วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระพันปี " ทวารวดี "


     เมืองกาญจนบุรี มีผู้คนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว   เนื่องจากเมืองนี้เต็มไปด้วย

เรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่  ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็น

ที่ตั้งของ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สมัยสงคราม

โลกครั้งที่ ๒ จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนี้เมืองกาญจนบุรี ยังมีแหล่ง

ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มาก ไม่ว่าจะเป็นป่าเขาลำเนาไพร ถ้ำ หรือ

น้ำตก ก็มีอยู่อย่างมากมายหลายแห่ง และที่น่าสนใจมาก คือ เมืองกาญจนบุรีเป็น

เมืองโบราณเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาทุกยุคสมัย    ซึ่งสามารถแบ่งออก

เป็นยุคสมัยตามหลักฐานที่พบได้ดังนี้    สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เริ่มตั้งแต่สมัยเริ่ม

กำเนิดมีมนุษย์ขึ้นในโลก   หลักฐานที่ขุดพบ อาทิ เครื่อมือหินกะเทาะ    เครื่องมือ

สมัยหินใหม่ เครื่องมือสมัยโลหะ โครงกระดูกมนุษย์ ภาชนะดินเผา เครื่องประดับ

ภาพเขียนสีที่ผนังถ้ำ โลงศพ ฯลฯ

    สมัยทวารวดี เมื่ออินเดียได้เดินทางเข้ามาค้าขาย  และเผยแพร่พุทธศาสนา ยัง

แคว้นสุวรรณภูมิ ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖ พบหลักฐานศิลปะอินเดีย สมัยคุป

ตะ ในสมัยทวารวดี   ตามลำน้ำแควน้อยแควใหญ่ และแม่น้ำแม่กลอง ที่บ้านวังปะ

โท่ บ้านท่าหวี บ้านวังตะเคียน และพงตึก โบราณวัตถุสถานที่พบ   เช่น ซากเจดีย์

วิหาร พระพุทธรูป พระพิมพ์ เสมาธรรมจักร ระฆังหิน เครื่องประดับ  ภาชนะดินเผา

และตะเกียงโรมันสัมฤทธิ์ที่มีอายุราว   พ.ศ. ๖๐๐ นับเป็นโบราณวัตถุที่เก่าแก่ที่สุด

ของไทย

      สมัยอิทธิพลขอม...       จากหลักฐานทางเอกสารที่เก่าแก่ที่สุดที่กล่าวถึงเมือง

กาญจนบุรี คือ    พงศาวดารเหนือ กล่าวว่า  "กาญจนบุรีเป็นเมืองพญากง พระราช

ทานบิดาของพระยาพาน    เป็นเมืองสำคัญของแคว้นอู่ทอง    หรือสุวรรณภูมิ มีผู้

สันนิษฐานว่า พญากงสร้างขึ้นราว   พ.ศ.๑๓๕๐" ต่อมาขอมได้แผ่อิทธิพล นำเอา

ศาสนาพุทธมหายานเข้ามาประดิษฐานในเมืองกาญจนบุรี    ปรากฏหลักฐาน   คือ

ปราสาทเมืองสิงห์ เมืองครุฑ   เมืองกลอนโด จนมาถึงสมัยที่อำนาจอิทธิพลขอม

ได้เสื่อมลงไป พระพิมพ์ที่ขุดพบใน จ.กาญจนบุรี     มีพระกรุยุคสมัยทวารวดี  อายุ

เก่าแก่ร่วมพันปีรวมอยู่ด้วย พระกรุอายุเก่าที่ขุดพบได้แก่  พระทวาราวดี พิมพ์พุทธ

คยา กรุบ้านท่าหวี เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง และเนื้อดิน

    พระทวารวดี พิมพ์พุทธคยา   กรุบ้านท่าหวี เป็นพระที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และ

มีความหนาพอสมควร    (หนาประมาณ ๐.๗๐ ซม.)    องค์พระกว้างประมาณ ๕.๕

ซม. สูงประมาณ ๙.๕ ซม.   พุทธลักษณะ องค์พระประทับนั่งปางมารวิชัย บนฐาน

บัว ๒ ชั้น ประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว    ข้างซุ้มเรือนแก้วทำเป็นองค์พระสถูปสังเวช

นียสถาน มีลวดลายลักษณะสถูปประดับอยู่ทั้ง ๒   ข้างของซุ้ม   บางองค์มีข้างละ

๒ ชั้น เรียงเหลื่อมซ้อนกัน บางองค์มีข้างละ ๓ ชั้น เรียงเหลื่อมซ้อนกันก็มี    แลดู

สวยงามอลังการมาก บางพิมพ์เป็นพระปางนั่งยกพระหัตถ์ทั้ง ๒       เสมอพระอุระ

ห้อยพระบาททั้งคู่อยู่บนฐานบัว ๒ ชั้น     ประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว   แบบองค์พระ

สถูป เช่นกัน พระทุกพิมพ์ของกรุบ้านท่าหวี     นี้มีพุทธศิลป์ที่สวยงามมาก     แลดู

บึกบึน ทะมึนเข้มขลัง ตามแบบคนยุคเก่าแก่โบราณ เหมือนยุคสมัยหิน

   ลักษณะของเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง ครอบคลุมด้วยไขขาวเหลืองอมส้ม  ไขค่อน

ข้างหนา คลุมตามผิวทั่วองค์พระ เนื้อตะกั่วไม่แดง เข้าใจว่าเกิดจากส่วนผสมมาก

น้อยของเนื้อโลหะตอนเทหล่อองค์พระ     ซึ่งเกิดจากการแปรสภาพจากเนื้อตะกั่ว

เดิม ลักษณะสนิมสีที่เกิดขึ้นมา เป็นพื้นผิวสีเทาอ่อนๆ    อมฟ้า  ไม่ออกทางสนิมสี

แดงเลย สนนราคาเช่าหาอยู่หลักหมื่นต้น       ถ้าองค์ไหนสภาพสวยสมบูรณ์ก็จะมี

ราคาสูงถึงหลักหมื่นกลาง พุทธคุณ เป็นสำหรับบูชาที่มีจุดมุ่งหมายในการสืบทอด

พระพุทธศาสนา และให้เกิดความเป็นสิริมงคล       ตลอดจนแคล้วคลาดปลอดภัย

จากภยันตรายต่างๆ

ภาพพระทุกภาพ สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537

ส่งเสริมการอนุรักษ์ " พระกรุ " ศิลปะ วัตถุโบราณไทย อันทรงค่า

ชาติ   วิศิษฏ์สรอรรถ  โทร. 089-830-0469

โดย c_visit

 

กลับไปที่ www.oknation.net