วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Let It Be!!! ต้องมีชีวิตอยู่และดำเนินต่อไป...?


สงคราม 3 ฝ่ายยังคงดำเนินต่อไปเช่นเดิม  โดยมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ? การขยับหมากขยับตาเดิน มองกันช็อตต่อช็อต แก้ทางกันแบบรายวัน...

"ฝ่ายทักษิณ" ยังต้องการกลับมามีอำนาจเหมือนเดิม  ผลประโยชน์ที่ตัดไม่ได้ และคดีความที่กำลังจะมีผลกระทบไม่เฉพาะคนชื่อ"ทักษิณ"เท่านั้น หากแต่รวมไปถึงใครอีกหลายคนที่ยืนอยู่ในฝั่งเดียวกัน  แม้ว่าตอนนี้ในมือยังมี "พรรคเพื่อไทย" นำ"ธง"แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ "กฎหมายนิรโทษกรรม" อยู่ใน สภาฯ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ถนัดนัก เนื่องจากจำนวน สส. ในมือไม่มากพอจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ โดยมีทหารเป็นเบื้องหลังคอยตรึงเอาไว้ แต่ก็ใช่ว่าจะวางใจได้ เพราะ"เงิน"ก้อนมหึมา ง้างอะไรมานักต่อนักแล้ว  เพียงแต่วันนี้"ก้าง"สำคัญที่มาขวางไว้ ไม่เพียงแต่เป็น"ฝ่ายทหาร"เท่านั้น หากแต่ว่า เมื่อใดมีการคิดจะ"แก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือ ออกกฎหมายนิรโทษกรรม" เจอการเคลื่อนไหวของเหล่าพลพรรคคนเสื้อเหลืองพันธมิตรอย่างแน่นอน และเป็นเหตุผลเดียว เหตุผลที่สำคัญ ที่จะต้องตามเก็บ แกนนำพันธมิตรทั้งหมดให้ได้ก่อน?

จู่ๆ มาวันนี้"นายสนธิ(ลิ้ม)" 1 ใน แกนนำพันธมิตร ออกมาให้สัมภาษณ์พยายามจะเบี่ยงเบนประเด็นให้เกิดกลุ่มอำนาจใหม่ โดยมี พล.อ.อนุพงษ์, พล.อ.ประวิตร, พล.ต.อ.พัชรวาท, นายเนวิน ฯลฯ เป็นแกนกำลังหลักที่กำลังคิดการใหญ่.... ทั้งๆ ที่สงครามกับ"ฝ่ายทักษิณ"ยังไม่ทันจบ เปิดศึกแนวรบอีกทางแล้ว

"กลุ่มอำนาจใหม่" น่าจะเป็นแค่เรื่องที่"นายสนธิ(ลิ้ม)ต้องการตีกัน โดยสร้างภาพแยกกลุ่มคนเหล่านี้ให้ออกจากภาพ"ป๋าเปรม" เพื่อดิสเครดิต ไม่ให้มองเห็นภาพ"ความจงรักภักดีสถาบันฯ"ติดตัวอยู่ด้วย  เพราะไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ใครจะหาญกล้าคิดฉีกตัวเองออกมาเป็น ฝ่ายที่ 4 ....  1. ต้องหักหลัง "ป๋าเปรม", 2. "บารมี".. ใครมีบารมี? พอๆ กับ พล.อ.เปรม ประธานองคมนตรี(ฝ่ายทหาร) หรือ ใครมีบารมี? มีศัทธาจากประชาชนได้เข้มแข็ง แข็งแกร่ง เท่า 5 แกนนำ กับ 1 ผู้ประสานงานพันธมิตร (ฝ่ายพันธมิตร) หรือ ใครมีบารมี? เทียบชั้นกับ "นช.ทักษิณ" ที่กุม จำนวน สส. และประชาชนคนรักทักษิณส่วนหนึ่ง (ฝ่ายทักษิณ), 3. "กำลังเงิน".. ขนาด"นช.ทักษิณ"มีเป็นแสนล้าน ยังมีชะตากรรมเช่นนี้เลย ......  โดยเฉพาะเหตุผลสำคัญ 4. "ความจงรักภักดี" ของใครบางคนในกลุ่มนี้ แทบไม่ต้องมีความเคลือบแคลงสงสัยใดๆ เลย

http://www.oknation.net/blog/ninja45/2008/12/03/entry-1 ]

แต่กับคำพูดของ"นายสนธิ(ลิ้ม)" ที่ว่า "...เพื่อหวังมีอำนาจในการบริหารประเทศในรูปแบบการเมืองแบบเก่า......แล้วคะแนนเสียงเขามาที่หนึ่ง เมื่อคะแนนเสียงที่ 1 ไม่มีใครกล้าหือ เพราะทำไม เพราะเขาเป็นพรรคทหารไง"..... ถือได้ว่าเป็นคำพูดที่ถูกต้องที่สุด แม้ว่าตอนนี้จะถูกปฏิเสธจาก"ฝ่ายทหาร"ก็ตาม   โดยเฉพาะข่าวก่อนหน้านี้ที่ว่า "พล.อ.สนธิ(บัง)"และ"ฝ่ายทหาร" เตรียมแต่งตัวจะกระโดดลงมาเล่นการเมือง แบบการเมือง จึงหลุดออกมาว่า จะตั้งพรรคใหม่ หรือ ใช้บริการพรรคเก่าที่จดทะเบียนไว้แล้ว  เหตุผลสำคัญที่เป็นเช่นนี้เพราะวันนี้"ฝ่ายทหาร"ไม่ไว้ใจนักการเมือง? และเหตุผลที่สำคัญที่สุดนั่นคือรอเวลาบางเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น???  เลยพยายามจะเข้ามามีบทบาททางการเมืองเสียเองไว้ก่อนตั้งแต่ตอนนี้

หากว่ากันตามความยุติธรรมของความเป็นประชาชนคนไทยแล้ว หากใครจะเกษียณ หรือ ลาออก กระโดดเข้ามาเล่นการเมือง อย่างที่ "พล.อ.ชวลิต"เคยทำ พวกเค้าคงไม่ได้ทำผิดอะไร???  เพียงแต่ต้องไม่เข้ามาโดยใช้"อำนาจนอกหน้าที่(ปฏิวัติ)"เท่านั้น

วันนี้"ฝ่ายพันธมิตร"เองเสียอีกที่เปิดตัว เดินสายหาเสียงอยู่ทั่วประเทศ  เตรียมแต่งตัวตั้งพรรคการเมืองใหม่ ลงเข้าสู่อำนาจนี้เช่นกัน การนัดประชุมพันธมิตรทั่วประเทศ 24-25 พ.ค.นี้กำหนดจุดยืน ก็คงได้รู้กันละว่าผลจะเป็นเช่นไร แนวทางไหน? แต่อย่างน้อย"พรรคเทียนแห่งธรรม"ได้ถูกจดทะเบียนจัดตั้งเตรียมการกันไว้แล้ว  ส่วนจะปรากฎสู่สายตาคอการเมืองหรือไม่  คงรอความลงตัว ความพร้อม และจังหวะเท่านั้น

กระแสข่าวที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้น่าจะไม่พ้นเรื่อง "ท่านผู้หญิงวิระยา" ที่กล้าหาญออกมาการันตี "นช.ทักษิณ"ว่า "เป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูง" หลังจากที่ "พล.อ.พิจิตร"องคมนตรี ชี้ “นช.ทักษิณ” จ้องล้มสถาบันฯ ........ หมัดสวนคราวนี้ไม่เพียงเป็นแค่ภาพที่คนส่วนใหญ่อาจจะเห็นเป็นเพียง"การการันตี นช.ทักษิณ"เท่านั้น  หากแต่นึกถึงวีทีอาร์ของ"นช.ทักษิณ" ที่สนามศุภชลาศัย 21.30 นาที ที่ส่งผ่านไปสู่ใครต่อใครหลายคน? ของ"นช.ทักษิณ" สู้นี้ไม่มีจบ!!  เรื่องโจมตีกระบวนการยุติธรรมของไทย, อัดกลุ่มสส.ย้ายข้าง, ชูประเด็นวิกฤติเศรษฐกิจที่รอไม่ได้ พร้อมๆ กับให้กำลังใจคนเสื้อแดง ทั้งหมดนี้ถือว่าไม่เกินคาด  แต่........

".....แล้วยิ่งกว่านั้น ผมครับ ปี พ.ศ.2519 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสมรสพระราชทาน แล้วก็ยังมาเป็นรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ทำงานถวายรับใช้เบื้องพระยุคลบาท ได้ตามเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถไปในที่ต่างๆ ได้เห็นการทรงงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ผมมีความจงรักภักดีที่ถวายงานทุกอย่าง......."  [ http://www.oknation.net/blog/ninja45/2008/12/14/entry-1 ]

การขยับตัวหมากตัวนี้"นช.ทักษิณ"กำลัง"สื่อ"???  พร้อมที่จะเล่นเกมส์แรง โดยไพ่ที่ซ่อนไว้มานาน ....จะเปิดขึ้นมาเล่น ดีหรือไม่ กับการเทหมดหน้าตักของจริงครั้งสุดท้ายในศึก...... วันนี้ไม่ว่าอยู่มุมไหนในโลกใบนี้ สมองของคนชื่อ"ทักษิณ"คงกำลังครุ่นคิดอย่างหนักว่า ต่อไปจะใช้ไพ่ใบนี้ หรือ โยนเก็บไว้ข้างตัวเหมือนเดิม???

    

คำสัมภาษณ์ต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ที่ว่า "...แน่นอน ผมต้องพูดกับคนที่ยังรักและศัรทธาผม ผมต้องพูดให้เขาฟัง และคราวหน้าคงจะต้องพูดให้ยาวขึ้น และคงต้องเปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะเขาไล่ผมแบบนี้แล้ว มันมากไปแล้ว...

แฟกซ์ลายมือ"นช.ทักษิณ" แถลงการณ์เรื่องการไม่ไปรายงานตัวต่อศาลฏีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง "...ความต้องการขจัดผมออกจากการเมืองด้วยการพยายาม ลอบสังหาร ตามมาด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร...นอกจากนี้ ผมได้รับข่าวสารตลอดเวลาว่า ชีวิตของกระผมไม่ปลอดภัยในการเดินทางไปไหนมาไหน จึงต้องใช้รถกันกระสุน... 2. ... เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ผมจะแถลงความจริงให้ทุกท่านทราบ วันนี้ยังไม่ใช่วันของผม ขอให้ผู้สนับสนุนอดทนอีกนิดหนึ่งครับ  3.หากผมยังมีวาสนา ผมจะขอกลับมาตายบนผืนแผ่นดินไทย..."

จดหมายแถลงการณ์ของ "นช.ทักษิณ" ที่แจกสื่อมวลชนต่างประเทศหลังถูกคำพิพากษาจำคุก  "...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับผม ล้วนแต่เป็นการกระทำที่เกิดจากแรงขับเคลื่อนทางการเมือง ซึ่งเป็นการสมคบกันของ บรรดาชนชั้นสูงที่มีอภิสิทธิ์ทั้งหลาย ผู้เชื่อในทุกสิ่งอย่าง ยกเว้นประชาธิปไตย ผมเป็นภัยคุกคามต่อพวกเขา..."

[ http://www.oknation.net/blog/ninja45/2008/11/11/entry-1 ]

แต่ประเด็นสำคัญที่สุดของไพ่ใบนี้ นั่นคือ"สัญลักษณ์เชิงขู่(ฉอ-แอ)"จาก"นช.ทักษิณ" ที่สื่อมาให้เฉพาะท่านผู้ที่เกี่ยวข้องทราบเท่านั้น นั่นเป็นความน่ากลัว เป็นความวิกฤตที่ต้องได้รับการแก้ไขอันดับต้นๆ เลยทีเดียว  การที่"ฝ่ายพันธมิตร"โดยเฉพาะ"นายสนธิ(ลิ้ม)" ที่ออกมาแฉ "ท่านผู้หญิงวิระยา"ครั้งมโหฬาร โจมตีชนิดลากไส้ทุกขด ถือว่าเป็นผลดี เป็น"การทำลายความน่าเชื่อถือ ของคนๆ นี้ก่อนจะมีอะไรมากไปกว่านี้??"

ความโชคดีอย่างเหลือเชื่อ เหมือนกับตอนที่"พันธมิตร"ไปสนามบินสุวรรณภูมิ เพียงเพื่อขวางไม่ให้"นายสมชาย"กลับประเทศ กลายเป็นที่มาของการยึดสนามบินปิดเรื่อง จบปัญหาในช่วงนั้น แบบไม่รู้ตัว .........  การที่"ท่านผู้หญิงฯ"ออกมาพูด ในจังหวะที่"นายสนธิ(ลิ้ม)"ถูกถล่มสังหาร กลายเป็นจังหวะบวกให้กับ"ฝ่ายตรงข้ามกับทักษิณ"แบบไม่รู้ตัวอีกครั้ง  แม้ความสงสัยแคลงใจในเรื่อง"คำสั่งฆ่า" จะถูกระบุเจาะจงพุ่งเข้าหา"ท่านผู้หญิงฯ"โดยตรงก็ตาม สำหรับ"ฝ่ายทักษิณ"แล้ว  หน้าที่ของใคร ต่างคนต่างทำกันในส่วนของตนเท่านั้น

วันนี้"นช.ทักษิณ"ทุ่มเททุกรูปแบบในการทำสงครามครั้งนี้  แม้แต่การดึงมวลชนคนซ้ายเก่าออกมาช่วยทำศึกด้วย หากย้อนไปตั้งแต่เริ่มสร้างอิทธิพลในฟากฝั่งการเมืองแบบจริงๆ จังๆ "นช.ทักษิณ"ก็ได้เหล่าแกนนำหัวโจกมาร่วมเรียงเคียงหมอนอยู่ตั้งนานสองนานแล้ว แม้ว่าจะมีใครหลายคนรวมทั้งนักวิชาการต่างก็ออกมาปรามาศว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ เป็นเรื่องตลกตกยุค เป็นเรื่องของคนไม่กี่คนที่เป็นซ้ายอกหัก............  เปล่าเลยกระแสนี้ หมากเกมส์นี้ คนพวกนี้ เค้าไม่ได้ตั้งใจจะดึง "ซ้ายเก่า"ให้มาพร้อมกับ"ระบอบคอมมิวนิสต์ แบบเหมาเจ๋อตุงหรือเช เกววาร่า" ซึ่งทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่า จะไม่มีระบอบอย่างนั้นเกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแน่นอน???  แต่สิ่งที่พวกเค้าปลุกกันขึ้นมาคือ "กลุ่มคนไม่เอาสถาบันเบื้องสูงฯ" ต่างหาก .... เหมือนอย่างที่ "พล.อ.พิจิตร"องคมนตรี ระบุชัดๆ เลยว่า“นช.ทักษิณ” จ้องล้มสถาบันฯ  ...สาระพัดรูปแบบที่มีอยู่ในสังคมไทย ในปัจจุบันนั่นคือ การทำสงครามรูปแบบใหม่ ไม่ต้องลุกขึ้นมาจับอาวุธล้มล้าง สมัยนี้ครอบงำกันผ่านสื่อ ผ่านอาจารย์ผู้สอนในบางสถาบันการศึกษา ผ่านเทคโนโลยี่ หรือแม้แต่กระทำการอย่างโจ่งแจ้งบนเวทีกลางท้องสนามหลวง หรือ ถ่ายทอดออกอากาศวิทยุชุมชน

{ วันนี้ใครที่บอกว่า "คอมมิวนิสต์"หมดไปจากประเทศไทยแล้ว ขอให้คิดใหม่... ลองตาม "คุณไทบ้าน" ไปเที่ยววันเด็ก 10 มกราคม พ.ศ. 2552 (ปีนี้)

   

 

 

ดูต่อได้ที่ : http://www.oknation.net/blog/thaibaan/2009/01/11/entry-1/comment#read }

หากจะมองเรื่องไอเดียการนำ"รูปแบบคอมมิวนิสต์"บางส่วนมาประยุกต์ใช้ร่วมกับ"การเมืองใหม่"นั้น คงต้องหันไปดูที่"ฝ่ายพันธมิตร"มากกว่า ถือว่าชัดเจนที่สุด

“พี่สนธิก็เคยคุยกับผมเป็นการส่วนตัวว่าคิดถึงพรรคคอมมิวนิสต์จีนด้วยซ้ำ มีโปลิตบูโร หรือคณะกรรมการนโยบายของพรรคที่อาจจะไม่ได้มามีตำแหน่งบริหาร ไม่ได้มามีตำแหน่งทางการเมือง แต่ว่าคุมยุทธศาสตร์ คุมทิศทางพรรค ซึ่งอันนี้น่าสนใจ และคงต้องดูว่าโครงสร้างเป็นอย่างไร ขณะเดียวกัน เรายังมีเวลาศึกษาพรรคการเมืองจากหลายประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกัน และต้องดูบริบทสังคมไทยด้วย แบบไหนมันเข้ากับสังคมไทย”
ที่มา : (เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 876, 13 มีนาคม 2552) [
http://blogazine.prachatai.com/user/headline/post/1878 ]

วันนี้การขยับรุกครั้งสำคัญของ"ฝ่ายทหาร"ที่เงียบเฉียบ เล่นเกมส์เป็นในทุกรูปแบบ จับมือประสานทั้งส่วน"บู๊"และ"บุ๋น"ในตัว...... ย้อนกลับไปหลังจากที่มี"เสื้อเหลือง"ออกมาขับไล่"นช.ทักษิณ" ต่อมามี"เสื้อแดง"ออกมาเป็นกันชน ต่อกรกับทั้ง "ฝ่ายทหาร" และ "ฝ่ายพันธมิตร"  วันนี้มี"เสื้อขาว"ไม่เอาความรุนแรงออกมาแทน"เสื้อน้ำเงิน"ปกป้องสถาบันฯ (เด็กสร้างของกลุ่มเนวินที่เล่นเกมส์โฉงฉาง) หมากเกมส์ที่ทันกัน เป้าหมายสร้างมวลชน...(555555).... สุดท้าย ท้ายสุด ประชาชนคือคนที่วันนี้ต้องเลือกว่าจะอยู่ข้างไหน "ฝ่ายไหน"เป็นผู้กำมวลชนคนในประเทศ 60 กว่าล้านคน ได้มากที่สุด ชัยชนะใน"วันเลือกตั้ง" ที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆ วันนี้ ถือได้ว่าเป็นจุดชี้ชะตา จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด  หากไม่เป็นดั่งคาดเหมือนการเลือกตั้งใหญ่คราวที่แล้ว คงได้เหนื่อยกันอีกรอบ

และก็ไม่แน่หนักที่ในอนาคต"พรรคทหาร"(ที่นายสนธิ(ลิ้ม)ระบุไว้) อาจจะมีนักการเมืองน้ำดีมือสะอาดชื่อ"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"เป็น"หัวหน้าพรรค"ก็เป็นได้  วันนี้คงได้เห็นแล้ว 2 ประสานอย่าง นายกอภิสิทธิ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ ผู้ซึ่งได้ใจและใจกันไปแล้วว่า เดินหน้าแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศชาติได้ดีขนาดไหน (อาจจะเป็นสมบัติผลัดกันชม ตามคำคมของนายสนธิ(ลิ้ม)ก็เป็นได้)

บุกบ้าน พณ.ท่าน พล.อ.เปรม

สลายม๊อบพันธมิตร1

สลายม๊อบพันธมิตร2

TV 3  สรุปข่าวสลายการชุมนุม 13 เม.ย.2552

TPBS สรุปข่าวสลายการชุมนุม 13 เม.ย.2552

อยากจะมีความพูดนับล้านคำ ที่ระบายความอึดอัดออกมา แต่เขียนไม่ได้ขยับไม่ออก รู้เพียงแต่ประชาชนคนไทย ประเทศไทย วันนี้ขึ้นอยู่กับหมากบนกระดานที่คนมีอำนาจวาสนาต่อสู้กัน......... ไม่ว่าศึกสงคราม 3 ฝ่าย จบลงด้วยผลเช่นไร?  เราต้องอยู่กับมันให้ได้........... Let It Be !! 

วันนี้นึกถึงพระบรมราชโอวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานแก่พลเอกสุจินดา คราประยูร  และพลตรีจำลอง ศรีเมือง ตอนหนึ่งว่า"....ถ้าหากว่าเราไม่ทำให้สถานการณ์อย่าง 3 วันที่ผ่านมานี้สิ้นสุดไปได้ ฉะนั้นก็ขอให้โดยเฉพาะสองท่าน คือพลเอกสุจินดา และพลตรีจำลองช่วยกันคิด คือหันหน้าเข้าหากัน ไม่ใช่เผชิญหน้ากัน เพราะว่าเป็นประเทศของเรา ไม่ใช่ประเทศของหนึ่งคนสองคน เป็นประเทศของทุกคน เข้าหากันไม่เผชิญหน้ากันแก้ไขปัญหา เพราะปัญหามีอยู่ ที่เวลาเกิดจะใช้คำว่า บ้าเลือด เวลาคนมีการปฏิบัติรุนแรงมันลืมตัว ลงท้ายเขาไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร แล้วก็จะแก้ปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะ แล้วก็ใครจะชนะ ไม่มีทาง อันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้ คือต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้าก็แพ้ แล้วที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ ประชาชนจะเป็นประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ประชาชน เฉพาะในกรุงเทพมหานคร ถ้าสมมติว่า เฉพาะในกรุงเทพมหานครเสียหายไป ประเทศก็เสียหายไปทั้งหมด แล้วก็จะมีประโยชน์อะไรที่จะทะนงตัวว่าชนะ เวลาอยู่บนกองซากปรักหักพัง ...."

.

.

.

.

.

.

------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ  ที่มา : [ http://www.chaoprayanews.com/2009/02/05/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-20-%E0%B8%9E%E0%B8%84-35-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%9E/ ]

โดย คนในแผ่นดิน

 

กลับไปที่ www.oknation.net