วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Angels&Demons : สองด้านของเหรียญเดียวกัน


Director : Ron Howard

Actors : Tom Hanks, Ewan McGregor, Armin Mueller-Stahl, Stellan Skarsgard, Ayelet Zurer

หลังจากนำนิยายที่ถูกพูดถึงมากที่สุด (ในขณะนั้น) เรื่อง The Da Vinci Code มาสร้างเป็นหนังออกฉายในปี 2006 แม้จะไม่ค่อยดีในเรื่องคำวิจารณ์ แต่ด้วยความสำเร็จด้านรายรับ ทางผู้สร้างจึงไม่รีรอที่จะนำนิยายอีกเรื่องของ Dan Brown มาสร้างต่อกันไป และในปีนี้ Angels&Demons ก็ถึงคิวเข้าฉาย

Angels&Demons เริ่มเรื่องขึ้นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อหลอดเก็บมวลพลังงานปฏิภาคที่สถาบันวิจัยพลังงานแห่งสำคัญถูกโจรกรรม แล้วหลอดเก็บมวลปฏิภาคดังกล่าวก็ถูกนำไปซ่อนไว้ที่มหานครวาติกันในวันที่จะมีการเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ให้ขึ้นแทนองค์เก่าที่เสียชีวิตไป แถมในวันเดียวกันนั้นก็ยังมีพระคาร์ดินัลอาวุโสที่มีสิทธิ์ชิงตำแหน่งพระสันตะปาปาถูกลักพาตัวไปถึง 4 องค์ เมื่อนครวาติกันถูกข่มขู่ทั้งระเบิดแรงสูงและการสังหารพระคาร์ดินัลองค์สำคัญ และผู้ที่ข่มขู่ยังเป็นองค์กรต่อต้านศาสนจักรโบราณที่เรียกตัวเองว่า “อิลลูมินาติ” เข้าอีก ทำให้แม้ทางนครวาติกันไม่ค่อยจะชอบหน้านักสัญลักษณ์วิทยาโรเบิร์ต แลงดอนมากนัก แต่ก็จำใจที่จะต้องเรียกตัวพระเอกของเรามาช่วยตำรวจในการสืบสวน นี่เองที่เรื่องราวความตื่นเต้นของการสืบหาทั้งตัวคนร้าย ทั้งกู้ระเบิด ทั้งช่วยพระคาร์ดินัล ด้วยการแก้ปริศนาที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและวิทยาศาสตร์ ของโรเบิร์ต แลงดอนได้เริ่มขึ้น

ผมไม่เคยอ่านนิยายของ Dan Brown ซักกะเรื่องเลยครับ และก็ไม่ค่อยชอบหนัง The Da Vinci Code เท่าไหร่ด้วย เพราะตัวหนังไม่ค่อยสนุกเหมือนที่โหมโฆษณากันในช่วงปีนั้น เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับอธิบายโน่นนี่ขนเกือบจะน่าเบื่อ แต่ Angels&Demons เรื่องนี้ดูสนุกครับ เหมือนผู้กำกับ Ron Howard จะจับทางหนังได้ ใส่แอคชั่นมากขึ้น ละใส่คำอธิบายแต่เรื่องที่จำเป็นในจังหวะที่ดูไหลลื่นลงตัวกว่าเรื่องก่อนเยอะเลย ถ้าว่ากันถึงความสนุก Ron Howard แก้ตัวสำเร็จ

ในแง่ Theme แล้ว หนัง Angels&Demons ว่าด้วยเรื่องส่วนผสมของ “คน” ครับ ส่วนผสม 2 ด้านที่มีในคนซึ่งสะท้อนออกมาในรูปด้านตรงข้ามของเหรียญเดียวกันอย่าง “ศาสนา” กับ “วิทยาศาสตร์” “ความดี” กับ “ความเลว” เพื่อนที่ได้ดูแล้วคงสังเกตได้ว่านอกจากโรเบิร์ต แลงดอนแล้ว ตัวละครทุกตัวดูน่าสงสัยไปหมด จนอดไม่ได้ที่จะต้องเดาไปต่างๆ นาๆ “ไอ้คนนี้แน่ๆ “ไม่ใช่แหะ...ไอ้คนนั้นมั้ง “อ้าว...หรือคนนั้นหว่าตลอดเรื่อง ผมว่าเขาจงใจครับ จงใจที่จะทำให้เราตระหนักว่า "มันไม่ใช่คนนี้ดีแล้วคนนั้นไม่ดี" หากแต่เป็น "มีทั้งด้านดีและด้านไม่ดีรวมกันอยู่ในคนทุกคน" คำพูดของคาร์ดินัล สเตราส์ในตอนจบเป็นส่วนสรุปอย่างชัดเจน...ศาสนา(และวิทยาศาสตร์) ไม่สมบูรณ์แบบก็เพราะศาสนา(และวิทยาศาสตร์) ถูกคิดขึ้นโดยคน ซึ่งคนเองก็ไม่สมบูรณ์แบบ...เราทุกคนก็เหมือนเหรียญที่มีสองด้าน ล้วนมีสิ่งที่ดี (Angels) และสิ่งไม่ดี (Demons) ประกบกันเป็นตัวเราขึ้นมาทั้งนั้น และการที่ใครสักคนจะถูกคนอื่นเห็นว่าดีหรือไม่ดีนั้นก็อยู่กับเหตุปัจจัยหลายอย่าง

ความเจริญทางวิทยาศาสตร์มีคุณประโยชน์ต่อคนมากมาย แต่ก็ให้กำเนิดระเบิดนิวเคลียร์...ศาสนาเป็นสถาบันที่ให้ความหวัง ความศรัทธาแก่ผู้คนทั้งโลก ขณะเดียวกันก็ได้ทำลายผู้ไม่เห็นด้วยไปมากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จะให้ชี้ว่าอะไรดีกว่าอะไรคงไร้เดียงสาเกินไป

เช่นเดียวกับการหาวิธีที่จะแก้ปัญหาในประเทศของเราขณะนี้ ก็ในเมื่อปุถุชนเราท่านไม่มีใครสมบูรณ์แบบ การมองหา Angel สักคนมาเป็นพระผู้ไถ่ หรือหา Demon สักคนมาประณามกันให้จมธรณีนั้นก็อาจจะไร้เดียงสาเช่นกัน หากจะแก้ปัญหาได้ มันควรจะเริ่มที่การยอมรับว่าทุกคนล้วนมี Angel และมี Demon อยู่ในตัว แล้วหันหน้าเข้าพูดคุยกันเท่านั้น แต่การหันหน้าเข้าหากันของผมไม่ใช่การทำแบบหยวนๆ หรือการนิรโทษความเลวที่บางคนได้กระทำไว้ หรือที่เรียกว่าเกี้ยเซี้ยกันอะไรนั่นนะครับ เพราะนั่นไม่ใช่การยอมรับที่แท้จริง การยอมรับที่แท้จริงนั้น นอกจากจะยอมรับว่าตัวเรามีดีมีเลวแล้ว เราก็ต้องยอมรับ “ผล” ที่เราควรได้รับจากการทำความดีหรือความเลวที่เราได้ก่อไว้ด้วย เหมือนตัวร้ายในเรื่องก็ต้องยอมรับผลกรรมของตัวเอง

การไม่ยอมรับว่าตัวมีดีมีเลวนั่นว่าแย่แล้ว แต่การไม่ยอมรับ “ผล” จากการกระทำนั้นยิ่งแย่หนัก เพราะนั่นไม่ต่างอะไรกับที่เราไม่ยอมรับว่าเราเป็นคนครับ อิอิ

 

โดย PluralGuy

 

กลับไปที่ www.oknation.net