วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประมงพื้นบ้านสตูล รอรัฐไม่ไหว ผนึกกำลังสู้ประมงผิดกฎหมาย


ชาวประมงพื้นบ้านสตูลรุก ผนึกเครือข่ายไล่ประมงผิดกฎหมาย

ชาวประมงตำบลตันหยงโป จ.สตูล ทนทะเล   
เสื่อมโทรมไม่ไหว ผนึกกำลัง 3 หมู่บ้าน
หารือสร้างเครือข่ายแนวร่วมฟื้นฟูดูแลอ่าวตันหยงโป
มั่นใจด้วยพลังของชาวประมงจะสามารถพลิกวิกฤติ
ให้ทะเลกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง
 
5 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว “ฅนปากใต้”
โซนทะเลอันดามันตอนล่างรายงานว่าแกนนำชาวประมงพื้น
บ้านจาก 3 หมู่บ้านบริเวณรอบอ่าวตันหยงโป อันได้แก่
บ้านบากันเคย   บ้านหาดทรายยาว และบ้านตันหยงโป
ได้นัดประชุมหารือเพื่อจัดตั้งเครือข่ายในการฟื้นฟู
อ่าวตันหยงโป ซึ่งกำลังเกิดภาวะวิกฤติขนาดหนัก
จากที่เคยเป็นแหล่งทำมาหากินอันอุดมสมบูรณ์ที่สุด
แห่งหนึ่งในจังหวัดสตูล
 
สาเหตุความเสื่อมโทรมของอ่าวตันหยงโป  ผู้สื่อข่าวรายงาน
จากคำบอกเล่าของแกนนำว่า ยังคงเป็นผลสืบเนื่องมาจากการ
ทำประมงอย่างทำลายล้างของประมงพาณิชย์เป็นหลัก
ทั้งๆที่มีกฎหมายกำหนดแนวเขตกันชัดเจนแล้วว่าประมงพาณิชย์
จะต้องทำการประมงนอกเขต 5,400 เมตรขึ้นไป ส่วนพื้นที่
ลึกเข้ามาจากแนวเขตดังกล่าวให้สงวนไว้เป็นแหล่งทำมาหา
กินของประมงพื้นบ้านหรือประมงขนาดเล็ก รวมถึงเพื่อกัน
ไว้เป็นแหล่ง อนุบาลสัตว์วัยอ่อน
 
แต่สภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นก็คือ ยังมีผู้ประกอบการประมง
พาณิชย์ โดยเฉพาะเรืออวนลาก  เรือปั่นไฟปลากะตัก ลักลอบเข้า
กระทำการในเขตที่กฏหมายหวงห้ามแทบทุกๆ คืน ส่วนเรืออวนรุน
แม้จะลดน้อยลงไปเพราะการเฝ้าระวังของชาวประมงรอบอ่าว
แต่ก็ยังมีส่วนที่เล็ดลอดกระทำการอันผิดกฎหมายอยู่
 
ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า ทุกวันนี้ชาวประมงพื้นบ้านบ้านบากันเคย
ที่ยึดอาชีพ ‘รุนกุ้งเคย’ เพื่อทำกะปิขาย นับวันยิ่งหาวัตถุดิบยาก
ขึ้นทุกวัน ทั้งๆที่กะปิจากหมู่บ้านแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งกะปิ
ที่อร่อยที่สุดของจังหวัดสตูล
 
ส่วนการออกจับสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ แกนนำบอกเล่าผ่านผู้สื่อข่าวว่า
บางครั้งแทบไม่คุ้มกับค่าน้ำมันเรือ บางครั้งต้องออกเรือไกลขึ้น
ต้องเสี่ยงกับคลื่นลมและภาวะขาดทุนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
 
ด้วยสภาพการณ์ที่ทะเลถูกทำให้เสื่อมโทรมเช่นนี้
แกนนำจากทั้ง  3 หมู่บ้านจึงมาร่วมหารือกันจัดตั้ง
“เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านตำบลตันหยงโป”
 ขึ้น เพื่อเฝ้าระวังการกระทำอันก่อให้ทะเลเกิดภาวะวิกฤติ
ซึ่งก่อนหน้านั้นแต่ละหมู่บ้านต่างก็มีกิจกรรมในลักษณะดังกล่าว
อยู่แล้วโดยเฉพาะการรวบรวมกำลังคนออกล้อมจับเรืออวนลาก
อวนรุนที่กระทำการผิดกฎหมายหลายต่อหลายครั้ง
 
นอกจากการเฝ้าระวังแล้ว ยังเป็นการรวมเครือข่ายกันเพื่อฟื้นฟู
ทะเลอย่างต่อเนื่องด้วยตัวชาวประมงพื้นบ้านเอง จากที่เคยดำเนิน
การในลักษณะต่างคนต่างทำในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งข้อหารือนี้หาก
ภาครัฐจะเข้ามาสนับสนุนก็ได้แต่ต้องฟังเสียงของเครือข่ายเป็นหลัก
 
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมจัดตั้งเครือข่ายในครั้งนี้
ทางแกนนำที่เข้าร่วมประชุมต่างเห็นชอบที่จะให้เครือข่ายดังกล่าว
เป็นการประสานความร่วมมือกันแบบหลวมๆ ไม่ใช่เป็นองค์กร
ที่มีโครงสร้างแข็งตัว ส่วนจะสามารถพัฒนาการไปได้แค่ไหน
อยู่ที่ความร่วมไม้ร่วมมือของทั้ง 3 บ้านในอนาคต
 
หลังการประชุม ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า แกนนำแต่ละหมู่บ้าน
มีการพูดคุยนอกรอบต่อประเด็นดังกล่าวกันอย่างออกรส
บางคนถึงกับมั่นใจว่าหากเครือข่ายสามารถสร้างความร่วมมือ
ได้อย่างเป็นจริง อ่าวตันหยงโปจะกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง 

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net