วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผู้จัดฯ บทบาทใหม่ของ ฉัตรชัย เปล่งพานิช


เรื่อง 'ผู้จัดฯ' บทบาทใหม่ของ ฉัตรชัย เปล่งพานิช

โดย: รัชดา ธราภาค

ตีพิมพ์ในเซ็คชั่นจุดประกาย-ไลฟ์

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2552

ประสบการณ์ 30 ปีในโลกบันเทิง กับการฝากฝีมือในงานแสดงภาพยนตร์เกิน 70 เรื่อง กับงานละครอีกไม่น้อยไปกว่ากัน วันนี้ นก ฉัตรชัย เปล่งพานิช ยังกล้าเรียกตัวเองว่าเป็น 'หน้าใหม่' และออกตัวว่าไม่ได้มีความรู้หรือประสบการณ์มากมาย ..นั่นก็เพราะเขาถูกถามถึงบทบาทล่าสุดในฐานะ 'ผู้จัดละคร' ภายใต้ชื่อ บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด

คงต้องยอมรับว่าใหม่จริงสำหรับการเพิ่งผลิตละครไปเพียง 2 เรื่องในช่วงปีกว่าๆ ที่ผ่านมา แต่ถ้าบอกให้ชัดว่าผลงานล่าสุดได้แก่ละครไพร์มไทม์ 'ดิน น้ำ ลม ไฟ' ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อาจกระตุ้นความสนใจของหลายคนได้มากขึ้น ทั้งจากชื่อเสียงของผู้กำกับฝีมือไม่ธรรมดา อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร และการเป็นที่รู้กันในแวดวง 'คอข่าว' ว่าละครเรื่องนี้ที่ถูกลัดคิวให้มาชนกับ 'แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา' ของวิคคู่แข่งที่เรตติ้งพุ่งกระฉูดจน 'ช่อง 3' ยอมไม่ได้ ต้องดันละคร 'ฟอร์มใหญ่' มาชิงผู้ชม

น่าสนใจว่า โลกบันเทิงใบนี้ยังมี 'ความใหม่' สำหรับคนบันเทิงประสบการณ์โชกโชนอย่าง 'พี่นก' ฉัตรชัย ในวันที่ต้องเปลี่ยนทัศนวิสัยการมองใหม่ไปยืนในมุมของ 'ผู้จัดฯ' และย่อมเป็นที่ยืนซึ่งสะท้อนความเป็นไปของ 'ธุรกิจบันเทิง' โดยเฉพาะที่ 'ละครหลังข่าว' ของประเทศนี้ได้ไม่น้อยด้วยเช่นกัน

  • จากประสบการณ์ 30 ปี มองว่าอะไรเป็นพัฒนาการสำคัญของละครทีวีบ้านเรา

จริงๆ พี่นกไม่ค่อยทราบเกี่ยวกับมาเก็ตติ้งมากนักนะครับ พี่นกจะนำเสนอเรื่องแบบที่คิดว่าอยากจะนำเสนอ คิดเพื่อให้คนดูรู้สึกมีความสุขในการดูละครแต่ละเรื่อง แต่พี่นกวิพากย์ไม่เป็นว่าทำไมคนในกรุงเทพฯ ถึงดูช่อง 3 มากกว่าช่อง 7 เป็นเรื่องการตลาดซึ่งพี่นกไม่เก่งขนาดนั้น

  • เป็น 'ผู้จัดฯ' ไม่ต้องดูแลเรื่องเหล่านี้หรือ

เขาก็ดูกันนะครับ แต่พี่นกยังอ่อนหัดมาก วิเคราะห์ได้ไม่เท่ารุ่นเก่าๆ ที่ทำมานาน แต่เชื่อว่าไม่มีสูตรตายตัวว่าทำละครแบบนี้แล้วจะมีคนดูเยอะ ถ้าเอานางเอกคนนี้เล่น คนดูแน่ๆ มันไม่ใช่ บางเรื่องไม่มีดาราแต่เขียนบทดี ในความรู้สึกของพี่นกมันต้องประสานกลมกลืนกันให้ได้ ถึงจะทำให้คนดูเชื่อและรู้สึกตามได้ พี่นกไปประชุมกับทางสถานีก็พยายามคิดตามและทำการบ้านตลอดเวลา ยากเหมือนกัน เราไม่สามารถเป็นพ่อมดเสกได้ว่าทำอย่างนี้แหละต้องดูแน่นอน

  • มาเป็นผู้จัดฯ ความรู้สึกต่างจากการเป็นนักแสดงอย่างไร

เยอะครับ เยอะมาก เพิ่งมาปีนี้มีผมหงอกเต็มเลย ไม่เคยหงอก ผมดำมาตลอด เป็นผู้จัดฯ เครียด ตัวแสดงไม่ได้ บทไม่เสร็จ คิวไม่ได้ คิวไม่ได้ก็ถ่ายไม่ได้ ถ่ายไม่ได้เราก็ส่งงานไม่ได้ตามกำหนด งานเลท สถานที่ไม่ยอมให้ถ่าย.. (สัมภาษณ์ถึงตอนนี้ ฝนเริ่มตก ต้องพากันอพยพย้ายที่นั่ง) ..ฝนตกอย่างนี้ ผู้จัดฯ ก็เครียดครับ (หัวเราะ)

  • โครงสร้างการทำงานในบริษัทเป็นอย่างไร

สต๊าฟจริงๆ มีไม่กี่คน มีผู้จัดการกองถ่าย มีฝ่ายธุรกิจ นอกนั้นจ้างโปรดักชั่นข้างนอก ทั้งทีมไฟ ทีมกล้อง ส่วนมาเก็ตติ้งเป็นเรื่องของทางสถานี เหมือนรับจ้างผลิต เขาคิดมาแล้วอนุญาตให้เราทำ เราก็ทำไปตามโจทย์ โอเค เราอาจจะคิดมาเก็ตติ้ง มี activity ให้เขาไปหรือใส่อะไรให้คนดูมากกว่าในบท นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง สมมติบทมีอยู่แค่นี้ เราจะทำอย่างไรให้ละครน่าสนใจเราก็ใส่ไป เป็นผู้จัดก็เหมือนเป็นตัวกลางระหว่างสถานีกับทีมงาน

  • ผู้จัดฯ กำหนดตัวนักแสดงเองหรือไม่

ส่วนใหญ่เราเลือก แต่ไฟนอลที่เรามั้ย ..ไม่ใช่ เราแค่เสนอผู้ใหญ่ (ทางสถานี) แล้วเขาเป็นคนบอกว่าโอเคหรือไม่ เหมือนเราเป็นลูกน้องน่ะ เขาเป็นเจ้านายที่บอกเราให้ทำละครเรื่องนี้ๆ ฉะนั้นก็ต้องทำในส่วนที่เขาอยากให้เป็น แต่โอเค เราก็แฝงอะไรของเราไปบ้าง บางอันเขาก็เห็นด้วย ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยทั้งหมด

  • ถ้าได้นักแสดงหน้าใหม่นี่หนักใจหรือไม่ 

พี่นกคิดว่าพี่นกสร้างคนได้ เพราะถือว่าตัวเองเป็นนักแสดง และรู้ว่านักแสดงควรเป็นอย่างไร พี่นกไม่ได้เกิดมาแล้วเป็นนักแสดงเลย แต่เป็นได้เพราะมีความตั้งใจ มีความขยัน โดยเฉพาะผู้ชาย ผู้หญิงบางทีก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งมาก ผู้หญิงกับผู้ชายมันห่างกัน ถ้าผู้จัดฯ ผู้หญิงก็สามารถเข้าไปคุยได้

  • มองแนวโน้มตลาดละครหลังข่าวบ้านเราอย่างไร

จริงๆ แล้วมีหลายกลุ่มคนดูนะครับ เพียงแต่ว่ากลุ่มไหนมากน้อยต่างกัน มันต้องเลือกเอาสักกลุ่มหนึ่ง จะกวาดทุกกลุ่มคงลำบาก เรื่องนี้จะสร้างให้เด็กดู เรื่องนี้จะสร้างให้ผู้หญิง หรือจะสร้างให้ทั้งครอบครัวดูก็ได้ มันต้องเลือกกลุ่มให้ชัดเจนนะพี่นกว่า มันยากที่จะทำละครเรื่องหนึ่งให้ดูแล้วชอบทั้งประเทศ

  • ที่เป็นอยู่คือต้องการทำละคร 'มหาชน' 

ใช่ๆ เขาก็ต้องทำทุกวิถีทางที่จะให้ขายได้มากที่สุด คนดูมากที่สุด แต่ก็ลำบากอยู่เหมือนกัน เพราะต่างประเทศที่ตลาดใหญ่ คนดูเยอะ ก็ทำได้หลากหลายกว่าเรา และไม่เจอข้อห้ามเหมือนเรา ชนิดที่ห้ามเห็นภาพรัฐมนตรีโกงกิน ห้ามเห็นตำรวจรีดไถ ห้ามเห็นบุรี่ ห้ามเห็นปืน

  • ดูเหมือนบางเรื่องเป็นข้อห้าม แต่บางอย่างผู้ผลิตก็เซ็นเซอร์ตัวเอง

มีการปิดกั้นการนำเสนออยู่พอสมควร เขาห้ามกันมาแต่ไหนแต่ไร ไม่อยากให้เห็นชัดเจนว่ามีคนประเภทนี้มีอยู่บนแผ่นดินไทย ซึ่งจริงๆ แล้วมันมี (หัวเราะ) ให้ทำไปเลยตำรวจเลวก็มี ไม่ใช่ไม่มี รัฐมนตรีเลวก็มี ไม่ใช่ไม่มี ไม่ได้ไปเสนอเรื่องของคุณสักหน่อย บอกปืนจ่อหัวไม่ได้แต่จ่อตัวได้ ภาพหวาดเสียวพวกนี้ไม่รู้จะเซ็นเซอร์ทำไม พี่นกรู้สึกว่าเด็กมันจะได้รู้ คนจะได้รู้ ปืนมันอันตรายนะ ทำไม่ได้นะ ปืนเนี่ยอย่าเอามาทำแบบนี้ ทีวีเป็นตัวสะท้อน คนจะเลือกใช้ให้ถูกต้อง เห็นอะไรไม่ดีก็อย่าทำ อะไรดีก็เอามาใช้

  • มีความเห็นอย่างไรต่อ 'ละครรีไซเคิล'

มันก็มีทั่วโลกนะครับ จีนก็มีมังกรหยกเป็นร้อยๆ เที่ยว เปาบุ้นจิ้นเป็นร้อยๆ เที่ยว ที่เขาเอามาสร้างกันมันคงเป็นรสชาติที่คนชอบ อย่างดาวพระศุกร์ หรือบ้านทรายทอง มันคือละครที่มีรสชาติที่คนไทยชอบ เอามาทำแล้วได้ผล พอได้ผล คนสร้างก็อยากจะทำเพื่อที่จะได้เรตติ้งเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ส่วนเรื่องใหม่ๆ ถ้าพูดกันตรงๆ ปัจจุบันมันหายากที่จะได้บทประพันธ์โดนๆ เฮ้ย น่าทำนะ น่าสนใจ นานๆ โผล่มาให้เห็นสักเรื่องสองเรื่อง แล้วส่วนใหญ่ก็มีคนจับจองซื้อไปกันหมดแล้ว แล้วบางทีเราชอบ แต่ผู้ใหญ่บอกไม่น่าสนใจก็ไม่ได้ผลิตอยู่ดี

  • คิดอย่างไรกับ 'เรตติ้ง' ซึ่งเป็นตัวกำหนดความเป็นความตายของละคร

เป็นข้อมูลของสถานี และเป็นข้อมูลของเอเจนซี่ ของเม็ดเงิน ทุกอย่างเชื่อเรตติ้งตัวนี้ว่าคนดูเท่านี้ สินค้าจะได้เข้ามาซื้อเท่านี้ พี่นกก็ไม่ค่อยทราบเหมือนกันว่าวิธีการเป็นอย่างไร แต่ในเมื่อทุกคนขึ้นกับเรตติ้งกันหมด เราก็หนีไม่พ้น โอเคงานของบางคนก็ดีมาก สวยงาม สนุกสนาน แต่บอกว่าไม่มีเรตติ้งก็น่าน้อยใจเหมือนกัน เรตติ้งไม่มีกลายเป็นว่าไม่ประสบความสำเร็จ จริงๆ พี่นกว่ามันน่าจะวัดกันที่ตัวงานด้วย เขาทำขนาดนี้ ตั้งใจขนาดนี้ แค่ไม่มีเรตติ้งคุณจะไปวัดว่าเขาไม่เก่งไม่ได้นะ

  • นักแสดงบางคนเติบโตเป็นผู้กำกับ ทำไมพี่นกเลือกที่จะเป็นผู้จัดฯ 

ร่างกายพี่นกไม่แข็งแรงมาก การเป็นผู้กำกับมันต้องตื่นแต่เช้าไปดูโลเคชั่น ไปเซ็ตฉาก ทำทุกอย่าง ต้องดูตัวละครอีกกี่ตัวไม่รู้ที่อยู่ในเฟรมกล้อง เป็นผู้จัดฯ เรานั่งดู อะไรชอบไม่ชอบเราก็บอกพี่อุ๋ย (นนทรีย์ นิมิบุตร) ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนกันไปแล้ว พี่อุ๋ยบอกเอาเลยพี่นกจะเอาอะไรก็บอกเลยนะ

  • มีละครแนวไหนที่อยากทำอีก

อยากทำแนวรักชาติ อย่าง ดิน น้ำ ลม ไฟ ถ้าดูดีๆ ก็เป็นแนวรักชาตินะ แล้วก็เรื่องที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมที่อยากสอดแทรกเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดนตรี มวย หรืออะไรที่เป็นของไทย

  • ได้ข่าวว่าละครเรื่องแรก 'มาเฟียที่รัก' ได้กำไรมา 500 บาท 

มันก็ได้บ้างนะครับ (ยิ้ม) ยิ่งเรื่อง 'ดิน น้ำ ลม ไฟ' ใช้หมดทุกบาททุกสตางค์ ไม่เหลือเลย เรื่องนี้มั่นใจว่ายังใช้เงินเก่งเหมือนเดิม

ในโลกแห่งละครทีวีไทยซึ่งหลายคนมองว่าซ้ำซากจำเจ ที่จริงแล้วอาจแฝงความต่างบางแบบจากในอดีต อย่างน้อย มุมมองและความตั้งใจของผู้จัดหน้าใหม่จากการพูดคุยในครั้งนี้ ก็ชวนให้ติดตามว่ากระแสบันเทิงไทยจะเคลื่อนตัวไปสู่จุดใด หรือจะยืนหยัดอยู่กับความ 'ขายได้' แบบเดิมๆ และ..ใครจะเป็นคนตัดสิน

โดย rachada

 

กลับไปที่ www.oknation.net