วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตามรอยชาลส์ ดาร์วิน บนเกาะสีชัง


 

เมื่อชาลส์ ดาร์วินเดินทางไปหมู่เกาะกาลาปากอส เขาค้นพบสิ่งมีชีวิตที่ช่วยจุดประกายทฤษฎีวิวัฒนาการ  ส่วนผมได้เดินทางไปเกาะสีชัง แต่ไม่พบอะไรที่ยิ่งใหญ่แบบนั้น
ผมไม่ใช่ดาร์วิน และสีชังไม่ใช่กาลาปากอส
แต่สิ่งมีชีวิตแห่งสีชังก็มีวิถีของมันเอง...

ผมมาเกาะสีชังหลายครั้ง แม้จะมาเที่ยว ไม่ได้ตั้งใจมาสำรวจสัตว์อย่างจริงจัง แต่ก็ได้พบสัตว์หลายชนิดบนเกาะที่น่าสนใจ และนั่นทำให้นึกถึงคำของชาลส์ ดาร์วินขึ้นมา

ในหนังสือกำเนิดชนิดพันธุ์ (The Origin of Species) หนังสือสะเทือนโลกของดาร์วินที่กล่าวถึงทฤษฎีวิวัฒนาการ ได้เขียนถึงลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิตบนเกาะไว้ว่า “ในพื้นที่ที่เท่ากัน สิ่งมีชีวิตบนเกาะมีความหลากหลายน้อยกว่าบนแผ่นดินใหญ่ แต่บนเกาะมีสิ่งมีชีวิตชนิดที่พบเฉพาะถิ่นมากกว่าบนแผ่นดินใหญ่”

นั่นหมายความว่า ถ้าเราไปที่เกาะ เราอาจจะพบสัตว์ไม่กี่ชนิด แต่จะมีชนิดที่มีลักษณะเฉพาะอยู่เยอะนั่นเอง 

ภูมิประเทศและระบบนิเวศของเกาะมีลักษณะเฉพาะตัว เกาะเป็นสถานที่ปิด และแทบจะไม่มีสิ่งมีชีวิตจากที่อื่นเดินทางเข้ามาสืบพันธุ์ด้วย  นานเข้าๆ มันจึงวิวัฒนาการแตกต่างไปจากพวกที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่  (ลองคิดภาพชนเผ่าผิวดำที่อยู่บนเกาะห่างไกลแผ่นดิน พวกเขาจะมีโอกาสพบรักกับเผ่าผิวขาวได้น้อย ดังนั้นพวกเขาจะคงความดำต่อไปได้มาก และอาจวิวัฒนาการกลายเป็นเผ่าดำปี๋อยู่บนเกาะไปเลย ขณะที่เผ่าผิวดำบนแผ่นดินใหญ่อาจไม่ดำสนิท เพราะมีโอกาสพบรักกับคนผิวขาว)  เช่นเดียวกับนกฟินช์บนหมู่เกาะกาลาปากอสที่ดาร์วินศึกษา พวกมันมีลักษณะแตกต่างจากนกบนแผ่นดินใหญ่ และเป็นนกชนิดใหม่ทั้งหมด

ด้วยความตื่นเต้นกับทฤษฎีของเกาะและเพ้อฝันส่วนตัว ผมจึงอยากรู้ว่าที่เกาะสีชังมีสัตว์ที่เป็นแบบนั้นบ้างหรือเปล่า!

--------------------------------------------------------------

กระรอกขาว สัญลักษณ์ของเกาะ

ถ้าใครได้ไปเยือนเกาะสีชัง จะเห็นป้ายชื่อถนนที่เป็นรูปกระรอกสีขาว ป้ายถนนของหลายพื้นที่ในประเทศไทยจะเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นั้นๆ เช่นอุทัยธานีเป็นปลาแรด ปราณบุรีเป็นปลาหมึก  แสดงว่าสัตว์สัญลักษณ์ของเกาะสีชังคือกระรอกสีขาว ในขณะที่ต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์คือ ลั่นทม ดังที่ผมเคยกล่าวมาแล้ว

 

ป้ายถนนกระรอกขาวและดอกลั่นทม

ทำไมต้องเป็นกระรอกขาวด้วย นั่นก็เพราะบนเกาะนี้มีกระรอกขาวอาศัยอยู่ โดยเฉพาะตามป่าบนเขาที่อยู่ทางใต้และตะวันตกของเกาะจะมีกระรอกขาวอาศัยอยู่เป็นฝูงใหญ่

กระรอกขาวนี้มีความสำคัญอย่างไร บางคนอาจบอกว่ากระรอกขาวก็มีอยู่ทั่วไปนี่นา ที่กรุงเทพก็มี  แต่กระรอกสีชังนั้นเจ๋งตรงที่มันเป็นสายพันธุ์หรือชนิดย่อย (Subspecies) ของกระรอกหลากสีที่พบเฉพาะบนเกาะนี้เท่านั้น ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่น (Endemic Speciecs) ซึ่งกระรอกขาวพันธุ์สีชังจะมีตัวเล็กเล็กกว่ากระรอกขาวที่อื่นอยู่นิดหน่อย

พวกมันอยู่อาศัยที่นี่มานานจนเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เหมือนกระรอกสีขาวในที่อื่น นั่นแสดงว่าวิวัฒนาการได้เกิดขึ้นบนเกาะแห่งนี้แล้ว!

 

กระรอกขาวพันธุ์เกาะสีชังที่พบได้ที่นี่แห่งเดียว

 

เสียดายที่ไม่มีภาพตัวเต็มๆ มาให้ชม

ครั้งล่าสุดที่ไปเกาะสีชัง ผมไม่พบกระรอกขาว ปกติผมเคยเจอทุกครั้ง (ในปี 2544, 2547, 2550) จากคำบอกเล่า กระรอกขาวมีจำนวนน้อยลง และเริ่มหลบไปอาศัยอยู่ตามป่ามากขึ้น ไม่ค่อยปรากฏตัวในที่ที่คนอยู่

แต่ก็ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง ผมเพิ่งรู้ (หลังกลับจากเกาะ) ว่ามีจุดชมกระรอกขาวอยู่ เป็นเส้นทางที่อยู่ด้านหลังเกาะแถบที่ไม่ค่อยมีผู้คนอาศัยอยู่ บนเส้นทางไปหาดถ้ำพัง  ถ้าใครอยากเห็นก็ให้เอากล้วยและผลไม้ไปให้มัน ฝูงกระรอกหลายตัวจะออกมากินผลไม้ตอนเช้าและเย็น ช่วง 6 โมงเช้าและ 6 โมงเย็น  นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่กระรอกพวกนี้ยังมีเหลืออยู่พอสมควร และทางเกาะเองก็เห็นความสำคัญของมันด้วยการช่วยกันอนุรักษ์ 

 

ผลไม้ล่อกระรอก พบแถวเขตวัง

กิ้งกือยักษ์ มังกรร้อยขา

นอกจากกระรอกขาวแล้ว สัตว์ที่โดดเด่นและน่าสนใจอีกอย่างของสีชังคือ กิ้งกือ  ใครมาสีชังแล้วคงต้องเคยเห็นกิ้งกือกันบ้าง  กิ้งกืออาจพบได้ทั่วไปทุกแห่ง แต่กิ้งกือบนเกาะสีชังไม่ธรรมดา มันมีไซส์ใหญ่กว่าที่อื่น ตัวโตเต็มที่อาจยาวเกิน 20 เซนติเมตร

กิ้งกือทั้งตัวใหญ่และตัวเล็กพบได้ง่ายมากบนเกาะ เพื่อนของผมซึ่งทำวิจัยเรื่องกิ้งกือบอกว่า กิ้งกือตัวยาวๆ พวกนี้เป็นคนละชนิดกับกิ้งกือที่กรุงเทพ มันเป็นกิ้งกือในกลุ่มกิ้งกือตัวใหญ่ที่พบได้ตามป่า  ผมจึงสงสัยว่าเจ้ากิ้งกือตัวยาวบนเกาะเป็นชนิดที่ต่างจากกิ้งกือตัวยาวบนแผ่นดินใหญ่หรือไม่  ในเมื่อพวกมันอยู่โดดเดี่ยวและถูกตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่ หรือพวกมันจะวิวัฒนาการเป็นชนิดใหม่ไปแล้ว นั่นทำให้ผมตื่นเต้นมากทีเดียว (เว่อร์ไปไหมครับ)

 

มังกรแห่งเกาะสีชัง (น่าหยะแหยงมั้ยครับ)

 

เจ้าตัวนี้วัดแล้วยาวเกือบ 20 เซนติเมตร (คู่นี้เบอร์ 8)

 

กิ้งกือคงไม่ชอบใจนักว่าทำไมไอ้นี่ต้องมาถ่ายรูปมันข้างเท้าทุกที (คู่นี้เบอร์ 11)

มวนแดง นักผสมพันธุ์พิสดาร

สัตว์ที่พบชุกชุมอีกอย่างคือ เจ้าแมลงสีแดงสดตัวเล็กๆ ที่พบเห็นได้ตามพื้น มันคือเจ้ามวน ผมไม่แน่ใจว่ามันคือมวนขี้ครอกหรือมวนมะเยา หรืออาจไม่ใช่ทั้งสองพวก  พวกมันจะเดินยั้วเยี้ยอยู่ตามพื้น จนบางครั้งเราอาจเผลอเหยียบได้ (ผมเผลอฆาตกรรมมันไปหนึ่งตัว)  มวนพวกนี้มีพฤติกรรมน่าสนใจคือบางครั้งเราจะเห็นมันเดินก้นติดกัน แล้วเจ้าตัวใหญ่ก็จะลากตัวเล็กเดินไปด้วย นั้นเพราะมันกำลังผสมพันธุ์กัน (ไม่แน่ใจว่าตัวผู้หรือตัวเมียที่ใหญ่กว่า)

มวนกินอาหารโดยการใช้ปากที่เป็นท่อเจาะดูดน้ำเลี้ยงของพืชหรือเจาะกินของเหลวจากซากสัตว์ เช่น กิ้งกือ  ผมสังเกตลายสีดำบนตัวของมัน ซึ่งแตกต่างกันไป บางตัวอาจต่างเพราะยังไม่โตเต็มวัย (ตัวที่ยังไม่มีปีก) แต่บางตัวที่โตเต็มวัยแล้วก็มีลายต่างกัน  ผมจึงเพ้อฝัน (อีกแล้ว) ว่าเจ้ามวนพวกนี้จะกลายเป็นมวนชนิดใหม่ที่มีลวดลายไม่เหมือนใคร!

 

มวนแดง แมลงสีสวยประจำเกาะ (ดูลายดีๆ เหมือนหน้าคนเหมือนกัน)

  

แอบดูมวนผสมพันธุ์ ให้ทายว่ามวนคู่นี้จะเดินไปทางไหน 
คำตอบคือทางขวา เพราะตัวทางขวาใหญ่กว่า

 

หลากลวดลาย  ตัวล่างยังไม่โตเต็มวัย สังเกตได้จากการที่มันยังไม่มีปีก

 

จะผสมพันธุ์ก็ยังห่วงกินนะ (กิ้งกือตายเอง ไม่ได้ถูกมวนฆ่า)

หอยทากบกผู้เนิบช้า

ตามป่าริมหาดที่ติดกับภูเขาก็เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์อีกพวก ถ้าสังเกตตามพื้นจะมีเปลือกหอย แต่พวกนี้ไม่ใช่หอยทะเล  อาณาเขตของหอยทะเลอยู่บริเวณชายหาดที่น้ำขึ้นน้ำลงเท่านั้น ตรงชายป่าที่น้ำมาไม่ถึงเป็นที่อยู่หอยบก หรือหอยทากบกนั่นเอง

ผมเห็นหอยทากบกตัวหนึ่งคืบคลานอยู่บนก้อนหิน มันเคลื่อนไหวช้าๆ  ไม่สนใจกับมนุษย์หน้าตาดีที่มาเฝ้าดู  ที่น่าสนใจคือบ้านของหอยทากบกและหอยทะเลอยู่ห่างกันไม่กี่เมตร แต่พวกมันไม่เคยล้ำเส้นพื้นที่อยู่อาศัยกัน (ไม่เหมือนมนุษย์) และถึงแม้จะมีรูปร่างคล้ายกัน แต่หอยฝาเดียวในทะเลหายใจด้วยเหงือก ส่วนหอยทากบกนั้นหายใจด้วยปอด นับว่าต่างกันมากทีเดรยว

และแน่นอนว่า ผมเห็นหอยทากคืบคลานช้าๆ แบบนี้ ผมก็เกิดคำถามเช่นเดิมอีก... วิวัฒนาการ!

 

ถนนที่ตัดผ่านกั้นระหว่างป่ากับทะเล ทางซ้ายคืออาณาเขตของหอยบก ทางขวาคืออาณาเขตของหอยทะเล

 

หอยทากบกคืบคลานอยู่บนหิน ตามวิถีชีวิตที่เนิบช้าของมัน

 

เคยสังเกตไหมครับว่าเปลือกหอยทากวนออกตามเข็มหรือทวนเข็ม

 

ตามพื้นในป่ามีเปลือกหอยทากมากมาย (เท่าที่ดูวนตามเข็มหมดเลย)

แมลงมีพิษและผู้ล่า

สัตว์ที่พบเยอะอีกพวกอยู่ใกล้ๆ กัน  ในเขตวังจะมีต้นไม้หลายต้นที่มีป้ายเขียนว่าระวังผึ้ง แตน ต่อ  แมลงมีพิษเหล่านี้พบได้ทั่วเกาะ ผมมองบนต้นไม้ที่ติดป้ายอยู่ แต่ไม่เจอรังผึ้ง คิดว่ามันคงย้ายรังไปแล้ว (ไปต้นที่ไม่มีป้ายบอก!)  ส่วนพวกต่อแตนนั้นยังพบได้ทั่วไป  และเมื่อมีผึ้ง ต่อ แตนก็ไม่น่าแปลกใจที่จะพบฝูงนกจาบคาด้วย นกจาบคากินพวกผึ้ง ต่อ แตนเป็นอาหาร  ตอนฝนพรำ ผมเคยพบพวกมันนับสิบตัวบินโฉบแมลงกินอย่างเพลิดเพลิน

 

มีต้นไม้หลายต้นที่แปะป้ายพวกนี้ แต่หลายต้นก็นี้ไม่มีรังอยู่แล้ว

 

บนเกาะมีพวกแมลงมีพิษ ต่อตัวนี้ถ้าถูกต่อยคงเจ็บน่าดู

 

นกจาบคาผู้ล่าผู้ควบคุมจำนวนผึ้ง ต่อ แตน

 

นกพวกนี้อาศัยอยู่ในเขตวัง เท่าที่ดูรู้สึกจะเป็น จาบคาคอสีฟ้า

ผมคิดถึงสัตว์ที่พบบนเกาะ ไม่นับพวกนก สัตว์อื่นเช่น หอยทาก กิ้งกือ มวน ต่างถูกปล่อยเกาะตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่ ไม่สามารถว่ายข้ามทะเลไปได้ด้วยตัวเอง  พวกมันจึงมีวิถีชีวิตเฉพาะที่เหมาะกับที่นี่ และดำรงชีวิตอยู่ตามสิ่งแวดล้อมของเกาะ นานเข้าๆ ก็อาจวิวัฒนาการเป็นสายพันธุ์หรือชนิดใหม่ เช่น กระรอกขาว หรือตอนนี้พวกมันอาจกำลังอยู่ในกระบวนการวิวัฒนาการก็เป็นได้!

กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ด้วยแรงขับดันที่ยิ่งใหญ่...  นอกเสียแต่ว่าจะมีสิ่งรบกวนเกิดขึ้นบนเกาะสีชัง  เมื่อมีสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ เข้ามาทำลายชีวิตดั้งเดิมของเกาะ หรืออาจเข้ามาทำลายที่อยู่ แก่งแย่งอาหาร หรือเข้ามาเปลี่ยนสมดุลของระบบนิเวศ  และสิ่งมีชีวิตนั้นทุกคนก็คงรู้จักกันดี (ถ้าไม่รู้ก็ลองส่งกระจกดูนะครับ)

---------------------------------------------------------------------

ชีวิตบนเกาะที่แสนเปราะบาง

เกาะเป็นระบบนิเวศที่เปราะบาง  มีข้อสังเกตเกี่ยวกับจำนวนชนิดและการสูญพันธุ์บนเกาะดังนี้ เกาะยิ่งมีขนาดใหญ่ยิ่งมีอัตราการสูญพันธุ์น้อย เพราะมีมีพื้นที่กว้างและมีกลุ่มประชากรของสิ่งมีชีวิตมาก  เช่นเดียวกับเกาะที่อยู่ไกลจากแผ่นดินก็มีอัตราการสูญพันธุ์น้อย เพราะสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ จะเดินทางมาถึงได้ยาก  ส่วนเกาะที่สิ่งมีชีวิตบนเกาะมีโอกาสสูญพันธุ์มากที่สุด ก็คือ เกาะเล็กๆ ที่อยู่ใกล้แผ่นดิน...

หมู่เกาะกาลาปากอสอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ 1,000 กิโลเมตร แต่เกาะสีชังอยู่ห่างแค่ 10 กิโลเมตร  กาลาปากอสเป็นเกาะที่แทบไม่มีมนุษย์มารบกวน แต่สีชังมีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มากมาย และอาจสีสิ่งมีชีวิตอื่นอพยพเข้ามาด้วย  ด้วยสภาพต่างๆ เช่น เป็นเกาะใกล้แผ่นดินใหญ่ มีขนาดไม่ใหญ่ และถูกรบกวนโดยมนุษย์ ทำให้สิ่งมีชีวิตบนเกาะสีชังมีโอกาสเสี่ยงต่อการถูกทำลายและสูญพันธุ์สูง!

มันจะยิ่งสำคัญมาก ถ้าสิ่งมีชีวิตที่สูญหายไปคือ สิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นที่ไม่พบที่อื่น เช่นกระรอกขาว

 

ป่าบริเวณริมชายหาดทอดยาวขึ้นไปบนเขา

ทางเดินผ่าป่าที่รมรื่นบนเกาะ

 

ป่าบนเขาที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เป็นบ้านของสัตว์มากมาย

อย่าคิดนะครับว่า สัตว์คงไม่สูญพันธุ์ไปจากเกาะง่ายๆ ระบบนิเวศของเกาะมีความเปราะบางมากกว่าที่เราคิด และการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเกิดได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ  ตัวอย่างที่เกาะสีชังก็เคยมีมาแล้ว จากบันทึกของกรมพระสมมตอมรพันธุ์ เมื่อปี พ.ศ. 2438 ที่ได้เดินทางมาเยือนเกาะสีชัง บันทึกไว้ว่า ที่นี่มีนกนางนวลและนกกระทุงอยู่เยอะ แต่ในวันนี้พวกมันหายไปไหนหมดแล้ว เช่นเดียวกับฉลามที่เคยพบว่ามีอยู่ชุกชุมรอบเกาะ

มีตัวอย่างมากมายเกี่ยวกับการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตบนเกาะ เมื่อสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ที่อาจเป็นผู้ล่าหรือผู้แย่งอาหารอพยพเข้ามา แม้แต่ทวีปขนาดใหญ่อย่างออสเตรเลีย เมื่อสุนัขดิงโกเดินทางมาถึงพร้อมกับมนุษย์ ทำให้ทัสมาเนียนไทเกอร์ สัตว์มีถุงหน้าท้องคล้ายหมาป่าที่เป็นผู้ล่าดั้งเดิม ปรับตัวต่อสู้แย่งอาหารกับเจ้าดิงโกไม่ได้ จึงลดจำนวนลงอย่ารวดเร็วจนสูญพันธุ์ 

ในช่วง 500 ปีที่ผ่านมา มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสูญพันธุ์ไปกว่า 90 ชนิดทั่วโลก และ 75% คือสัตว์ที่อาศัยอยู่บนเกาะ  เห็นไหมครับว่าสิ่งมีชีวิตบนเกาะมีความเปราะบางขนาดไหน

สัตว์บนเกาะหลายชนิดวิวัฒนาการมาโดยไม่มีผู้ล่าทำให้สูญเสียความสามารถในการป้องกันตัว หรือมันอาจหาอาหารไม่เก่งเท่ากับสัตว์ใหม่ที่อพยพเข้ามา วันหนึ่งถ้าผู้ล่าหรือคู่แข่งของกิ้งกือ มวน หอยทาก หรือกระรอกเข้ามามากขึ้น สัตว์เหล่านี้ก็คงจะต่อสู้ไม่ได้และสูญพันธุ์ไป

นี่ยังไม่นับสาเหตุของการสูญพันธุ์โดยตรงอย่างมนุษย์ที่เข้ามาล่า ฆ่า จับและทำลายที่อยู่อาศัย!

ลองคิดดูแล้ว มีเกาะกี่แห่งในไทยที่ต้องเจอผู้บุกรุกแบบนี้ (หรืออาจมากยิ่งกว่านี้หลายท่า) เช่น เกาะเสม็ด เกาะช้าง เกาะสมุย เกาะพะงัน ฯลฯ  บางครั้งมันอาจเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในสายตาเรา แต่ชีวิตของผู้ที่อยู่อาศัยบนเกาะเหล่านี้ก็สำคัญเช่นกันไม่ใช่เหรอ และเกาะทั้งหลายก็คือบ้านของพวกเขาที่อยู่มานานหลายพันหลายหมื่นปี

-----------------------------------------------------------------------

ผมยืนอยู่หน้าประภาคารอัษฎางค์ นึกถึงเมื่อ 110 ปีก่อนที่มีบันทึกว่ามีนกกระทุงอยู่ตรงนี้  วันนี้ไม่มีเหลือแม้แต่เงาของพวกมัน  แต่อย่างน้อยที่นี่ก็ยังหลงเหลือสัตว์อีกหลายชนิด หวังว่าเมื่อเวลาผ่านไปอีกหลายสิบปี เรื่องที่ผมเขียนนี้ คงไม่ทำให้คนรุ่นหลังประหลาดใจว่า ครั้งหนึ่งเกาะสีชังเคยมีกระรอกขาว มวน กิ้งกือ อยู่จริงๆ หรือ

สีชังไม่ใช่กาลาปากอส ไม่มีสิ่งมีชีวิตพิเศษโดดเด่นแบบเต่ายักษ์ หรือไม่มีอะไรที่จุดประกายทฤษฎีที่ยิ่งใหญ่  แต่ที่นี่มีวิถีชีวิตของมันเอง มวน กิ้งกือ หอยทาก ผึ้งต่อแตน นก และกระรอกขาว ยังคงอาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์ สิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทสำคัญมาก ในฐานะผู้ที่เดินทางมาครอบครองเป็นเจ้าของเกาะในปัจจุบัน

ผมหวังว่าทุกชีวิตบนเกาะแห่งนี้และทุกเกาะบนโลกจะดำรงอยู่ต่อไปอย่างสงบ ตามหนทางของธรรมชาติ ถ้าเกิดการสูญพันธุ์ก็ขอให้เกิดจากน้ำมือของธรรมชาติด้วยกันเอง

อย่าให้กระบวนวิวัฒนาการที่สร้างสรรค์สิ่งมีชีวิตมานานกว่าพัน หมื่น แสน หรือล้านปี ถูกทำลายลงด้วยมือเราด้วยเวลาเพียงไม่กี่สิบปี...

เอกสารอ้างอิง
Biology โดย Raven Johnson
เรื่องเที่ยวที่ต่างๆ ภาค 1-5  โดย กรมศิลปากร
The Origin of Species โดย Charles Darwin

ภาพกระรอกขาวสีชัง ขอยืมมาจากคุณ เที่ยวไปชิมไป! นำมาให้ชมกันครับ
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E7801260/E7801260.html

โดย นาฬิกาลืมเวลา

 

กลับไปที่ www.oknation.net