วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กลิ่นโชย"ศพ" จุดจบเหยื่อฆาตกรโหด


ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ลักษณะงานจึงนำพาไปเกี่ยวข้องกับ ”ศพ” การตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ตายโดยไม่รู้ที่มาที่ไปของการตาย  ตายข้างถนนแบบศพไร้ญาติ  ตายโดยน้ำมือของคนรัก   ตายแบบถูกหั่นเป็นชิ้นๆโยนทิ้งแยกส่วน  ตายแบบวูบเดียวไม่ทันตั้งตัว  หรือแม้แต่ตายเพราะอีกฝ่ายประสงค์ต่อทรัพย์

 

 บางทีการเห็นคนตายนอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้า เหมือนจะเป็นสิ่งธรรมดาไม่รู้สึกรู้สาอะไร  เปรียบเป็นความเคยชิน  ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยญาติพี่น้องของคนตาย ที่ต่างแสดงความเสียใจโดยการร้องไห้ระงม  “เสียใจ แต่เรียกใครกลับคืนมาไม่ได้”

การตายหลายคดี นำพาไปสู่การจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามแนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  นับพันคดี ถูกดองอยู่ในสำนวน อาจเป็นเพราะคนร้ายไม่ทิ้งหลักฐานไว้ให้สืบสาวไปถึง  และไม่รู้อีกกี่คดีที่มีแพะ เข้าไปร้องแบร่ะๆ  โดนขังอยู่ในคุก

 

อย่างหนึ่งที่นักข่าวสาวอย่างฉันไม่เคยชิน  แม้เวลาจะผ่านมาแล้วหลายปี  ทุกครั้งที่เจอศพ กลิ่นของมันชวนให้รับประทานข้าวไม่ได้ไปหลายชั่วโมง  มันเหม็นแบบไม่อยากอดทน   หลายคนบอกว่าให้สูดเข้าไปเต็มแรง แล้วมันจะไม่เหม็นอีก  แต่เอาเข้าจริง แค่เริ่มต้นจะหายใจเข้ามันก็ทะลักออกมาทางจมูกหมดแล้ว

 

สำคัญที่สุด หากเข้าไปอยู่ในห้องอับๆ ที่มีศพนอนตายมานานซัก 4+5 วัน  เมื่อเดินกลับมาขึ้นรถ กลิ่นศพยังติดเสื้อผ้าตามมาส่งกลิ่นทั่วทั้งรถ…แต่เชื่อกันมั้ยว่า ไม่เคยมีเจ้าของกลิ่นตามติดมาส่งเข้านอนด้วยแม้สักครั้งเดียว ...

โดย Lyrics

 

กลับไปที่ www.oknation.net