วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พรรคพันธมิตร กับปุจฉาที่รอให้วิสัชนา


          ด้วยความเคารพ .. ในความคิดเห็นของผู้หลักผู้ใหญ่ทุกๆ ท่าน ที่มีทั้งประสบการณ์และความสามารถมากกว่าผม

.

          ด้วยความเจียมตัว .. ที่สำนึกตนเองดีว่ากระจิบอย่างผม ย่อมไม่มีวันรู้เท่าทันความคิดของอินทรีย์ได้

           บทความในวันนี้ของผมจึงไม่ได้มีเจตนาที่จะเขียนขึ้นเพื่อแสดงความไม่พอใจ คัดค้าน หรือไม่เห็นด้วยกับแนวคิดในการตั้งพรรคพันธมิตรแต่อย่างใด

           .. เพียงแต่ ..

           กับคำถามที่ตามมามากมายบนความคลุมเครือของการเปลี่ยนแปลงแห่งวิถีทางในการสร้างการเมืองใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ผมว่ามันน่าจะดีกว่าหากจะมีใครซักคนทำให้ทุกอย่างกระจ่างชัดขึ้นมาก่อนที่จะมาตั้งคำถามกับผมว่า ..

 .. ‘เห็นด้วยหรือไม่ ???’ ..

.

.

 

.

.

          พรรคพันธมิตรคือคำตอบสุดท้ายของการสร้างการเมืองใหม่ในห้วงเวลานี้จริงหรือ ???

          ผมเองไม่ปฏิเสธว่าระบบการเมืองทุกวันนี้พึ่งพาไม่ได้ แม้เราจะมีนายกฯ ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่งเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลก็ตาม แต่หากเราจะถอยออกมาซักนิดเพื่อมองปัญหาที่เกิดขึ้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็จะพบว่า

.

          ‘การเมือง’ คือปัญหาที่อยู่บนยอดสุดของปิรามิด โดยที่ต้นตออันเป็นรากเหง้าจริงๆ ที่สร้างให้เกิดปัญหาการเมืองขึ้นมากลับเป็น ‘คน’

.

          ‘คน’ .. ซึ่งอยู่ตรงส่วนฐานของปิรามิดที่เป็นผู้หนุนส่งนักการเมืองเหล่านั้นขึ้นไปบนส่วนยอดสุด

.

           การที่พันธมิตรตัดสินใจตั้งพรรคแล้วกระโดดขึ้นไปแก้ปัญหาจากส่วนบนสุดลงมา ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า

.

.

          ‘นั่นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุหรือเปล่า ..???’

          ซึ่งนั่นยังไม่สำคัญเท่ากับอีกหนึ่งคำถามที่ว่า

          ‘แล้วมันจะได้ผลแค่ไหน .. ???’

          เพราะถึงแม้กลุ่มคนที่สนับสนุนแนวคิดของพันธมิตรทั้งที่เปิดเผยด้วยการเข้าร่วมชุมนุมและพลังเงียบที่ให้การสนับสนุนในเชิงนโยบายจะทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม แต่อย่างไรซะมันก็คงจะเร็วเกินไปที่จะกล่าวได้แล้วว่า พื้นฐานของสังคมอุดมปัญญาได้ถูกสร้างขึ้นมาจนมีความแข็งแกร่งเพียงพอแล้ว

          .. ดังนั้น ..

          กับการละทิ้งแนวทางการปฏิบัติที่ผ่านมาซึ่งเริ่มส่งผลให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วกระโดดเข้าหาแนวทางใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ยั่วยวนของอำนาจและเงินตรา

          ทำให้ผมอดกังวลไม่ได้จริงๆ ว่า ..

         ‘สิ่งที่ทำมาทั้งหมดอาจจะต้องสูญเปล่าไป’

          ด้วยศักยภาพของผู้ทรงคุณวุฒิในกลุ่มพันธมิตรหลายท่าน และความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อชาติบ้านเมือง ผมเชื่อครับว่า พรรคพันธมิตรที่กำลังจะตั้งขึ้นมาสามารถลบภาพการเมืองเก่าแล้วสร้างการเมืองใหม่ขึ้นมาได้ตามวิถีทางทางการเมือง แต่ด้วยเงื่อนไขที่จะสามารถทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อ ‘เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล’ ที่ต้องมีเสียงมากพอที่จะลดเงื่อนไขต่อรองจากพรรคร่วม ตรงนี้ทำให้ผมยังไม่เชื่อครับว่าพรรคพันธมิตรจะสามารถขึ้นไปยืนอยู่ ณ จุดนั้นได้ โดยไม่ยืมจมูกคนอื่นมาหายใจ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นมันจะมีอะไรที่ต่างออกไปจากสถานการณ์ในตอนนี้ล่ะ

          การขับเคลื่อนองค์กรภาคประชาชน และ ASTV ภายหลังการตั้งพรรคจะอยู่ในสถานะใด ???

          จริงอย่างที่ผู้นำความคิดเห็นในระดับสูงของพันธมิตรหลายท่าน ได้ออกมาบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า ต่อให้พันธมิตรตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาองค์กรพันธมิตรภาคประชาชนก็จะยังคงอยู่อย่างแน่นอน ซึ่งก็จะถือเป็นคำตอบที่ต่อเนื่องจากคำถามก่อนหน้านี้ที่สามารถบอกได้ว่า แนวทางการปฏิบัติทั้งในวิถีแห่งการเมืองและการสร้างความตื่นรู้ให้กับปราชนสามารถดำเนินไปด้วยกันได้

           แต่กระนั้นก็ยังไม่เคยมีใครออกมาบอกให้ชัดเจนว่าองค์กรภาคประชาชนที่ยังคงดำรงอยู่ รวมถึง ASTV หนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน ‘ปัญญา’ ไปสู่พี่น้องประชาชนคนไทย จะดำรงอยู่ในสถานะใดหากมีพรรคพันธมิตรเกิดขึ้นมา

          ด้วยความจริงที่ว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรที่ผ่านมา คือ ‘พลังบริสุทธิ์’ ของพี่น้องประชาชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยไม่แอบอิงผลประโยชน์กับพรรคการเมือง หรือกลุ่มบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อันเป็นการสร้างความชอบธรรมและความน่าเชื่อถือให้กับการขับเคลื่อนเพื่อขยายฐานแนวร่วมไปสู่ประชาชนในภาคส่วนอื่น

          วันนี้กับการถือกำเนิดของพรรคพันธมิตร กลุ่มประชาชนที่เรียกตัวเองว่า ‘พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย’ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกปรับเปลี่ยนสถานะจาก ‘พลังบริสุทธิ์ของประชาชน’ มาเป็น ‘กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคการเมือง’ โดยอัตโนมัต ซึ่งก็จะมีสภาพไม่ต่างกับกลุ่ม นปช. ที่เคลื่อนไหวสนับสนุนนักโทษชายทักษิณ ทำให้ต่อจากนี้ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็มิวายที่จะถูกมองว่า 'ทำเพื่อผลประโยชน์ของพวกตน'

          ยังมี ASTV จากแต่เดิมที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นสื่อ ‘เลือกข้าง (ความถูกต้อง)’ ก็ย่อมหลีกไม่พ้นเช่นกันที่การทำหน้าที่หลังจากนี้จะต้องถูกครหาว่าเป็นสื่อ ‘เข้าข้าง (พรรคพันธมิตร)’ ไปโดยปริยาย

          .. เช่นนี้ ..

          แม้การขับเคลื่อนภาคประชาชนจะยังคงอยู่ แต่กับสถานะที่เปลี่ยนไป แนวทางปฏิบัติที่เคย ผ่าเผย งดงาม รวมถึงปรากฎการณ์ที่เคยร่วมกันสร้างขึ้นมาได้ จะยังคงเป็นเช่นนั้นอีกต่อไปหรือไม่ ความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวจะมีอยู่มากน้อยเพียงใด และปัญญาที่จะนำไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนจะถูกความเคลือบแคลงสงสัยในเจตนาบดบังคุณค่าไปซักมากน้อยเท่าไหร่

          .. อดที่จะห่วงไม่ได้จริงๆ ครับว่า ..

          พรรคพันธมิตรจะทำให้สิ่งที่เคยเป็นจุดแข็งของตนเองต้องกลับกลายมาเป็นจุดอ่อนแทน

          โดยที่ยังไม่ต้องลงลึกไปถึงรายละเอียดว่าพรรคพันธมิตรจะมีลักษณะโครงสร้างเป็นอย่างไร แหล่งเงินทุนในการบริหารพรรคจะนำมาจากไหน หรืออื่นๆ อีกมากมายที่เกี่ยวกับการบริหารพรรค (ซึ่งตรงส่วนนี้ยังมีเวลาที่จะวางกรอบและระบบให้มีความเหมาะสมได้) แต่เพียงข้อสงสัยในเบื้องต้นดังที่กล่าวมา ผมว่าหากมีการชี้แจงเพื่อสร้างความชัดเจนขึ้นมาได้ก็น่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับใครหลายๆ คน (รวมถึงตัวผมเอง) ที่จะคลายปมซึ่งติดอยู่ในใจอันมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในองค์กรที่เคยยึดมั่นและศรัทธาให้ลดน้อยลงไปได้บ้าง

          .. แต่จนถึงวันนี้ ..

          ผมยังไม่เคยได้ยินใครซักคนที่จะออกมาพูดในเรื่องเหล่านี้เพื่อสร้างชัดเจนใดๆ ให้เกิดขึ้น จะมีก็เพียงประเด็นเรื่องของคุณสนธิกับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเท่านั้น ที่ถูกนำมาพูดถึงกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนน่าเบื่อ (จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เชื่อว่า คนอย่างคุณสนธิ ลิ้มทองกุล จะกลับคำพูดตนเองหันมาเล่นการเมืองจริงๆ)

          เอาเถอะครับ .. หากเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบด้วย จะตั้งกันก็ตั้งเถอะผมเองก็ไม่มีอะไรขัดข้องแต่ประการใด แต่กับการเลือกที่จะสนับสนุนพรรคพันธมิตรหรือไม่ สำหรับผมคงต้องรอฟังคำชี้แจงรายละเอียดที่ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้เสียก่อน

          ก็ในเมื่อตอนที่ตัดสินใจเข้าร่วมชุมนุม ผมก็ไปด้วยเหตุและผลของผมเอง โดยปราศจากความรักความชอบในตัวบุคคลหรือองค์กรเข้ามาเกี่ยวข้อง

          วันนี้ .. ถึงผมจะรักและศรัทธากลุ่มคนที่เรียกตนเองว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเพียงไหนก็ตาม แต่ผมก็ควรที่จะใช้เหตุผลในการคิดและตัดสินใจเช่นที่เคยทำมาแล้วอีกครั้ง ด้วยเช่นกันมิใช่หรือ

.

 บทความโดย

 

 

พรายพิลาศ

 

เสาร์ แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๖

 

พ.ศ. ๒๕๕๒

โดย พรายพิลาศ

 

กลับไปที่ www.oknation.net