วันที่ อังคาร มิถุนายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

*****อกุศลเปรียบเหมือนเจ้าของบ้าน กุศลเปรียบเหมือนแขกผู้มาเยือน(๑)*****


อกุศลเปรียบเหมือนเจ้าของบ้าน กุศลเปรียบเหมือนแขกผู้มาเยือน(๑)

บุคคลทำกุศลมาแล้วเมื่อนึกถึงกุศลนั้น แทนที่จะเกิดกุศล กลับเกิดอกุศลก็เพราะไม่มีโยนิโสมนสิการ คือขาดปัญญารู้เหตุผลตามความเป็นจริงในการทำกุศล ไม่รู้ว่าการทำกุศลจุดประสงค์ก็เพื่อจะให้ละกิเลสเป็นประการสำคัญ เพราะกิเลสเป็นสภาพธรรมที่ทำให้จิตเศร้าหมองเร่าร้อน เกิดทุกข์นานาประการ การทำกุศลจึงต้องทำเพื่อขัดเกลากิเลสให้เบาบางหรือหมดไป เพื่อจิตใจจะได้สะอาดปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง จะได้เป็นปัจจัยแก่การพ้นทุกข์

เช่นให้ทานก็เพื่อละความโลภ ความตระหนี่ให้หมดไป ให้รักษาศีลก็เพื่อละความโกรธคือละกิเลสอย่างหยาบที่ล่วงออกมาทางกาย วาจาไม่ให้เกิดขึ้น, ให้เจริญสมาธิก็เพื่อละนิวรณ์ที่เป็นกิเลสอย่างกลาง ซึ่งเกิดขึ้นกลุ้มรุมจิตใจไม่ให้เกิดขึ้น ทำให้ใจสงบจากกามคุณ เป็นต้น และให้เจริญวิปัสสนาก็เพื่อละความหลงที่เป็นกิเลสอย่างละเอียดที่นอนเนื่องอยู่ในจิตใจให้หมดไป

จุดประสงค์ของการทำกุศลก็เพื่อประโยชน์อย่างนี้คือ ประโยชน์ตนเพื่อละกิเลสตนจะได้พ้นจากทุกข์ ประโยชน์ผู้อื่นก็เพื่อช่วยเหลือให้เขามีความสุขพ้นจากทุกข์ คนที่ทำกุศลถ้าไม่รู้เหตุผลอย่างนี้ การทำบุญแทนที่จะละกิเลสให้หมดไป ก็กลับไปเพิ่มกิเลสให้มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว กุศลที่ทำจึงได้เป็นปัจจัยให้เกิดทุกข์ เพราะทำกุศลเพื่อต้องการผลตอบแทน จึงต้องไปรับผลของกุศลที่ทำไว้ ทำให้ต้องท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏฏ์ไม่มีที่สิ้นสุด

และอีกอย่างหนึ่ง คนส่วนมากไม่รู้ว่าจิตใจอย่างไรเป็นกุศล อกุศล เมื่อจิตใจพอใจในอารมณ์ใด จิตก็ไหลไปตามอารมณ์นั้น และส่วนมากอารมณ์ก็มักไหลไปทางอกุศล มากกว่ากุศล เพราะความคุ้นเคยกับอกุศลมีมากกว่ากุศล อารมณ์ที่เป็นอกุศลจึงเกิดได้ง่าย เพราะไม่ต้องออกแรงอะไร อยู่เฉยๆจิตก็ไหลไปตามอารมณ์ที่เป็นอกุศลเอง

อกุศลจึงเปรียบเหมือนเจ้าของบ้าน ส่วนกุศลเปรียบเหมือนกับแขกที่นานๆจะมาหาสักที เหตุนี้ การทำกุศลจึงต้องออกแรง ต้องขวนขวาย กุศลจึงจะเกิดได้ เมื่อกุศลเกิดแล้วไม่รู้จักรักษากุศล กุศลก็เป็นปัจจัยให้เกิดอกุศลได้ เมื่อนึกถึงกุศลที่ให้ทาน รักษาศีล รักษาอุโบสถ ตลอดจนกุศลที่ทำความดีอื่นๆที่เป็นกามาวจรกุศล(กุศลในขั้นมนุษย์ เทวดา) มหัคคตกุศล(กุศลในขั้นฌาณ) ถ้าไม่มีโยนิโสมนสิการเข้าใจเหตุผลตามความเป็นจริง ก็เป็นปัจจัยให้เกิดอกุศล เกิดกิเลส มีราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส(โปรดอ่านคำอธิบายในตอนหน้า)ได้.

(คู่มือการศึกษา คัมภีร์มหาปัฏฐาน โดยอาจารย์ปราโมช น้อยวัฒน์)


ทุกข์ทั้งหลายล้วนเกิดจากปัจจัยปรุงแต่ง

การศึกษาปัจจัย ๒๔ ได้รู้เหตุผลถูกตรงตามความเป็นจริง

ย่อมเป็นประโยชน์แก่ผู้มีทุกข์

เพราะคำสอนในพระพุทธศาสนา

สอนเพื่อให้สัตว์มีความสุขจนถึงความพ้นทุกข์ในที่สุด

เหตุนี้ "ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด"

(จาก ทีฆนิกาย มหาวรรค)


Permalink : http://www.oknation.net/blog/pierra


โดย เด็กชาย-เด็กหญิง

 

กลับไปที่ www.oknation.net