วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

25 วัน พันธกิจสะดุดรัก ตอนที่ 3




29-04-2009
ถึง 02-05-2009
3-4 วัน แทบไม่ได้ทำการใดที่เป็นแก่นสารเลย จะมีอยู่บ้างก็คือการซ่อมรถ “มอไซค์”
วิบาก พ่วงไซค์คาร์ เตรียมตัวเข้าไร่

03-05-2009
ออกเดินทางตั้งแต่เช้า เพราะมีนัดสำคัญที่สนาม ดีใจที่ได้คืนสนาม แต่เรื่องของเกมก็ปล่อยให้ผ่านไปเถอะ กลับไปนอนที่บ้านรังสิต

04-05-2009
ออกเดินทางตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า แวะยกเลิกสัญญาประกันชีวิตของไทยพาณิชย์ที่หลวมตัวโดนกล่อมให้เซ็นยินยอมหักเบี้ยประกันเดือนละสองพันบาท แล้วแวะทักทายเพื่อนร่วมงานเก่าที่ออฟฟิศทริป แมกกาซีน ก่อนจะบึ่งกลับกาญจน์



05-05-2009
วันนี้เป็นวันหยุดราชการ เขื่อนก็คงหยุดด้วย เพราะน้ำลงตั้งแต่เช้า พอถึงตอนเย็นก็เลยพาลูกโดดน้ำซะเลย น้ำตื้นและไม่ค่อยแรง พอยืนได้ เลยสนุกสนานกันทั้งพ่อทั้งลูก

06-05-2009
พอจะได้ทำงานบ้างก็คือขนของออกจากบ้านหลังเก่า พอตกช่วงบ่ายฝนตั้งเค้าทะมึนมาแต่ไกล เลยได้แต่เอกเขนกอ่านหนังสือ

07-05-2009
วันนี้ฝนตกตั้งแต่เช้า สงสัยพายุจะเข้าแล้ว เลยได้แต่จิบกาแฟนั่งมองสายฝน

08-05-2009
วันวิสาขบูชา วันพระใหญ่ ชาวพุทธอย่างเรากลับไม่ได้ทำอะไรเลย ตั้งใจจะพาลูกไปเวียนเทียนตอนเย็นดีกว่า สายหน่อยแวะเข้าไปดูกิจการแพในน้ำตกไทรโยคใหญ่ วันหยุดยาวอย่างนี้แขกเข้าพักเต็ม เข้าไปดูเผื่อช่วยอะไรได้บ้าง แต่พอไปถึงเค้ากลับบอกว่าไปนั่งเฉยๆเถอะเดี๋ยวทำเอง ทั้งวันเลยได้แต่นั่งเรือพาแขกชมน้ำตก น้ำตกไทรโยคใหญ่ อาจจะเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่น้ำตกโจนลงสู่แม่น้ำแควน้อย และถูกขนาบข้างด้วยน้ำตกไทรโยคเล็กทั้งซ้ายและขวา นักท่องเที่ยวที่มาที่น้ำตกนี้จึงเหมือนได้กำไรเพราะได้ดูน้ำตกทั้งสามแห่งในการล่องเรือเที่ยวเดียว ช่วงเที่ยงกินก๋วยเตี๋ยวเรือของแท้ต้องอยู่บนเรือลอยน้ำ ไม่ใช่ขึ้นเรือไปอยู่ในอาคาร หลังจากนั่งเรือเบื่อแล้ว บ่ายสามโมงก็ต้องบิดวิบากตากฝนกลับบ้าน เย็นนี้ก็คงไม่ได้พาลูกไปเวียนเทียนอย่างที่ตั้งใจ

09-05-2009
เข้าน้ำตกตั้งแต่เช้า แต่ก็เหมือนเดิม คือ นั่งเรือลากแพ คุยกับแขกเหมือนเดิม แพลากจอดตามชายหาดเรียงราย สมกับเป็นวันหยุดยาว แพแต่ละหลังนอกจากจะจอดเล่นน้ำแล้ว กิจกรรมคลายเบื่อเสุดฮิตมื่อมาติดอยู่บนแพก็คือการรำพัดหรือเล่นไพ่นั่นเอง แพบางหลังถึงกับมีสองวง เพราะขาเยอะยังกับกิ้งกือ ส่วนวงไหนจะเล่นป็อกเด้งหรือรัมมี่หรือลงเงินหรือเปล่าอันนี้ไม่ทราบได้

10-05-2009
วันนี้เข้าน้ำตกอีกวัน แต่แขกทยอยกลับกันเกือบหมดแอยู่จนถึงบ่ายก็รีบกลับเพราะฝนตั้งเค้ามาแล้ว มาถึงบ้านฝนเริ่มลงเม็ดพอดี วิ่งไปหยิบเบียร์ในตู้แช่แล้วคว้าเปลวิ่งลงไปนอนฟังเสียงฝนที่แพ เปิดเพลงฝนโปรยไพรของพี่ซัน มาโนชฟังเข้ากับบรรยากาศ

11-05-2009
เข้าไปดูความเรียบร้อยของแพที่น้ำตกอีกครั้ง เหลือแต่เด็กกับคนแก่เฝ้าแพสองคนกับหมาอีกหนึ่งตัว ไม่มีอะไรทำเดินมองฝูงปลาตะเพียนแดงใต้แพฝูงใหญ่ ปลาพวกนี้ฉลาดไม่เคยกินเบ็ด ปลาเยอะจนนึกว่าเอาสวิงช้อนเอาก็คงได้ แต่ดูแล้วปลาคงฉลาดกว่าคนแฮะ นั่งรอก๋วยเตี๋ยวเรือจนเที่ยงกว่าแล้วก็ยังไม่มา เลยกลับบ้าน ช่วงที่ซิ่งวิบากมาถึงกลางสะพานดาวดึงส์ ชนเข้ากับแมลงชนิดนึง ชนปุ๊บมันก็เกาะที่เปลือกตาแล้วก็ต่อย ปล่อยเหล็กไนไว้ แล้วมันก็บินไป อืมมม.....มันเจ็บปวดจริงๆ พยายามประคองทั้งสติทั้งรถมาได้อีกหนึ่งร้อยเมตร ต้องจอดส่องกระจกดึงเหล็กไนออก เปลือกตาเริ่มบวมเป็นปื้นไปถึงหางตา นึกขึ้นได้ว่าผี้งหลวงไปทำรังอยู่ใต้สะพาน แต่ละตัวขนาดเท่านิ้วก้อย มิน่าเล่าถึงได้เจ็บปวดขนาดนี้

12-05-2009
เมื่อคืนก่อนนอนยังไม่ค่อยบวมมากนัก ตื่นมาตอนเช้าตาแทบปิด แต่พิษที่แสบร้อนไม่มี คงเพราะเอาเหล็กไนมันออกได้ทันท่วงที แต่อาการบวมก็ยังไม่ยอมหยุด บวมลามไปถึงใต้ตาถึงแก้ม แดงช้ำ เลยได้แต่นอนทายาหม่องลดอาการบวม พิษของผึ้งแค่บวมไม่ปวดแสบปวดร้อน แต่ฤทธิ์ยาหม่องนี่สิ แสบร้อนดีนัก

13-05-2009
อาการบวมลดลงจนเกือบหายเป็นปรกติ แต่ร่องรอยหลังจากอาการบวมลดลงคือจากสีแดงช้ำกลับกลายเป็นสีม่วงเหมือนทาขอบตาเลย

14-05-2009
วันนี้ไปเปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาไทรโยค สงสัยพนักงานที่นี่คงเคยเปิดทะเบียนให้พวกมอญหรือชาวบ้าน พอเห็นหน้าตาอย่างเราไปเลยนึกว่าเป็นมอญที่เซ็นชื่อไม่เป็นหรืองัย ให้เขียนชื่ออยู่นั่นหลายรอบ ไม่ให้เซ็นซักที เลยถามว่าเซ็นชื่อได้ไหม กลับโดนย้อนถามกลับว่าเซ็นชื่อเป็นด้วยเหรอ ไม่ได้นึกโกรธแต่กลับนึกขำ เปิดบัญชีเสร็จก็หาซื้อหน้ากากดำน้ำ หมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะต้องกินปลาตะเพียนแดงให้ได้

โดย Wachi

 

กลับไปที่ www.oknation.net