วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กลิ่นหอมของดอกไม้


พระพุทธเจ้าในห้วงคำนึง

วิทยากร  โสวัตร

กลิ่นหอมของดอกไม้

 

 

“มาลาดวงดอกไม้                   มาลาดวงดอกไม้

มาตั้งไว้เพื่อบูชา                     ........................”

                     

ได้ยินเพียงคำร่ำลือว่าแม่เป็นหนึ่งในสามของคณะสะระภัญญ์ที่ได้รับเลือกให้เดินเท้าไปสวดบูชาองค์พระธาตุพนมเมื่อ ๕๐ กว่าปีที่แล้ว เวลาแห่งการเดินทางนั้นเก้าวันเก้าคืน...

บางค่ำคืนลำนำสะระภัญญ์บทนี้จะล่องลอยมาพร้อมกับกลิ่นหอมของดอกสะเลเตที่แม่ประจงใส่แทนต่างหู

และบางค่ำคืนมันยังล่องลอยมาในฝัน  เพราะแม่ตายไปกว่าสามปีแล้ว...

 

ในฝัน...

แม่นั่งตะหมอบตอบขาพนมมือไว้กลางอกเพ่งดวงตาสำรวมจิตไปยังองค์พระปฏิมาสีทองสุกปลั่งเบื้องหน้า  ตั้งจิตแน่วแน่เปล่งพลังทั้งมวลออกมาเป็นเสียงขับลำนำอัญเชิญดวงดอกไม้มาบูชาพระรัตนตรัย- -

เป็นลำนำจากปางบรรพ์...

พระวิปัสสนาจารย์ท่านนั้นยิ้มที่มุมปากเพียงแต่น้อยเมื่อท่านปิดคัมภีร์โบราณเล่มหนาลง  กลิ่นหอมของดวงดอกไม้กำจายออกมาจากทุกอักขระที่บันทึกเรื่องราวนั้นไว้ กระจายออกไปตามช่องไฟและอาณาบริเวณรอบ ๆ พระผู้ปฏิบัติดีแล้วหลับตาลง 

...บานประตูกุฎีหลังหนึ่งแง้มออก ความแผ่วเบาของจังหวะทำให้รู้ได้ถึงอาการสำรวมระวังและจิตที่มั่นคงของผู้เปิด  สักพักองค์พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ก้าวออกมา ทอดสายพระเนตรไปยังเบื้องหน้าอันเป็นต้นธารแห่งกลิ่นหอมงามที่พระองค์ตามออกมานั้น  แล้วทรงแย้มพระโอษฐ์เพียงเล็กน้อยเมื่อทรงเห็นว่าทางเข้ามายังกุฎีที่ประทับนั้นมากมายไปด้วยดอกไม้ที่กองสุมกันอยู่ อันเนื่องมาจากมือของพุทธบริษัทที่มาจากทั่วทุกสารทิศด้วยก้าวเท้าแห่งศรัทธา...

          แล้วพระผู้ปฏิบัติตรงก็ลืมตาขึ้นขับลำนำบูชาพระพุทธเจ้าออกมา...

 

“มาลาดวงดอกไม้  มาลาดวงดอกไม้  มาตั้งไว้เพื่อบูชา

บูชาคุณพระพุทธ   บูชาคุณพระพุทธ  ที่ได้ตรัสรู้มา”

 

พระผู้ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์หลับตาลงกำหนดรู้ลมหายใจหอมเข้า-ออก จับนิมิตเห็นองค์พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแย้มพระโอษฐ์เพียงเล็กน้อยต่อความหอมของมวลดอกไม้จากมือพุทธบริษัทที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศด้วยก้าวย่างแห่งศรัทธา และความซาบซึ้งในรสพระธรรมเทศนาของพระองค์

          แล้วพระผู้ปฏิบัติสมควรแล้วก็ลืมตาขึ้นขับลำนำบูชาพระธรรมออกมา...

 

“มาลาดวงดอกไม้   มาลาดวงดอกไม้  มาตั้งไว้เพื่อบูชา

บูชาคุณพระธรรม   บูชาคุณพระธรรม  ที่ได้นำคำสอนมา...”

 

พระวิปัสสนาจารย์หลับตาลงกำหนดรู้ลมหายใจหอมเข้า-ออก พิจารณาวิถีแห่งตนแล้วเห็นจริงว่าเป็นสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว  เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชาแล้ว  เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับแล้ว  เป็นผู้ควรรับทักษิณาทานแล้ว  เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลีแล้ว  เป็นเนื้อนาบุญของโลกแล้ว

          จากนั้นท่านก็ลืมตาขึ้นด้วยความสำนึกรู้ในการที่จะกราบไหว้ตัวเองได้อย่างสนิทใจ จึงได้ขับลำนำขึ้นบูชา...

“มาลาดวงดอกไม้   มาลาดวงดอกไม้  มาตั้งไว้เพื่อบูชา

บูชาคุณพระสงฆ์   บูชาคุณพระสงฆ์  ผู้ดำรงธรรมวินัย...”

 

          ต่อหน้าองค์พระปฏิมา แม่ตั้งสติมั่น พลันที่บทลำนำสะระภัญญ์ถูกขับออกมาจากดวงใจก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมสะอาดอย่างเดียวกันนั้นของดวงดอกไม้

          แล้วแม่ก็ถูกเลือก...

 

ได้ยินเพียงคำร่ำลือว่าแม่เป็นหนึ่งในสามของคณะสะระภัญญ์ที่ได้รับเลือกให้เดินเท้าไปสวดบูชาองค์พระธาตุพนมเมื่อ ๕๐ กว่าปีที่แล้ว

บางค่ำคืนลำนำสะระภัญญ์บทนี้จะล่องลอยมาพร้อมกับกลิ่นหอมของดอกสะเลเตที่แม่ประจงใส่แทนต่างหู และบางค่ำคืนมันยังล่องลอยมาในฝัน- -

แม่ได้ตายไปกว่าสามปีแล้ว...

แต่ทุกครั้งที่ท่วงทำนองอันไพเราะของบทสวดสะระภัญญ์ของแม่ล่องลอยผ่านเข้ามาในห้วงคำนึง ภาพของเหล่าผู้จาริกบุญที่มุ่งหน้าไปสู่พุทธเจดีย์ที่บรรจุพระอุรอัฐิของพระพุทธเจ้าก็พลันปรากฏ- -

เวลาเดินทางทั้งไปและกลับมากกว่าครึ่งเดือนนั้น  พวกท่านเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนในการก้าวข้ามขุนเขา ลำห้วย และป่าใหญ่... ระหว่างเท้าที่ก้าวไปแต่ละก้าว พวกท่านครุ่นคิดถึงสิ่งใด... พวกท่านจะรู้หรือไม่นะ ว่าพระพุทธเจ้าเป็นใคร หรือว่าไม่จำเป็น... แล้วดอกไม้ ธูป เทียนที่ประคองมาในมือที่นบประนมนั้นเล่า กลิ่นหอมจะกำจรกำจายไปถึงไหน  และระหว่างที่วางลงบูชาองค์พระธาตุ พวกท่านหยั่งเห็นถึงสิ่งใด...

หรือว่าหยั่งรู้พระทัยของพระองค์

 

ภาพ: สุวรรณภา คำไร

 

ที่มา: สานแสงอรุณ  ปีที่ ๑๓ ฉบับที่ ๑ มกราคม-กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

*นำไปเผยแพร่ต่อ  กรุณาอ้างอิงที่มา*

 

โดย สานแสงอรุณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net