วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สะบายดี..เวียงจันทน์ ตอน ในวัดมีอะไร (1)


ใครที่มาเวียงจันทน์ ไม่เข้าวัดคงจะเป็นไปไม่ได้ ^^  วันนี้เป็นวันเที่ยววัดค่ะ เนื่องจากลาวเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับไทย เพราะฉะนั้นความเชื่อและวัฒนธรรมก็เลยคล้ายกันจนแยกไม่ออก เวลาไปเที่ยววัดที่เวียงจันทน์ ก็เลยได้ความรู้สึกเหมือนเที่ยววัดที่เมืองไทยเลย


เราเริ่มต้นกันที่นี่ก่อนค่ะ “วัดศรีเมือง” หรือ วัดสีเมือง ในภาษาลาวนั่นเอง เลี้ยวรถเข้าไปปุ๊ปก็จะเจอกับ...นกเจ้าถิ่นบนสถูปศาลเจ้าแม่ศรีเมืองตัวนี้ล่ะค่ะ ^^” เพื่อนที่ไปทำงานที่ลาวบอกว่านกตัวนี้อยู่ตั้งแต่เด็กๆ จนตอนนี้หัวเริ่มล้านแล้วนะเนี่ย อิๆๆๆ  ก็ยังเฝ้าอยู่ที่เดิม


แมวน้อยพยายามปีนไปหาพี่นก

วัดศรีเมืองเป็นวัดเก่าแก่ และมีความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่และความเชื่อของชาวลาวมาก เค้าบอกว่าเวลาจะเปิดงานบุญนมัสการพระธาตุหลวงจะต้องมีการทำพิธีอยู่วัดศรีเมืองก่อน คือ ข้าราชการ พ่อแม่ พี่น้องประชาชน ภายใต้การนำพาของเจ้านครหลวงเวียงจันทน์จะแห่ปราสาทผึ่งไปถวายบูชาที่วัดสีเมืองในวันขึ้น 13 ค่ำ ก่อนจะมีการแห่ปราสาทผึ้งไปบูชาพระธาตุหลวงในวันเพ็ญ 15 ค่ำค่ะ

วัดนี้ยังเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมืองด้วย และทางด้านหน้าของวัดจะมีอนุสาวรีย์ของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ยืนถือ สมุดใบลาน ซึ่งเป็นประมวลกฎหมายฉบับแรกของลาวเอาไว้  นอกจากนี้ภายในวัดยังมีศาลเจ้าแม่ศรีเมืองอีกด้วย มีเรื่องเล่าไว้ว่าตอนที่จะมีพิธีลงเสาหลักเมือง มีแม่หญิงชาวลาวคนนึงได้ไปยืนร่วมพิธีด้วย สุดท้ายเธออาสากระโดดลงไปในหลุมที่มีเสาหลักเมืองอยู่ เป็นการเสียสละชีวิตอันยิ่งใหญ่และ กลายเป็นตำนานศาลเจ้าแม่ศรีเมืองมาจนบัดนี้

เข้าไปไหว้พระและหลักเมืองข้างในกันดีกว่า เห็นเค้าเอาของมาไหว้กันเป็นถาดเลยค่ะ มีมะพร้าว กล้วย ดอกไม้ ธูปเทียน  ในถาดมีเทียนมาให้สามเล่มค่ะ ข้าพเจ้าก็จุดปักบนถาดซะหมดเลย จริงๆคือเค้าจุดกันแค่สอง อีกอันเอาไว้ต่อเทียน แหะๆๆ



บรรยากาศด้านใน


แอบถ่ายสาวลาว ผ้าสีๆนี่ลืมถามมาค่ะว่าคืออะไร ^^”

ชมด้านนอกกันบ้าง...



เนื่องจากเกิดวันอังคาร ส่วนมากก็เลยถ่ายแต่ปางไสยาสน์ค่ะ


มัวแต่แอบดูนกกะแมว พี่ป้าน้าอาเค้าไปรออยู่บนรถกันหมดแล้ว ^^” เลยต้องรีบวิ่งขึ้นรถโดยพลัน กลัวโดนทิ้ง หุๆๆๆ ที่หมายต่อไป ใครๆก็คงไม่พลาด ถ้ามาเวียงจันทน์ ...แม่นแล้ว...พระธาตุหลวงค่ะ

ตอนนั่งรถไปคิดว่าวันนี้เป็นวันธรรมดาคนคงไม่เยอะ ปรากฏว่าผิดถนัด ^^” รถทัวร์เพียบเลยค่ะ คนไทยเพียบเช่นกัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเต็มรูปแบบจริงๆ เพราะมีลานจอดรถ และร้านขายของที่ระลึกเยอะมาก


ประตูทางเข้า (ถ่ายย้อนออกมาเพราะกลัวย้อนแสง)


ขออ้างขอมูลจาก wikipedia นะคะ^^  พระธาตุหลวงนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าพระเจดีย์โลกะจุฬามณี ถูกสร้างขึ้นในสมัยเดียวกับการสร้างนครเวียงจันทน์ เพื่อเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวเหน่า 27 พระองค์ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากเมืองราชคฤห์ ประเทศอินเดีย โดยก่อเป็นอุโมงค์หินคร่อมไว้ ต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้มีพระบรมราชโองการให้สร้างองค์พระธาตุหลวงขึ้นมาใหม่ ในเขตพระราชอุทยานทางด้านทิศตะวันออกของกรุงเวียงจันทน์ โดยสร้างครอบพระธาตุองค์เก่าไว้

องค์พระธาตุหลวงมีความสูง 45 เมตร รูปลักษณะคล้ายดอกบัวตูม อันหมายถึงสัญลักษณ์คำสอนของพระพุทธเจ้า มีพระธาตุเล็กอยู่บนพระธาตุใหญ่ชั้นที่สอง รองทั้งสี่ด้าน มี 30 องค์เรียกวา “สัมมติงสบารมี” อยู่ในธาตุองค์เล็กทั้ง 30 องค์นี้ ผู้สร้างได้นำเอาทองคำมาหล่อเป็นรูปพระธาตุเล็ก ๆ 30 องค์ แต่ละองค์หนัก 4 บาท และเอาทองคำมาตีเป็นแผ่น รุปลักษณะเหมือนใบลาน เรียกว่า “ลานคำ” 30 แผ่น แต่ละแผ่นยาวศอกกำมือ  แล้วเขียนคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าลงในใบลานคำทุกใบว่า


“เยธัมมา เหตุปปัพวา เตสัง เหตุง คถาคโต เตสัญจะ โย นิโรโธ จะ เอวัง วาทิ มหาสมโณ”
แปลว่า
“ธรรมทั้งหลายเหล่าใด มีเหตุเป็นแดนเกิด พระตถาคตเจ้า ตรัสเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และเพราะเหตุเหล่านั้น พระมหาสมณะมีปกติตรัสเช่นนี้”

แล้วเอาทองคำและใบลานลงไว้ในพื้นธาตุเล็ก ทั้ง 30 องค์ การที่ได้สร้างพระธาตุขนาดเล็กนี้ขึ้นมา มีความหมายว่า “ผู้ที่จะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จะต้องได้สร้างคุณงามความดีไว้ให้ถึง 30 ประการ มีทานบารมี เป็นต้น จนถึงอุเบกขา ปรมัตถบารมีเป็นปริโยสาน

รอบๆพระธาตุหลวง...

ลองมาชมพระธาตุหลวงในหลายๆมุมมองละกันนะคะ


ต้องยอมรับว่าพระธาตุหลวงสวยงามและโดดเด่นมากท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ส่องกระทบสีทองขององค์พระธาตุ ไม่น่าแปลกใจว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย นอกเหนือไปจากความงามทางสถาปัตยกรรมแล้ว คงต้องยอมรับว่าการได้รู้ประวัติความเป็นมาของสถานที่สำคัญๆอย่างนี้ช่วยเพิ่มมนต์ขลังได้เยอะเลยทีเดียว

ส่วนขากลับใครอยากได้น้ำผึ้งสดๆ ตักกันเห็นๆ เชิญได้เลยจ้า


ขอต่อเรื่องวัดในตอนหน้าอีกตอนค่ะ ^^

โดย Mothemon

 

กลับไปที่ www.oknation.net