วันที่ จันทร์ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เสียงคร่ำครวญของสายน้ำพยศ ...จากธิเบตแวะร้องไห้ที่เชียงของ



ขณะที่ผมกำลังจาริกแสวงบุญและสำรวจวิถีชีวิตของผู้คนตามเส้นทางแม่น้ำโขงลงมาถึงสิบสองปันนาวันนี้ (รายการ “แม่โขง, สายน้ำพยศ” ตอน 5 เวลา 22.15 น. คืนนี้ทางช่อง 9 อสทม.) ก็มีข่าวคราวจากทางใต้ของแม่น้ำแห่งชีวิตจากเชียงรายที่กระทบจิตใจและความเป็นอยู่ของผู้คนไม่น้อย

เสียงของผู้นำท้องถิ่นบอกว่าพฤษภาคมนี้เป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านริมฝั่งโขงแถวเชียงรายหวาดวิตกที่สุดเพราะไม่รู้ว่าผลกระทบจากการสร้างเขื่อนตอนบนของแม่น้ำโขงจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน

แต่ก็เชื่อว่าไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา

“สิ่งที่ชาวบ้านทำได้ในเบื้องต้นก็คือการเฝ้าระวังระดับน้ำ ถ้าหากสูงกว่าปกติ, ก็ต้องรีบโยกย้ายชาวบ้านออกจากพื้นที่ทันที...”

ผู้กล่าวคำเตือนนี้คือคุณสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา, ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา

เขาบอกว่าชาวบ้าน ๔๐ หมู่บ้านจากอำเภอเชียงแสนและเชียงของของจังหวัดเชียงรายได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากการสร้างเขื่อนตอนบนของแม่น้ำโขง, ชาวบ้านที่เคยหากินอยู่กับลุ่มน้ำก็ต้องเผชิญกับปัญหาในชีวิตประจำวันทันที

“ปลาลดจำนวนลงไปอย่างเห็นได้ชัด, พันธุ์พืชก็หดหาย...ที่หนักที่สุดคือแนวตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำเริ่มทรุดและพัง และทำให้บ้านเมือนที่อยู่ริมน้ำเสียหายถ้าหากไม่โยกย้ายให้ทันการ...”

คุณสมเกียรติบอกว่าในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา, ตั้งแต่มีการสร้างเขื่อนเหนือน้ำ, ได้เกิดปรากฎการณ์น้ำท่วมฉับพลันบ่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน ความเสียหายหนักหน่วงขึ้นโดยเฉพาะที่อำเภอเชียงแสนและเชียงของ แม้ไม่มีผู้คนเสียชีวิต แต่บ้านเรือนเรือกสวนไร่นาและที่ทำกินเสียหายหนัก...คิดรวมมูลค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า ๘๕ ล้านบาท...”

แน่นอนว่า ๘๕ ล้านบาทเป็นเพียงตัวเลขประเมินของความเสียหายทางวัตถุที่พอจะมองเห็นได้เท่านั้น ยังไม่คำนวนความสูญเสียทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ล่มสลายไปอย่างชนิดที่ไม่อาจจะเรียกคืนมาได้อีก, ไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้าหรือวันไหน

วันนี้ชาวบ้านได้ลุกขึ้นมารวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือต่อรัฐบาลไทย, และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน, รวมถึงสหประชาชาติให้มีการทบทวนการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนบนในประเทศจีนที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนตอนล่างของแม่น้ำโขง

“เรายื่นหนังสือแล้ว, แต่ยังไม่รู้ว่าผลเป็นประการใด...” คุณสมเกียรติบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้มีความหวังมากมายนัก

ขณะที่เฝ้าเงี่ยหูฟังเสียงรำพึงรำพันของ “สายน้ำพยศ” ชาวบ้านเชียงแสนและเชียงของจึงต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการเสริมแนวตลิ่งที่ถูกพัดเสียหายเพราะน้ำหลากล้นเกินระดับที่เคยคุ้น

ความเสียหายหนักที่สุดในบริเวณนี้คือที่หมู่บ้านปากอิงตอนใต้ตำบลศรีดอนชัย, อ. เชียงของ...พบว่าดินพังทลายสองฝั่งยาวจุดละประมาณ ๕๐๐ เมตร, ลึก ๕ เมตร

แน่นอน, การเสริมตลิ่งด้วยกำลังของชาวบ้านเป็นเพียงมาตรการประทังชั่วคราวเพื่อรับมือเฉพาะหน้ากับกระแสน้ำหลากของแม่โขงที่เครื่องกีดขวางและโขดหินธรรมชาติถูกทำลายไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมาได้อีก

ชุมชนท้องถิ่นร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ, เครือข่ายภาคประชาชนลุ่มน้ำโขงทางเหนือและอีสานกับเครือข่ายที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิได้รวมตัวกันเพื่อระดมทุนและแรงงานช่วยเหลือชุมชนบ้านปากอิงใต้ใจการทำแนวกันตลิ่ง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลของสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละชุมชนเพื่อหาทางรับมือกับผลกระทบที่จะตามมา

เขื่อนที่สร้างในแม่น้ำโขงในเขตของจีนทั้งหมด ๘ แห่ง เปิดใช้แล้วอย่างน้อย ๓ เขื่อน

ปลาบึก, ปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของโลก, ที่เคยว่ายทวนน้ำจาก “ทะเลสาบ” (โตนเลสาบ) ของกัมพูชา, ผ่านแม่โขงช่วงของไทยและลาวไปวางไข่ที่ต้นแม่น้ำโขงในเขตของจีน, หายหน้าหายตามาหลายเพลาแล้ว

แม่โขงคือสาธารแห่งชีวิตของผู้คนสองฝั่งหกประเทศหลายสิบล้าน...วันนี้, เราได้ยินเสียงคร่ำครวญหวนไห้ของวิญญาณแห่งสายน้ำพยศชัดขึ้นทุกที

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net