วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โครงการจำนำสินค้าเกษตรขาดทุนป่นปี้เพราะแกล้งโง่?


หากรัฐบาลต้องการจะใช้เงินภาษีประชาชนเพื่อช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา, ก็ควรจะต้องเลิกใช้วิธีรับจำนำหรือรับซื้อพืชผลเกษตรอย่างที่ทำมาตลอด

เพราะไม่มีใครไม่รู้ว่าเงินที่ควักจากประชาชนด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการจะช่วยเหลือ “กระดูกสันหลังของประเทศ” นั้น, เอาเข้าจริง ๆ ก็ตกไปอยู่ในกระเป๋าของนักการเมืองและพ่อค้าที่จับมือกันหลอกลวงคนทั้งชาตินั่นเอง

โครงการรับจำนำพืชผลเกษตรสามปีที่ผ่านมานั้น, หลายแหล่งข่าวที่รู้เรื่องดียืนยันตรงกันว่าเกิดการขาดทุนไม่ต่ำว่า 35,000 ล้านบาท

การรับจำนำสินค้าเกษตรของรัฐบาลทั้งข้าว, มันสำปะหลัง, และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ตั้งราคารับจำนวนไว้สูงกว่าราคาตลาดอย่างมากนั่นแหละเป็นสาเหตุแห่งความอื้อฉาวอันน่าบัดสีนี้

เพราะราคาจำนำสูงมากเช่นว่านี้เอง ทำให้เกษตรกรนำเอาสินค้าเข้าโครงการเกือบทั้งหมด และส่วนใหญ่ไม่มีการไถ่ถอนคืน

ขณะดียวกันพ่อค้าก็ไม่ยอมซื้อสินค้าในตลาดเพื่อไล่ราคาในตลาดให้อยู่ในระดับเดียวกับราคารับจำนำ

เพราะอะไรหรือ? ก็เพราะพ่อค้าฉลาดกว่ารัฐ, หรือนักการเมืองและข้าราชการประจำที่ทำโครงการเหล่านี้ทำเป็นแกล้งโง่กว่าพ่อค้า

จึงรอซื้อ “ของถูก” ในสต๊อกของรัฐบาลแทน

หรือไม่บางรายที่ซื้อการเกษตรกาอย่างเสียไม่ได้ ก็กดราคาชาวไร่ชาวนาอย่างไร้ความเป็นธรรม ผิดจากเป้าหมายของโครงการดั้งเดิมที่ต้องการรับจำนำเพื่อให้พ่อค้าไปไล่ซื้อในตลาดให้ได้ใกล้กับราคาที่รัฐรับจำนำ

ผลก็คือว่านอกจากโครงการเช่นนี้จะไม่สามารถดึงราคาพืชผลเกษตรให้สูงขึ้นอย่างที่รับปากกับประชาชนทั่วไปแล้ว, ยังมีผลกลับกัน, นั่นคือราคากลับตกต่ำแทน

แต่ท้ายสุดก็เป็นละครตบตาประชาชนที่เห็นตอนเบิกโรงอย่างคึกคักและน่าประทับใจ แต่น้อยคนจะตามดูการแสดงจนจบเพื่อจะได้รู้ว่าใครคือพระเอก, ใครคือผู้ร้ายกันแน่

พ่อค้า, นักการเมืองและข้าราชการที่สมคบกันก็ได้แต่นั่งหัวเราะชอบใจ, เพราะสามารถหลอกเอาเงินภาษีประชาชนของพวกเราไปกระทำการปู้ยี้ปู้ยำอย่างเริงร่า

ถามว่าทางการไม่รู้ไม่เข้าใจหรือว่าวิธีเช่นนี้เป็นการผลาญเงินภาษีชาวบ้าน, และชาวไร่ชาวนาจริง ๆ นั้นได้ประโยชน์น้อยมาก?

คำตอบก็คือรู้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นเช่นนี้, พวกเขาก็ทำมาตลอดและจะทำต่อไปหากผู้นำทางการเมืองไม่มีความชัดเจนและมุ่งมั่นที่จะทำความจริงให้ปรากฏ

เพราะการรับจำนำและการรับประการราคาสินค้าเกษตรที่ผ่านมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นกลลวงเพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับคนที่ควบคุมกลไกรัฐ

นักการเมืองของบประมาณไปซื้อสินค้าเกษตรในราคาสูงกว่าตลาดโดยข้ออ้างว่าเพื่อช่วยเหลือชาวไร่ชาวนาทั้ง ๆ ที่สินค้าเกษตรที่ว่านั้นไม่ได้อยู่ในมือของชาวนาแล้ว

อีกทั้ง “ชาวนาชาวไร่” ที่ปรากฏอยู่ในรายชื่อของผู้ที่ได้ประโยชน์จากโครงการเหล่านี้ก็น่าสงสัยว่าจะสามารถ “จัดตั้ง”  ในฐานะ “นอมินี” ได้อย่างเป็นกิจจะลักษณะ

บ่อยครั้งจึงเป็นการยากที่จะแยกออกได้ว่าการประท้วงของเกษตรกรเรื่องราคาพืชผลต่ำนั้นเป็นผู้เดือดร้อนที่แท้จริงหรือเป็นกลุ่มจัดตั้งโดยนักการเมืองที่ทำมาหากินกับความลำบากยากแค้นของเกษตรกรกันแน่

ที่แน่ ๆ ก็คือว่าการใช้เงินภาษีประชาชนอย่างไร้ประสิทธิภาพและน่าสงสัยคลางแคลงเช่นนี้จะต้องยุติลง

คนเป็นนายกฯต้องมีความกล้าหาญทางการเมืองและมีวิสัยทัศน์เพียงพอที่จะเลิกวิธีการฉ้อฉลของนักการเมืองและพ่อค้าเช่นนี้และหากต้องการจะให้ชาวไร่ชาวนาได้ประโยชน์โภคผลอย่างแท้จริงจากเงินภาษีประชาชน, จะต้องมีวิธีการที่โปร่งใส, ชัดเจนและตรวจสอบได้มากกว่าที่เป็นอยู่นี้

จะยอมให้แอบอ้างเกษตรกรเพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับตนเองอย่างนี้ไม่ได้อีกต่อไป

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net