วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พันธกิจวันที่ ๒ : ละเลียดรอยหายใจไปพร้อมกาแฟ


 

แดดเช้าสีอุ่นหวาน สายลมบางเบา เสียงนกร้องเพลง และดอกไม้ที่พร้อมใจกันเบิกบาน ส่วนประกอบเหล่านี้ทำให้ฉันไม่ลังเลในการยกแก้วกาแฟที่เพิ่งชงเสร็จออกมานั่งจิบยังชุดโต๊ะเก้าอี้แปรรูปจากตอไม้ ที่ตั้งอยู่ใต้ต้นลำไยซึ่งกำลังออกดอกขาวส่งกลิ่นหอม

กาแฟแก้วแรกของฉันเปลี่ยนจากสีน้ำตาลไหม้มาเป็นสีน้ำตาลเกือบอ่อนจากการใส่นมสด ถ้าเป็นกาแฟตามร้าน มันก็หน้าตาคล้ายลาเต้ที่รสชาติอ่อนนุ่ม จิบแรกของกาแฟตรงหน้าก็พาฉันล่องลอยเข้าไปในโลกอันแสนกลมกล่อม ฉันเติมน้ำตาลแว่นก้อนขนาดเหรียญบาทหนึ่งก้อนลงไปเพิ่มความหวานให้กาแฟ ที่ความขมอยู่ในระดับพอดี

แม้กาแฟจะไม่ใช่ไวน์ แต่ฉันก็พึงพอใจให้ภายในปากได้รับรสมันอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพียงดื่มผ่านๆ การรับรู้รสขณะอมกาแฟไว้ในปากเพียงครู่ ทำให้ฉันอยู่กับปัจจุบันขณะมากที่สุด รู้ว่าตนกำลังจิบกาแฟ และกาแฟนั้นรสชาติเป็นอย่างไร

ที่ร้านกาแฟซึ่งหุ้นกับเพื่อน ฉันมีเพื่อนดื่มกาแฟหลายคน ตั้งแต่เพื่อนร่วมหุ้นไปจนถึงลูกค้า ที่ความชอบอะไรเหมือนกันทำให้เรากลายเป็นเพื่อนกันในที่สุด

และในบรรดาเพื่อนร่วมดื่มกาแฟ แต่ละคนก็ยังมีบุคลิกในการดื่มเฉพาะตน บางคนจิบกาแฟไปนั่งอ่านหนังสือไป โลกของเขาอยู่ในหนังสือไม่ใช่กาแฟตรงหน้า เขาไม่เคยรับรู้ความต่างในรสชาติกาแฟที่ชงให้ บางวันฉันจึงหยอกเย้าด้วยการใส่ผงกาแฟมากกว่าปรกติให้กาแฟมีรสชาติเข้มกว่าเดิม แต่เขาก็กลับดื่มมันด้วยอาการปรกติ จนฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าใจของเราที่ใส่ในกาแฟคงเปิดหัวใจเขาให้ก้าวออกมาจากโลกการอ่านไม่ได้กระมัง

ลูกค้าอีกหลายคนมาดื่มกาแฟเพียงเพราะอยากมีคนคุยด้วย ตั้งแต่ข่าวการเมืองไปถึงเรื่องเพศสัมพันธ์ มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกถ้าลูกค้าที่เพิ่งชวนไปทำบุญถวายสังฆทาน และนั่งปฏิบัติธรรม จะหิ้วเหล้านอกราคาแพงเดินเข้ามาชวนนั่งจิบตอนเย็นย่ำวันเดียวกัน เป็นรูปลักษณ์ความสัมพันธ์กึ่งเมืองกึ่งต่างจังหวัด

ในรูปแบบการใช้ชีวิตพวกเขาเหมือนคนเมืองทั่วไป ว่างจากงานก็สรรหาที่กินเที่ยว เข้าร้านกาแฟเก๋ๆ ตกแต่งโดนใจ เข้าผับหาความสนุกไม่กี่ชั่วโมงยามค่ำคืน แต่ในรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างคนต่อคน ฉันดีใจที่ลูกค้าของฉันล้วนมีหัวใจงดงามอย่างคนต่างจังหวัด

แม้จะพยายามใช้ชีวิตกับปัจจุบัน ด้วยรู้ว่าปัจจุบันคือความเข้าใจว่าเรากำลังทำอะไร คือการให้จิตมองใจที่วิ่งไหว มนุษย์เราทุกข์กับสิ่งที่ยังไม่เกิดและสิ่งที่เกิดไปแล้ว เราไม่เคยทุกข์กับปัจจุบันขณะหายใจ หากเอาเข้าจริงฉันก็ทำไม่ค่อยได้เหมือนกัน เหมือนเมื่อครู่ที่จู่ๆ ก็นึกย้อนไปถึงความสุขครั้งที่ยังใช้ชีวิตอยู่เงียบๆ และเรียบง่ายกลางอ้อมกอดขุนเขาเมืองเหนือ

ฉันโหยหาชีวิตเก่าๆ ที่จากมา ขณะเดียวกันก็ไม่อาจละทิ้งสิ่งใหม่ที่เดินเข้ามาในชีวิตได้เช่นกัน ฉันถอนหายใจเบาๆ แล้วลุกไปชงกาแฟอีกแก้วให้ตนเอง

สีน้ำตาลไหม้ในแก้วสีขาวนั้นไม่ได้รับการปรุงแต่งใดเพิ่มเติม ฉันมักดื่มกาแฟสองแก้วเล็กๆ เช่นนี้เสมอเมื่ออยู่บ้าน เหมือนเวลาออกไปดื่มกาแฟนอกบ้านฉันก็จะสั่งเอสเพรสโซ่และขอนมสดเหยือกจิ๋ว กาแฟรสขมพร่องไปเกือบครึ่งถ้วยนั่นล่ะฉันจึงเติมนมสดลงไปเพิ่มความกลมกล่อม

ความคิดฉันกำลังจะเตลิดไปถึงอะไรอีกแล้ว ฉันจิบกาแฟรสขมเข้มเข้าปาก มองเจ้าหัวใจที่เริงร่ายไม่รู้จักหยุด เจ้าหัวใจกำลังจะคิดอีกแล้ว ฉันปล่อยให้มันคิด ไม่มีประโยชน์อะไรในการห้ามความคิด เพียงแต่ว่าระหว่างที่ใจคิด อีกหนึ่งจิตก็คอยระลึกรู้ว่านี่เรากำลังคิด

และใจของฉันก็กำลังคิดถึงกาแฟกระป๋องของชายหนุ่มคนหนึ่งจากร้านสะดวกซื้อที่ดื่มไม่ให้ตนเผลอหลับ ด้วยกลัวว่าฉันจะหนีออกจากห้องพักไปตะลอนเก็บภาพการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา กระทั่งคาเฟอีนหมดฤทธิ์เขาหลับตาอย่างเหนื่อยล้า ทว่ามืออีกข้างของเขาก็ยังคงจับมือฉันไว้แน่น

ฉันเหมือนวิ่งเปี้ยวไปมาระหว่างเสาสองเสา เสาหนึ่งคือสุขที่มีคนคอยห่วง เสาหนึ่งคือทุกข์เพราะราคาที่ต้องจ่ายคือการสูญสิ้นอิสรภาพบางอย่างที่เคยมี

“รักมากพอไหม” ถูกถามใจตนครั้งแล้วครั้งเล่า และคำตอบคือ “ไม่-มาก-พอ”

ในเมื่อความรักมากมายของแม่ที่มีให้ตั้งแต่ฉันยังไม่ลืมตามองโลก ยังไม่อาจกักทั้งตัวและใจฉันไว้ได้ แล้วทำไมความรักของผู้ชายที่เพิ่งเข้ามาในชีวิตฉันไม่นานจะมีอานุภาพขนาดทำให้ฉันหยุดเพื่อเขาได้เลยหรือ

นึกถึงตรงนี้ก็เหมือนเห็นสีหน้าและแววตาอันเจ็บปวดที่มีน้ำตาคลอของคนรักลอยมา

ฉันจิบกาแฟอึกสุดท้ายในแก้ว คล้ายๆ ว่านอกจากรสขมยังมีรสขื่นยากต่อการกลืนลงคอ ทั้งๆ ที่เป็นกาแฟแก้วเดียวกัน

กาแฟรสขื่นค่อยๆ ไหลลงคอทีละนิด ทีละนิด ฉันใช้ใจที่มีสติพิศรอยหายใจในระหว่างเวลากาแฟที่กำลังจะผ่านไป ฉันยังทำได้ไม่ดีนักในการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันขณะ ไม่นึกถึงอดีตชวนโหยไห้ ไม่คิดฝันอนาคตที่อยากโหยหา แต่อย่างน้อย...ฉันก็ลงมือทำ

 

 

 

โดย เพลงฝน

 

กลับไปที่ www.oknation.net