีบบอกกับผู้เป็นบิดาบ้าง เหมือนกลัวว่าถ้าปล่อยให้น้องคุณตอบคนเดียวตนเองจะต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเด็กชายคนนี้อีกครั้ง

 


          นายอำเภอยิ้มให้กับความน่ารักของเด็กทั้ง 2 คน ก่อนที่เสี่ยตงจะพูดแทรกขึ้นมา

 


          “ถ้างั้นท่านนายอำเภอก็ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วนะครับ ยังงัยตอนเย็นผมจะมารับน้องเอ็นดูไปส่งที่บ้านท่านเอง เพราะผมต้องมารับไอ้ตี๋น้อยนี่อยู่แล้ว ท่านจะได้ไม่ต้องลำบากมาให้เสียเวลา เปลืองน้ำมันรถไปเปล่าๆ”

 


          น้องเอ็นดูได้ยินสรรพนามว่า ‘ตี๋น้อย’ ซึ่งผู้เป็นบิดาของเจ้าตัวเอ่ยขึ้นถึงกับปิดปากส่งเสียงหัวเราะคิกคักในลำคอ ก่อนที่น้องคุณจะทำหน้าย่นแลบลิ้นส่งกลับไปให้เป็นสิ่งตอบแทน

 


นับจากวันนั้น ..  เส้นด้ายต่างสีสองเส้น จากเด็กน้อยต่างเพศทั้ง 2 คน  ก็ได้เริ่มทักทอขึ้นเป็นด้ายเส้นเดียวกัน .. ที่มีความเหนียวแน่น และเหลื่อมพรายไปด้วยสีสันที่สดใส กำเนิดขึ้นเป็นสายใยแห่ง ‘มิตรภาพ’ เส้นใหม่บนโลกใบนี้

 


 
(จบตอนที่ 1)

 

 

เนื้อเรื่องโดย

 

 
พรายพิลาศ

 

 
เสาร์ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๖

 

พ.ศ. ๒๕๕๒

โดย พรายพิลาศ

 

กลับไปที่ www.oknation.net