วันที่ พุธ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บรรพ ๑ : สงครามแห่งความปราถนาดี


เชิญล้อมวงศรัทธาเข้ามาเถิด
ประตูเปิดเชิญชวนสู่สวนศิลป์
ชาญขจีจมภวังค์นั่งดีดพิณ
ข้าแว่วยินเพลงฝันรำพันมา

ขณะลมพลิ้วผ่านม่านหน้าต่าง 
จันทร์กระจ่างทอนวลมายวนหล้า
ลมหอมแห่งเหมันต์พัดผ่านฟ้า
ข้าเคลิ้มสุนทรียาของนวลจันทร์

หวังให้เจ้าจอมใจได้สดับ
จึงขานขับจำเรียงเสียงเพลงฝัน
คิดถึงนางยามพรากจากไกลกัน
ในคืนวันคว้างเปลี่ยวอยู่เดียวดาย

กลางกระแสเสียงสะอื้นยืนหยัดรัก
หวังเรียงถ้อยร้อยถักสื่อรักหมาย
เอาความเพียรศรัทธาเข้าท้าทาย
ให้กรุ่นรักกำจายหอมใจรัก

ผลึกความคิดคลี่คลายนิยายฝัน
รูปพระจันทร์แทนค่ามหาจักร
สรรพสิ่งไหวเวียนแปรเปลี่ยนพักตร์
แปรรูปลักษณ์นิจนิรันดร์อนันตา

ฉากชีวิตสุขโศกโลกซับซ้อน
ปรากฏความยอกย้อนในคุณค่า
คาบสมุทรอิเมจิ้นจินตนา
มีหมู่เกาะกลางธารามหาทะเล

โอมอำนาจมนตรามหาสนุก
จงปลอบปลุกปากกามหาเสน่ห์
รินเถิดรินจินตนาอย่าโยเย
ไหลคำหลั่งถั่งเทอย่าเรรวน

โอมอำนาจถ้อยคำจงนำสาร
ไปสมานใจโลกโศกกำสรวล
ให้คำคนลึกล้ำเล่นสำนวน
ที่ใดควรถ้อยคำจงนำไป

โอมอำนาจความรักจงหลั่งฤทธิ์
ชุบชีวิตหวานชื่นตื่นมาใหม่
ให้ความงามความหวังพลังใจ
บรรเจิดในลำนำอย่าอำพราง

โอมอำนาจนวลแสงแห่งชีวิต
จงวิจิตรใจฝันสวรรค์สว่าง
ใจเจ้าเอยโปรดเถิดช่วยเปิดทาง
กว้างกว่ากว้างสุดฟ้าเถิดหนาใจ

ตำนานแห่งโลกนี้ยังลี้ลับ
เกินจะนับคัมภีร์มีเท่าไหร่
ที่ล้วนหมายฉายชัดรหัสนัย
ความเป็นไปอันแสนอัศจรรย์

กวีพจน์ไหว้องค์พระทรงสร้าง
พระปล่อยร่างข้าลงตรงทางฝัน
ให้ดูแลสวนศรีกวีวรรณ
บุปผาพรรณวิเศษศิลป์จินตนา

จากพลังดินน้ำลมและไฟ
ทรงประจุนามใจบรรเจิดจ้า
เปิดประตูสายหมอกให้ออกมา
ท่องเที่ยวทัศนาทิวาวาร

มหาจักรเคลื่อนไหวอยู่ไม่หยุด
มวลมนุษย์กำเนิดเกิดแก่นสาร
ไปถึงทั้งโพธิสัตว์วิวัฒน์การ
หรือตกต่ำเดรัจฉานฐานชั่วช้า

แรงทะยานสู่ชั้นสวรรค์วิเศษ
เป็นหมายเหตุให้คนเสาะค้นหา
ไหนหนอเส้นทางนั้นสู่มรรคา
หรือเพียงคว้าฝันคว้างกลางฝุ่นทราย

อะไรหรือท่านทั้งหลายที่ลึกซึ้ง
มีสิ่งหนึ่งซื่อตรงคงความหมาย
งามและหอมหวนอยู่มิรู้วาย
คือประกายแก้วชีวิตนิจนิรันดร์

อะไรหรือท่านทั้งหลายที่สูงสุด
ที่มนุษย์ทั้งมวลล้วนใฝ่ฝัน
ข้าหวังเพียงหวานชื่นแห่งคืนวัน
อยู่บนโลกร่วมกันด้วยยินดี

เหตุแห่งการสลายล่มอุดมทัศน์
ยุควิบัติสิ้นวงศ์พระทรงศรี
สู่สวรรคาลัยลับดับโลกีย์
พระภูมีเสี้ยวจันทร์สรรคต

อนิจจังสังขารล้วนผ่านไหล
มิมีใครจับจองครองกำหนด
บรรยากาศเสี้ยวจันทร์สุดรันทด
ระงมเสียงเศร้าสลดไปทั้งนคร

หลักศิลาโบราณขานไข
ฎาฬันไฮปฐมวงศ์พระองค์ก่อน
พระออกท่องธารามาสัญจร
พร้อมสหายชาวนครอินทานา

เหล่านักรักอินทานาฟ้าสีหมอก
นาวามุ่งตะวันออกแสวงค่า
ฝันคนหนุ่มสัจธรรมและศรัทธา
พิสูจน์ความแกร่งกล้าแห่งชีวัน

ณ เบื้องทิศบูรพาฟ้าจ้านแดด
ตะวันแผดพอเหมาะที่เกาะฝัน
มีมวลชนชาวป่าอันดาอัน
อยู่ที่เกาะเสี้ยวจันทร์นมนานมา

เมื่อเรือรักอินทานามาถึงฝั่ง
เรือจึงยั้งหยุดการแสวงหา
บรรดามานพหนุ่มอินทานา
จึงตั้งต้นชีวา ณ เกาะนี้

ปฐมวงค์ฎาฬันไฮเทวราช
ทรงประกาศอาณาจักรเป็นสักขี
อันดาอันต่างสวามิภักดี
ราชินีคือธิดาอันดาอัน

กาลเวลายาวนานนับพันปี
แต่ละวินาทีดั่งความฝัน
สายเลือดอินทานาอันดาอัน
สองหลอมรวมเผ่าพันธุ์เป็นหนึ่งเดียว

จงหยัดยืนเถิดนักเดินทาง
ณ กลางโลกอ้างว้างเปลี่ยว
เราจะฝันสังคมรักกลมเกลียว
ให้ฝันเพรียวเพริศฝันนิรันดร์ไป

ตรงไปเถิดผู้องอาจ
ไปสร้างประวัติศาสตร์สร้างยุคใหม่
ไปตามฝันอันกระจ่างที่กลางใจ
จารึกอำไพปฐพี

อุดมการณ์อาณาจักรลงหลักมั่น
เสี้ยวพระจันทร์บรรเจิดรัศมี
ลุศักราชพันหนึ่งร้อยสิบแปดปี
ธานีรุ่งเรืองเป็นเมืองทอง

จักรวาลเวียนไหวอยู่ในรัก
ใจคนจึงประจักษ์แสงรักส่อง
มหาจิตอาณาจักรถักไหมกรอง
เป็นไหมทองศรัทธาประชาชน

เมื่อเมืองเสียศูนย์กลางว่างอำนาจ
ประชาชาติทั้งมวลล้วนสับสน
ในยามนั้นบรรดาประชาชน
จมในวนวังเศร้าเฝ้าฟูมฟาย

ราชวงศ์ฎาฬันไฮไอยสวรรค์
สูญสิ้นราชันย์จะสืบสาย
พระราชาไร้ราชบุตรชาย
จึงสิ้นสายวงศ์กษัตริย์ขัตติยา

มีเพียงหนึ่งองค์ธิดาน้อย
พระนางเธอยังด้อยชันษา
เจ้านางน้อยเทวีญาญีญา
ผู้เลิศลักขณายังเยาว์

ผิดกฎมณเฑียรประเพณี
นารีมิอาจเป็นจอมเจ้า
พระจันทร์เสี้ยวจึงเปลี่ยวร้างเปล่า
รอเวลาร้อนเร่าเผาไฟปืน

พระนางนาถราชินีศรีมาหยา
ทรงกรรแสงมิสร่างซาเสียงสะอื้น
พระนางพร่ำรำพันทุกวันคืน
จะทรงยืนหยัดอยู่อย่างไรกัน

สร้อยเศร้าไปทั้งวังวิเศษ
พระนิเวศน์วิปโยคเสียงโศกศัลย์
อาณาจักรโดดเดี่ยวรูปเสี้ยวจันทร์
จะต้องผ่านคืนวันอันโหดร้าย

การกำเนิดของเทวีญาญีญา
พระนางมาอย่างทรงความหมาย
เพื่อเป็นราชินีของเจ้าชาย
ผู้ทรงฉายแสงทองส่องอรุณ

พระราชามหายุคผู้ยิ่งใหญ่
ราชวงศ์ดวงดอกไม้ที่หอมกรุ่น
ผู้ทรงอำนาจรักแห่งนักบุญ
หอบรักอุ่นมาให้หอมใจฟ้า

เมื่อถึงกาลอันดาอาห์จะปรากฏ
เพื่อมอบบทเพลงหอมมากล่อมหล้า
ฤดูกาลแสนงามตามสัญญา
เป็นสัจจาต่อจันทร์ที่มั่นคง

พันปีแห่งตำนานอันองอาจ
จากต้นธารประวัติศาสตร์ที่สูงส่ง
นับแต่องค์บรมปฐมวงค์
ร้อยพระองค์เทวันฎาฬันไฮ

จารีตรัฐธรรมเทวราช
เปล่งประกาศศรัทธามหาสมัย
แต่ละยุคพลวัตสวัสดิ์ชัย
เกรียงไกรด้วยมหาศรัทธาธรรม

พระจันทร์เสี้ยวภูมิศาสตร์มรสุม
แดนดินดำน้ำชุ่มที่ลุ่มฉ่ำ
มวลชนชาวประเทศเกษตรกรรม
เป็นเสาค้ำสังคมให้สมบูรณ์

พระคัมภีร์จารึกไว้ในวิหาร
ยาวนานนับพันปีมิมีสูญ
ประชาชนทั้งมวลล้วนเทิดทูน
วจนะอันจำรูญแต่โบราณ

อักษราสลักไว้แผ่นหิน
ให้คงคู่ฟ้าดินอวสาน
หลักธรรมนำระบอบประกอบการ
ดวงแก้วกลางวิญญาณการบูชา

เป็นถ้อยธรรมคำรักอันศักดิ์สิทธิ์
เพื่อชีวิตเบ่งบานดังบุปผา
ในมหาวิหารแห่งวิญญาณ์
มีศรัทธายิ่งใหญ่ในรักเดียว.

โดย ชะเอง

 

กลับไปที่ www.oknation.net