วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขวัญเอย...อย่าไปไหนไกลไปกว่านี้


ไม่ได้อัพบล็อกนี้ซะนาน คุณๆ ที่เคยแวะเวียนมาคงสงสัยว่าลูกๆ บ้านนี้เป็นยังไงกันบ้างหนอ แม่มันเล่นหายเงียบไป ไม่มาบอกกล่าว

ตอนนี้เด็กๆ ที่บ้านสบายดีมาก...ก แถมมีสมาชิกเพิ่มมาอีก...ซะงั้น  แต่บล็อกนี้จะไม่สมบูรณ์เลย ถ้าไม่ได้บอกเล่าราวของส้มซ่าเสียก่อน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว

ตีห้า ณ หลวงพระบาง ไอ้ดินสะดุ้งตื่นตกใจในเวลาเช้ากว่าที่ควรจะเป็น พร้อมกับความวิตกว่า คนที่บ้านเป็นอะไรรึเปล่า รู้สึกเหมือนเป็นลางไม่ดี  แต่ตอนนั้นทำอะไรไม่ได้เลย จะโทรกลับบ้านก็ไม่ได้ จะตื่นก็ไม่ได้ เพราะฟ้ายังมืด เพื่อนยังไม่ตื่นกันเลย  เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็เลยงีบต่อ

หลับปุ๊บก็ฝันปั๊บ ... ว่า เจ้าส้มซ่า มาหาที่หน้าห้องที่กำลังนอนอยู่ พอเดินออกไปดู ปรากฏว่า โต่วต๋ง สะเดา ไม้เอก หอมนิล มากันครบเลย

ในฝันยังคิดว่า ตายล่ะ...สงสัยมีใครรังแกพวกมันจนต้องหนีออกจากบ้านตามมาถึงที่นี่

ฉันหันไปบอกเพื่อนที่มาด้วยกันว่า เที่ยวต่อไปเลยนะ ต้องเหมารถเอาเจ้าพวกนี้กลับเมืองไทยแล้วล่ะ  แล้วก็ตื่น ...และใจไม่ดีหนักขึ้นกว่าเดิม

กำหนดการท่องเที่ยว เราจะอยู่ที่ลาวอีก 2 วัน 2 คืน จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกที่อยู่ไกลจากหมาแมว 5 ตัวนั้นที่สุด ตั้งแต่เลี้ยงพวกมันมา ยิ่งมาฝันแบบนี้ ยิ่งเป็นกังวลสุดๆ

ขากลับ...ที่เชิงสะพานมิตรภาพฯ ฝั่งลาว พอจะมีคลื่น Dtac แล้ว รีบกดโทรศัพท์หาแม่ทันที "เพื่อฟังเสียง" เท่านั้น

"แม่...หนูกำลังจะข้ามกลับไทยแล้ว"

"ดีๆ ลูก กลับมาๆ" เสียงแม่สดใสเหมือนเดิม ไอ้ดินโล่งอกทันทีเลย

เพื่อให้แน่ใจก่อนขึ้นรถทัวร์เข้ากรุงเทพฯ ลองโทรหาแม่อีกครั้ง บอกแม่ว่ากำลังจะขึ้นรถแล้ว แม่ยังน้ำเสียงสดใส 

"แม่ขอถามหน่อย เด็กๆ อยู่ครบรึเปล่า"

เท่านั้นแหละ แม่เก๊กหลุด "ทำไมถามอย่างนั้น"

"พอดีเมื่อเช้าวันศุกร์หนูสะดุ้งตื่นตอนตีห้า ใจไม่ดีเลย ฝันว่าไอ้ส้มไปหาที่หลวงพระบาง  แล้วอีก 4 ตัวตามมาด้วยหมดเลย"

เท่านั้นล่ะ แม่ฟูมฟายเลย

ส้มซ่าหายไปจากบ้านตั้งแต่คืนวันพฤหัส  ตอนนี้แม่ พี่ชาย และหลานฉัน เดินหากันแทบจะพลิกหมู่บ้านแล้ว

ฉันเคยบอกแม่ไว้ว่า ถ้าเจ้า 5 ตัวนั้นเป็นอะไรไปตอนที่ฉันไม่อยู่ ไม่ต้องโทรบอก เพราะจะทำอะไรไม่ถูกเลย ตอนนี้ไอ้ดินทำอะไรไม่ถูกแล้วจริงๆ  คนบนรถทัวร์อาจเข้าใจว่าฉันอกหัก ถึงได้นั่งร้องไห้กระซิกๆ มาตลอดทาง

...

ส้มซ่า เป็นแมวถูกทิ้งที่ฉันเลี้ยงประคบประหงมมาตั้งแต่มันอายุสิบกว่าวัน

มันเป็นสมาชิกตัวแรกที่ฉันคิดว่าจะต้องแก่ตายในบ้านแน่ๆ เพราะได้รับวัคซีนครบเกินกว่าจะเจ็บป่วย  ออกจากบ้านได้ไกลไม่เกิน 10 เมตร เพราะอ้วนและขี้ขลาดเกินไป

วันทั้งวันเอาแต่นอนออเซาะคน

แล้วส้มซ่าหายไปไหนได้ยังไง

ส้มซ่ากับ "โต่วต๋ง" คุณแมวพี่เลี้ยง

...

ถึงกรุงเทพฯ แล้วต้องเข้าออฟฟิศต่อเลย ทำได้แค่โทรถามแม่ว่า เจอส้มซ่าหรือยัง สุดท้ายเราได้แต่ปลอบใจกันไปมา ว่าเดี๋ยวส้มซ่าก็กลับมา

แม่ฉันบอกว่า "ส้มซ่ามันไม่เป็นอะไรหรอก เพราะมันเป็นแมวพลังจิต"

ก็จริงนะ เล่นตามไปถึงหลวงพระบางได้ ...แต่เอ๊ะ หรือว่านั่นเป็นวิญญาณส้มซ่า

ยิ่งปลอบใจกันก็ยิ่งคิดเรื่องแย่ๆ ได้มากกว่าเดิม

...

การ "หาย" มันแย่ก็ตรงที่ เราไม่รู้จะคิดเกี่ยวกับมันยังไง ถือเป็นปัญหาปลายเปิด ที่จะคิดไปถึงไหนก็ได้

-ส้มซ่าหลงทาง กำลังหาทางกลับบ้าน

-มีคนจับส้มซ่าไปเลี้ยง

-ส้มซ่ากระโดดขึ้นไปบนรถคนอื่น แล้วรถขับออกจากหมู่บ้านไป

-ส้มซ่าประสบอุบัติเหตุ มีคนพาไปรักษา เดี๋ยวก็พากลับมาคืน

-ส้มซ่าประสบอุบัติเหตุ ตาย ศพถูกเอาไปทิ้ง ไม่มีรอยเลือดที่ถนน

-มีคนจับส้มซ่าไปกิน (ข้อนี้ร้ายแรงมาก เพื่อนบ้านปากไม่ดีปล่อยข่าวมา)

"หาย" มันทำให้เราคิดอะไรได้มากเกินไป โดยที่อาจไม่ถูกเลยสักข้อ

...

ส้มซ่าหายไป 7 วันแล้ว ไอ้ดินถึงได้กลับบ้าน

สมาชิกที่บ้านมีอาการเดียวกัน อยู่ในบ้านพูดไม่ออก แต่ออกไปเดินตะโกนเรียก "ส้มซ่า" กันไปทั่วหมู่บ้าน

เราแทบจะถอดใจกันแล้วว่าจะไม่ได้เจอส้มซ่าอีก

แต่ถึงอย่างไรฉันก็คิดว่า ส้มซ่าเป็นแมวที่ชั่วชีวิตของมัน "ช่างมีความสุข"

กล้าบอกเลยว่า ฉันเลี้ยงส้มซ่าอย่างดี  จนมันเป็นแมวที่ "ร่าเริงและเปี่ยมจินตนาการ"

เศษกระดาษชิ้นเดียว อาจยั่วให้ส้มซ่าเล่นได้ทั้งวัน

ส้มซ่าเป็นแมวที่ใช้อุ้งเท้าหน้า (ทำท่า) ประคองแก้มฉันไปหอมได้  มันชอบนอนหนุนแขน โดยใช้ขาหน้ากอดแขนฉันไว้ด้วย

ส้มซ่าเป็นแมวที่ไม่สู้ใครเด็ดขาด ถ้าไม่ได้เปรียบ

หลายอย่างในตัวส้มซ่า ทำให้คนที่ได้ใกล้ชิดรู้สึกได้ว่า ส้มซ่ามันนิสัยเกินแมว

ถ้าให้ประเมินผล ฉันก็บอกได้ว่า ฉัน (รวมทั้งแม่) และส้มซ่าปฏิบัติต่อกันอย่างดีมาโดยตลอด  เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมันคุ้มค่ามากแล้ว

 และเราก็ต้องยอมรับให้ได้เมื่อไม่มีส้มซ่า

...

เช้าวันต่อมา ฉันไปทำงานตามปกติ ระหว่างเดินออกจากบ้านก็ยังมองหาส้มซ่าไปด้วย

แล้วก็เห็นไอ้บ้าส้มซ่าเดินอยู่ในบ้านต้นซอย บ้านที่เจ้าของไม่ค่อยกลับ

ไอ้ส้มผอมลงไปมาก แต่ก็ยังดูรู้ว่าเป็นแมวอ้วน

ดูจากรั้วบ้านที่สูงเกือบ 2 เมตรแล้วเข้าใจได้เลยว่าทำไมส้มซ่าจึงกลับบ้านไม่ได้ แมวผอมเพรียวยังกระโดดขึ้นลำบากเลย อย่าว่าแต่แมวอ้วนๆ อย่างส้ม

พี่ชายฉันรีบปีนรั้วเข้าไปพาส้มซ่าออกมา แต่มันตกใจกระโดดหนีเข้าไปทางหน้าต่าง ที่กระจกแตกพอให้แมวลอด เข้าไปนอนนิ่งอยู่บนเตียงนอนหนานุ่ม

เราเคยมาตามหาส้มซ่าหน้าบ้านนี้หลายครั้ง แต่คิดว่าตอนนั้นส้มซ่าคงกำลังหลับอยู่

สรุปว่ามันติดอยู่ในบ้านนั้นอีก 3 วันเพราะมันมัวแต่ตกใจหนี โดยเราส่งอาหารและน้ำลอดรั้วบ้านไปให้

จนล่วงเข้าวันที่ 10 จึงจับมันออกมาได้

ไอ้ส้มซ่าเอ๊ย...ทำเอาวิตกกันไปทั้งบ้าน

ก็อย่างที่บอก ส้มซ่าไม่เคยไปไกลจากบ้านเกิน 10 เมตร นี่เป็นครั้งแรกที่มันอาจหาญมาไกลถึงขนาดนี้  แล้วก็แป้ก กลับบ้านไม่ได้

ขวัญเอย...อย่าไปไหนไกลไปกว่านี้

ขวัญเอ๊ย...ขวัญมานะ...ส้มซ่า

โดย เพียงดิน

 

กลับไปที่ www.oknation.net