วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Stand up if you love Man.U



          จากเสียงกระหึ่มของเนื้อเพลง  "Stand up if you hate Man.U”  (ที่แปลงมาจากเพลง Go West ของ Pet Shop Boy) ที่ดังขึ้นปานฟ้าถล่มภายหลังจากความพ่ายแพ้อย่างยับเยินคาบ้านต่อคู่ปรับตลอดกาล (สำหรับคอบอลชาวสยามประเทศ) ‘ลิเวอร์พูล’ ที่ทำให้  ‘เด็กผี’  หลายคนออกอาการปานดรุณีแรกรุ่นที่สะท้านเขินจากการถูกผิวปากแซว

 

          (รวมถึงตัวผมเองที่เกิดอาการเช่นนี้ภายหลังจากเปิดอ่านข้อความในจดหมายอิเล็คโทรนิคของมิตรรักท่านหนึ่งที่ถามมาว่า .. ‘อะไรเอ่ย 4-1 ???’ ..)

 

 
          แต่จากเหตุการณ์  'No Score’  ณ โรงละครแห่งความฝันเมื่อค่ำวันวานที่ผ่านมา (16 พ.ค.) เนื้อเพลงที่ชวนให้แสบกลีบมะเฟืองทุกครั้งที่ได้ยิน ก็ได้รับการเปลี่ยนเนื้อร้องในทันที

 

          'Stand up if you love Man.U'

 

          ในราตรีเด็กผีเริงร่า .. กับการฉลองแชมป์ลีคสมัยที่ 18

          (เท่ากับลิเวอร์พูล)

.

.

.

.

          .. แน่นอนว่า ..

 

          ในฐานะเด็กผีคนหนึ่ง ผมเองย่อมต้องยินดีในความสำเร็จของทีมรักในครั้งนี้อยู่แล้ว แต่มันก็เหมือน ‘อาหารจานโปรดที่คุ้นเคย’ ซึ่งแม้จะรู้สึกเอร็ดอร่อยทุกครั้งที่ได้กิน หากทว่าดีกรีความความ ‘ดื่มด่ำ’ กับอรรถรสย่อมเทียบไม่ได้เลยกับเมื่อครั้งที่สัมผัสรสชาติของมันเป็นครั้งแรก

 
           .. ย้อนกลับไป 20 กว่าปีก่อน ในวันที่ชีวิตเด็กผีของผมเริ่มต้นขึ้น ..

 

          ในค่ำคืนที่เด็กชายคนหนึ่งถูกปลุกขึ้นมาจากนิทรารมย์อันแสนสุขด้วยเสียงของเครื่องรับโทรทัศน์ที่กำลังถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล F.A.Cup รอบชิงชนะเลิศ ภาพของผู้เล่นที่ใส่เสื้อสีน้ำเงินกับเสื้อสีแดง (ตอนนั้นยังไม่รู้จักเลยซักทีม) วิ่งพล่านอยู่ในสนามสี่เหลี่ยมพร้อมกับเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่ม ทำให้ผมลุกขึ้นมานั่งชมอย่างไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าที่ว่า  ‘ไหนๆ ก็ตื่นมาแล้ว’

 

          .. จนกระทั่งในนาทีนั้น ..

 

          ทันทีที่ใบแดงถูกกระชากออกมาจากกระเป๋าของผู้ตัดสินหยิบยื่นเข้าใส่ใบหน้าของ Kevin Moran ผู้เล่นเสื้อสีแดงที่ผู้บรรยายเรียกว่าทีม  'Man.U’  สิ่งที่ซ่อนอยู่ในสายเลือดคนไทยอย่างหนึ่งของผมก็ถูกปลุกขึ้นมาในทันที พร้อมกับการ  ‘เลือกข้าง’  ซึ่งส่งผลกับตัวเองมาจนถึงปัจจุบัน

 

          Man.Utd.  1  -  0  Everton  (FA. Cup Final 1984-1985)

 

          คือผลของการแข่งขันในคืนนั้น ซึ่งถูกตัดสินด้วยการทำประตูของหนุ่มน้อย (ในตอนนั้น) ที่มีชื่อว่า Norman Whiteside ทำให้กองเชียร์บอลรองอย่างผมกลับเข้าไปนอนอย่างสมหวัง โดยที่มีสิ่งหนึ่งแอบฝังตัวลงไปในสมองเพื่อรอคอยเช้าวันใหม่ที่กำลังจะมาถึง

 

         .. รุ่งอรุณที่ ..

 

‘เด็กผีตัวใหม่ลืมตาขึ้นมาดูโลก’

.

.

.

.

          .. แต่ก็อีกนั่นล่ะครับ ..

 

          Man.U ในยุคนั้น ยังไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนในยุคนี้ ทำให้เด็กผีตัวน้อยอย่างผมหนีไม่พ้นเสียงแซวจากเพื่อนร่วมก๊วนคอบอล ที่ส่วนใหญ่จะเป็นแฟน Liverpool กับ Everton เกือบทั้งนั้น

 

          "เมิงนี่คิดสั้นว่ะที่เลือกเป็นแฟน Man.U”

 

          “...................”

 

          คือถ้อยคำปรามาสจากเพื่อคนหนึ่งที่ยังจำได้จนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ไม่สามารถสั่นคลอนจิตใจ หรือทำให้ผมคิดอยากจะโยน  ‘สามง่าม’  ในมือของตนเองทิ้งไปได้

.

.

.

          เงินค่าขนมวันละ 10 บาท ถูกเจียดเอาไว้เป็นค่านิตยสารฟุตบอลรายสัปดาห์ ที่ตอนนั้นราคาเล่มละ 12 บาท เพื่อติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของทีมรักที่มักจะถูกยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้อยู่เป็นประจำ

 

          .. ความหวังทอแสงสว่างขึ้นแล้วดับอยู่ปีแล้วปีเล่า ..

 

          เปิดฤดูกาลด้วยชัยชนะ 10 นัดรวด  (85-86)  แต่สุดท้ายก็นั่งกินแห้วเอาในตอนจบ

 

          นำโด่งมาค่อนฤดูกาล (91-92) แต่ดันมาแพ้รวด 3 นัดสุดท้ายอย่างไม่เกรงใจแฟนบอล ได้แค่รองแชมป์

 

          จนกระทั่งในปีที่ 9 ของชีวิตเด็กผีอย่างผม แห้วรสเฝื่อนที่เคยกินจนเบื่อก็ได้ถูกส่งต่อไปให้กับแฟนบอลทีมอื่นได้ลองลิ้มชิมรสบ้างเป็นครั้งแรก

 

          การลงเล่นถึง 4 เกมส์ในรอบ 8 วัน กับประตูของ Steve Bruce ที่โหม่งเข้าไปเป็นประตูที่ 2 ในเกมส์กับ Sheffield Wednesday ที่ส่งให้ Man.U ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของตารางคะแนน

.

.

 

.

.

          ด้วยฟอร์มที่สุดยอดของตำนานเบอร์ 7 คนใหม่อย่าง Eric Cantona ที่เพิ่งย้ายมา และ Ryan Giggs เด็กหนุ่มจากเวลล์ซึ่งได้รับฉายาต่อมาในภายหลังว่า   ‘ปีกพ่อมด’  รวมถึง   ‘ยักษ์เดนส์’  Peter Schmeicle สุดยอดผู้รักษาประตู

 

          ทำให้ในฤดูกาล 1992-1993 Man.U กลับมาเถลิงแชมป์ลีคได้อีกครั้งในรอบ 26 ปี ภายใต้การคุมทีมของ   Alex Ferguson

.

.

.

          จำได้ว่าตอนนั้นตัวเองดีใจจนถึงกับนอนไม่หลับ วันๆ คุยฟุ้งอยู่แต่เรื่องของทีมรักกับเพื่อนๆ อย่างไม่รู้จักเบื่อ

.

.

.

.

          “ตรูเคยเห็น Brian Robson ตัวเป็นๆ ด้วยนะเว้ย .. !!”

.

.

.

         "Brian McClair เคยจับมือกับตรูมาแล้วนะว๊อย .. !!” 

 

          “บลา บลา บลา .......................”

.

.

.

          .. ถึงเวลาจะผ่านมาแล้ว 16 ปี ..

 

          กับ  ‘แชมป์ลีคครั้งแรก’  ของทีมรักนับแต่ปวารณาตนเองเป็น  ‘เด็กผี’

 

          เด็กผีที่ทุกวันนี้ยังไม่เคยมีเสื้อ Man.U ซักตัวในตู้เสื้อผ้า  จะมีก็แต่เพียงผ้าปัก Cross Stitch สัญลักษณ์ตราสโมสรที่เธออันเป็นที่รักลงแรงปักให้ด้วยตนเองแขวนอยู่บนผนังของบ้านเท่านั้น

.

.

.

          หากทว่าอารมณ์และความรู้สึกของตนเองในวันนั้น ยังคงชัดเจนมาจนถึงทุกวันนี้ อย่างไม่เคยเลือนลางหล่นหายไปพร้อมกับเวลาที่ผ่านมาเลย

 

 ‘นี่คงเป็นข้อดีของการรอคอยที่ทำให้สิ่งที่ได้มาทรงคุณค่าอยู่เสมอล่ะกระมัง’

 

 
บทความโดย

 

พรายพิลาศ

อาทิตย์ แรม ๙ ค่ำ เดือน ๖

พ.ศ. ๒๕๕๒

 

Glory Glory Man. Utd !!!

 

 

ขอขอบคุณภาพประกอบบทความจาก


Manager Online

www.manuclub.com 

.

.


โดย พรายพิลาศ

 

กลับไปที่ www.oknation.net