วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

American-America (9)


AMERICA... LAND OF HOPE, FREEDOM, & OPPORTUNITY
 
ดินแดนทวีปอเมริกาเหนือ ในอดีตเมื่อประมาณกว่า 15,000 ปี เป็นที่อยู่อาศัยของชนพื้นเมืองชาวอเมริกันอินเดียนแดง ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ได้มีการสำรวจ บุกเบิก และเริ่มต้นตั้งถิ่นฐานของชาวยุโรปขึ้น โดยราชอาณาจักรอังกฤษได้ก่อตั้งอาณานิคมใหม่ และให้รัฐบาลตัวแทนจากเกาะบริเตนทำการปกครองมาเป็นเวลาร้อยกว่าปี
 
ต่อมา อาณานิคมที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษจำนวน 13 อาณานิคม ได้ทำการประกาศอิสรภาพในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1776 และก่อให้เกิดสงครามการประกาศอิสรภาพ ซึ่งสงครามได้สิ้นสุดลงใน ค.ศ. 1783 โดยชัยชนะเป็นของอดีตอาณานิคม เกิดเป็นประเทศใหม่ขึ้น เรียกว่า "สหรัฐอเมริกา" ซึ่งประเทศสหรัฐอเมริกาได้แผ่ขยายอาณาเขตของตนเองจาก 13 รัฐไปถึง 50 รัฐกับอีกหนึ่งเขตปกครองกลาง รวมถึงดินแดนภายใต้การปกครองอีกหลายแห่ง ทำให้สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ด้วยเนื้อที่กว่า 9.1 ล้านตารางกิโลเมตร และมีประชากรมากเป็นอันดับสาม ด้วยจำนวนประชากรกว่า 300 ล้านคน

 
นับตั้งแต่วันที่สหรัฐอเมริกา ได้ประกาศอิสรภาพ ในปี ค.ศ. 1776 ถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 232 ปี ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้พัฒนาเติบใหญ่ กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของโลก และเป็นอภิมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวของโลกในยุคปัจจุบัน ทั้งในด้านการทหารและเศรษฐกิจ ซึ่งรวมไปถึงในด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา การกีฬา และ บันเทิง
 
จึงไม่แปลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จะกลายเป็นดินแดนที่มีผู้อพยพหลากหลายเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ ต่างหมายมุ่งเข้ามา ติดตาม สืบเสาะ แสวงหาความฝันและความหวัง ที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ หลายๆ คน พบว่าสหรัฐอเมริกา คือดินแดนแห่งความฝัน ดินแดนแห่งโอกาส และดินแดนแห่งเสรีภาพ อย่างแท้จริง
 
ฉันเป็นอีกคนหนึ่ง ที่ได้เริ่มต้นเดินทางมาอเมริกา เพื่อติดตามความฝันด้านการศึกษา ที่เชื่อกันว่าระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลกนั้น มีอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
 
และฉันก็ได้พบว่า ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ยิ่งใหญ่จริงๆ สมแล้วกับคำเปรียบเปรยที่เรียกอเมริกาว่า "พญาอินทรีย์" หรือที่เราคนไทยเรียกขานนามอเมริกาว่า "ยักษ์ใหญ่" (และ "ยักษ์เล็ก" สำหรับประเทศญี่ปุ่น) ในเชิงธุรกิจ
 
หลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง  ที่ฉันได้รู้ได้เห็น เกี่ยวกับความเป็น "อเมริกัน-อเมริกา" ก็ทำให้ฉันตะลึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของการเมืองและประชาธิปไตย ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศแห่งเดียวในโลก ที่ใครๆ ก็อาจขึ้นเป็น "ประธานาธิบดี" ได้ ขอเพียงแต่ให้เกิดในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น (ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ) ไม่ว่าคนๆ นั้น จะเป็นใคร เขาอาจเป็นดารานักแสดงมาก่อน เช่น ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน หรือ เด็กชายบิล คลินตัน ผู้เคยได้สัมผัสมือกับ ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ผู้ลือนามมาก่อน ตั้งแต่สมัยที่ตนเองยังเป็นเด็ก และต่อมาเขาก็ได้กลายเป็น ประธานาธิบดีบิล คลินตัน และสำหรับวันนี้ ก็เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของสหรัฐอเมริกา เมื่อประธานาธิบดีผู้ผ่านการเลือกตั้งคนใหม่ มีชื่อว่า "บารัก โอบามา"
 
 
บารัก โอบามา มีชื่อเต็มว่า "บารัก ฮุสเซน โอบามา" เป็นลูกชายของหญิงสาวชาวอเมริกัน และมีพ่อเป็นชาวแอฟริกัน ชื่อ "บารัก ฮุสเซน โอบามา" ผู้ซึ่งในขณะนั้นเป็นนักศึกษาจากประเทศเคนย่า ที่ได้เดินทางมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาวาย ต่อมา พ่อและแม่ของโอบามา ได้ตกลงหย่ากัน ในที่สุดแม่ของบารัก ได้แต่งงานใหม่กับคนอินโดนีเซีย และได้พาลูกชายเดินทางไปอาศัยอยู่ที่กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย ต่อมา โอบามา ได้กลับมาเข้าเรียนหนังสืออยู่กับตายายที่มลรัฐฮาวาย และในที่สุดแม่ของโอบามา ก็ได้แยกทางกับพ่อใหม่ และกลับมาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา บ้านเกิด เธอได้ผ่านความจน ขนาดที่บางครั้งต้องอาศัยเงินช่วยเหลือจากรัฐ
 
บารัก โอบามา เติบใหญ่ขึ้นมาในท่ามกลางวิกฤตของการแบ่งแยกสีผิว ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์และตำนานของการสร้างชาติของสหรัฐอเมริกา เขาได้ต่อสู้ท่ามกลางการเลี้ยงดูจากแม่ และยาย หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย โอบามาได้ตัดสินใจเดินทางไปพบกับพ่อบังเกิดเกล้า ที่ประเทศเคนย่า และนั่นก็คือการพบกันเพียงครั้งเดียว เมื่อหลังจากนั้นไม่นาน พ่อของโอบามาก็ได้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์
 
และในที่สุด แม่ของโอบามา ก็ได้จากไปด้วยสาเหตุของโรคมะเร็ง ส่วนยายนั้น ในชีวิตได้ผ่านการตรากตรำทำงานหนัก โดยเริ่มต้นไต่เต้าจากตำแหน่งเสมียน และสุดท้ายก็ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นระดับผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง ไม่เคยมีใครล่วงรู้ หรือคาดหวังมาก่อนว่าหลานชายสุดที่รักคนเดียวที่ตนเองได้ดูแลมา จะได้รับตำแหน่งสูงสุดทางสังคมในฐานะ ประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ดี ในบั้นปลายชีวิต ยายของโอบามา ได้ลงคะแนนในการเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดี ให้กับหลานชาย และเสียชีวิตก่อนวันเลือกตั้งจริงเพียงสองวันเท่านั้น เธอคงจะได้รับรู้ด้วยวิญญาณว่าโอบามา หลานชายของเธอนั้น ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศสหรัฐอเมริกา
 
จึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ฉันต้องยอมรับว่า อเมริกา เป็นดินแดนแห่งความหวัง เสรีภาพ และโอกาส อย่างแท้จริง
 
ฉันเองไม่เคยได้ตั้งความหวัง หรือความฝัน ในแบบที่ไกลเกินเอื้อม หากจะว่าไปแล้ว ฉันเองนั้นได้ถูกหล่อหลอม (ด้วยความเต็มใจ) มาแบบไทยๆ ที่จะเลือกดำรงชีวิตอยู่ในวันนี้ เพื่อวันนี้ เพราะเรื่องของกาลเวลานั้น แม้แต่วันพรุ่งนี้ ก็ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ ฉันนั้นไม่ปรารถนาที่จะเชื่อในเรื่องของชาติก่อน หรือชาติหน้า ฉันรับรู้เพียงชาติปัจจุบัน เพียงแต่ในชาตินี้ และชีวิตนี้ ฉันตั้งใจทำแต่ความดี และตั้งอยู่บนความถูกต้อง ฉันมีความเชื่อมั่นว่า ความดีนั้นเสมือนน้ำทิพย์ ที่จะปกป้องผู้กระทำความดี ทว่า...ในวงเวียนของสัตว์โลกนั้น ทุกอย่างย่อมต้องเป็นไปตามกรรม
สำหรับฉัน อเมริกาคือดินแดนแห่งความหวัง... โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา และฉันก็ได้ทำความหวังนั้นให้เป็นความจริงขึ้นมาได้
สำหรับฉัน อเมริกาคือดินแดนแห่งเสรีภาพ... ซึ่งฉันรับรู้ได้เป็นอย่างดีถึงความรู้สึกปลดปล่อยดังกล่าว
และสำหรับฉัน แม้ว่าจะไม่ได้เลือกมาอเมริกาเพื่อโอกาส แต่ อเมริกาคือดินแดนแห่งโอกาส... ฉันได้มีโอกาสเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ได้มีโอกาสเริ่มทำในสิ่งใหม่ๆ โอกาสของฉันยังมีอีกยาวไกล เพราะฉันยังไม่มีตัวกำหนด ที่เป็นความหวังหรือความฝัน
สำหรับคนไทยหลายๆ คนที่ฉันได้พบเจอ อเมริกาคือดินแดนแห่งโอกาสและความหวัง หลายๆ คนตั้งใจที่จะกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่ประเทศไทยในวันหนึ่งข้างหน้า หลังจากที่เขาเหล่านั้น ร่ำรวยและมีเงินทองมากพอ ที่จะได้กลับไปใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางญาติพี่น้องและเพื่อน 
 

To be continued.... 

โดย DrJoy

 

กลับไปที่ www.oknation.net