วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เราเรียนรู้อะไรจากวิชาสัมมนา? : ตอนที่ 2 ภาพใหญ่ - ภาพเล็ก


เราเรียนรู้อะไรจากวิชาสัมมนา? : ตอนที่ 2 ภาพใหญ่ - ภาพเล็ก

ครั้งแรกที่โสตประสาทของผมได้สัมผัสคำเหล่านี้ ผมไม่เข้าใจคำสองคำนี้เลย

ไม่ว่าจะเป็น OVERVIEW หรือ OVERALL ทั้งหมดนี้คือ ภาพรวม ภาพใหญ่อย่างนั้นหรือ

ไม่ว่าจะเป็น DETAIL หรือ PART คำเหล่านี้หรือคือ ภาพเล็ก ส่วนย่อย หรือรายละเอียด

หลังจากนั้นความเข้าใจเกี่ยวกับคำสองคำนี้ก็ค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้นมาทีละนิดทีละหน่อย จากการเรียนในหลายๆ วิชา และการที่เป็นลูกอีช่างคิด ช่างสงสัย ช่างซักช่างถาม จนพอจะเข้าใจได้ว่าคำสองคำนี้มันหมายถึงอะไร

เย็นวันหนึ่งหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการงานมาทั้งวัน ก็เลยไปนั่งตาก-ลม ดูพระอาทิตย์ตกที่ชายทะเล มันเป็นความรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยความเหนื่อยล้าออกไปกับเกลียวคลื่นที่ซัดเข้ามาหาฝั่งแล้วมลายหายไป สมองที่เต็มไปด้วยเขม่าความคิดก็พลันว่างลง สมาธิก็ก่อเกิด เมื่อจิตว่างจากการคิดคำนึง กำลังนั่งชมภาพธรรมชาติเพลินๆ ก็เริ่มคิดอีกแล้ว ว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ใครหนอที่รังสรรค์องค์ประกอบภาพที่เรากำลังมองดูอยู่ มันช่างสวยงามจริง ตั้งแต่ชายหาดที่เต็มไปด้วยเม็ดทรายเบียดตัวกันแน่นจนเป็นพื้นให้ใครต่อใครได้เดินเท้าเปล่าสัมผัสธรรมชาติกัน ผิวน้ำทะเลที่มีระลอกคลื่นกระเพื่อมอยู่ตลอดเวลา เส้นขอบฟ้าที่ไม่สามารถวัดด้วยตลับเมตร เพราะไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนกันแน่ ท้องฟ้าซึ่งเป็นฉากหลังให้กับพระอาทิตย์ที่กำลังทอแสงสีส้ม ก่อนที่จะจมลงสู่ทะเลในเบื้องหน้า มันเป็นภาพทิวทัศน์ของธรรมชาติที่ไม่ต้องไปหาซื้อโปสเตอร์ที่ไหนมาติดฝาผนังอย่างที่เห็นขายกันตามงานเทศกาลต่างๆ ถึงตรงนี้ ผมต้องขอบอกว่าภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้านี่แหละ คือภาพรวมที่ผมเข้าใจ แต่เวลาที่ผมปรับโฟกัสสายตาให้จ้องมองเฉพาะพระอาทิตย์ หรือผิวน้ำทะเล หรือคนที่พาสุนัขมาเดินเล่น นั่นแหละคือภาพย่อย ภาพเล็กที่ผมรู้จัก แต่ในบางความคิด ผมว่าไอ้ภาพเล็กที่ผมเห็นนั้น ส่วนใหญ่ก็ยังมองเป็นภาพใหญ่ได้อีก เพราะเราสามารถมองเฉพาะรายละเอียดปลีกย่อยลงไปอีกก็ได้ จนกว่าที่เราจะไม่สามารถมองให้เล็กลงได้มากกว่านี้อีกแล้ว

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้ผมมักสังเกตสิ่งรอบกายเราถึงภาพเล็ก-ภาพใหญ่อยู่เสมอ เพื่อจะทำความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้อีก ผมชอบภาพยนตร์อยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งภาพแรกที่เราได้รับชมก็คือ ภาพของอวกาศที่มองเห็นโลกเราเท่าผลส้ม แล้วกล้องก็ค่อยๆ ซูมเข้ามา ใกล้เข้ามาทะลุชั้นบรรยากาศ มองเห็นภาพของผืนดินอันกว้างใหญ่ไพศาล ทุ่งหญ้าเขียวขจี ตึกรามบ้านช่องที่เรียงตัวกันเป็นทิวแถวตามแนวถนน อีกทั้งแม่น้ำที่ทอดตัวเป็นเส้นสาย ขดไปมา เลี้ยวเลาะไปยังที่ต่างๆ และเมื่อซูมเข้ามาใกล้กว่านั้นอีก สิ่งที่เราเห็นก่อนหน้านี้ มันก็ขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ซูมเข้ามาเรื่อยๆ จนลงมาที่ดาดฟ้าของตึกที่สูงเสียดฟ้าตึกหนึ่ง แล้วก็ผ่านลงมาจนเห็นฝูงชนขนาดไม่ได้ใหญ่กว่ามดแมลงเท่าใดนัก กล้องก็เลื่อนลงมาอีก จนมาหยุดที่หัวใครคนหนึ่งซึ่งทำให้เราเห็นพฤติกรรม เห็นหน้าตาได้ชัดเจนเหมือนกับเราเข้าไปยืนตรงหน้าเลยทีเดียว

ถ้าเวลาที่เรามัวแต่มองภาพเล็กตลอดเวลา เราก็จะมองไม่เห็นภาพใหญ่ เหมือนกับที่ท่านอาจารย์ของมูซาชิได้กล่าวกับลูกศิษย์ที่ดื้อรั้นว่า "ถ้าเอ็งมัวแต่สนใจใบไม้ เอ็งก็จะไม่เห็นต้นไม้ ถ้าเอ็งมัวแต่สนใจต้นไม้ เอ็งก็จะไม่เห็นป่า ไม่หยุดหัวใจไว้ที่ใดที่หนึ่ง แต่ถ้าจะดู...ต้องดูทั้งหมด นี่แหละที่เขาเรียกว่าดูอย่างแท้จริง"


โดย saktawee

 

กลับไปที่ www.oknation.net