วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การเดิมพันครั้งใหญ่ของ เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค


เป็นเวลากว่าสิบปีมาแล้ว ที่ เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค มีโค้ชคนสุดท้ายเป็นชาวต่างชาติ หลัง โจวานนี่ ตราปัตโตนี่ ชาวอิตาลี พ้นจากตำแหน่งเมื่อปี 1998 นับแต่นั้นเป็นต้นมา โค้ชของพวกเขา ล้วนเป็นคนใน หรือมาจากแคว้นบาวาเรียเหมือนกัน อย่าง เฟลิกซ์ มากัธ, เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ และ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส
 แต่ความเปลี่ยนแปลงแบบสุดขั้วในตำแหน่งนายใหญ่ ได้มาเยือนบาเยิร์นอีกครั้ง กับการมาของ หลุยส์ ฟาน กัล ผู้ซึ่งเสกความสำเร็จให้ทีมเล็กๆ ในบ้านเกิดอย่าง เอแซด อัล์คมาร์ คว้าแชมป์พรีเมียร์ดัตช์แบบเหลือเชื่อ ไฮย์เกส ซึ่งส่งต่อตำแหน่งกุนซือ "เสือใต้" ให้ฟาน กัล ยังยอมรับว่า "เขาเป็นพวกที่รู้จักตัวเองดี และฉลาดอีกด้วย ผมคิดว่าเขาจะพาบาเยิร์น กลับมาคว้าแชมป์อีกครั้ง"
 เชื่อกันว่า บาเยิร์น ของ ฟาน กัล น่าจะเล่นในระบบกองหน้า 2 คน หลังการย้ายที่เป็นนักเตะสถิติแพงสุดของ มาริโอ โกเมซ กองหน้าทีมชาติเยอรมัน (มาจาก เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร หรือ 1,440 ล้านบาท) และ อิวิก้า โอลิช (มาจาก ฮัมบูร์ก เอสเฟา แบบไม่มีค่าตัว) เมื่อรวมกับของเก่าที่มีอยู่แล้วอย่าง มิโรสลาฟ โคลเซ่ และ ลูก้า โทนี่ ยิ่งทำให้ ฟาน กัล มีทางเลือกในการวางแท็กติกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบ 4-4-2 ที่มีกองกลางเป็นรูปปิรามิดกลับหัว หรือระบบ 4-2-2-2 ที่มีกลางรับคอยคุมเชิง 2 ตัวตามที่เขาถนัด

มาริโอ โกเมซ เจ้าของค่าตัว 30 ล้านยูโร


 ขณะตำแหน่งอื่นก็มีความสำคัญไม่น้อยเช่นกัน เมื่อ เซ โรแบร์โต้ นักเตะบราซิล ไม่ต่อสัญญา ทำให้บาเยิร์นต้องดึงกองกลางฝีเท้าชั้นยอดเข้ามา ไล่ตั้งแต่ อนาโตลี ทิโมชุค ผู้เล่นเชิงรับทีมชาติยูเครน, อเล็กซานเดอร์ เบาม์โยฮันน์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งของ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และ เอ็ดสัน บราฟไฮด์ ปีกซ้ายเชื้อสายซูรินาเม่ จาก เอฟซี ทเวนเต้ โดยการมาของรายหลัง ก็เป็นตัวอย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า ฟาน กัล นิยมใช้นักเตะจากชาติบ้านเกิดของตัวเอง เหมือนสมัยคุม บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ในลา ลีกา สเปน ช่วงปี 1997–2000 กับ 2002–03 ซึ่งมีนักเตะดัตช์ล้นทีม เช่น รุด เฮลป์, วินสตัน โบการ์เด้, มิเชล ไรซีเกอร์, โรนัลด์ เด บัวร์, ฟิลิป โคคู, เบาเดไวน์ เซนเด้น, พาทริค ไคลเวิร์ต, แฟร้งค์ เด บัวร์ และ มาร์ค โอเวอร์มาร์ส เรื่องนี้แม้แต่ อูลี่ เฮอเนส ผู้จัดการทั่วไปของบาเยิร์น ก็ยังยอมรับว่า "จะมีนักเตะฮอลแลนด์ 1 หรือ 2 คนย้ายเข้ามา"

เอ็ดสัน บราฟไฮด์ นักเตะดัตช์คนใหม่ของบาเยิร์น


 ความเปลี่ยนแปลงที่บาเยิร์นพร้อมจะเสี่ยงกับ ฟาน กัล ยังไม่หมดแค่นี้ เพราะนอกจากในสนามแล้ว ซุ้มม้านั่งสำรอง ก็มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เมื่อ แฮร์มันน์ แกร์ลันด์ กุนซือทีมสมัครเล่นของสโมสร ถูกฟาน กัล ดึงมาเป็นผู้ช่วย เคียงข้าง อันเดรียส ยอนเคอร์ อดีตผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร วิลเล่ม ทเว ในฮอลแลนด์
 อย่างไรก็ตาม โค้ชต่างชาติเหมือนเป็นอาภรรพณ์สำหรับบาเยิร์น เนื่องจาก 6 เทรนเนอร์ที่ไม่ใช่คนเยอรมัน ในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกาของทีม มีเพียง บรังโก้ เซเบ็ค จากอดีตสหพันธ์รัฐยูโกสลาเวีย, พาล แซร์ไน ชาวฮังการี และตราปัตโตนี่เท่านั้น ที่สามารถพิสูจน์ตัวเองด้วยการคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกาได้สำเร็จ
 ส่วน ซลัตโก้ ไชคอฟสกี้ โค้ชต่างชาติคนแรกของทีม จากอดีตสหพันธ์รัฐยูโกสลาเวีย ทำได้เพียงแชมป์เดเอฟเบ โพคาล และแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ ในทศวรรษที่ 60 ขณะ กูลา โลรันท์ อดีตกองกลางทีมชาติฮังการีชุดรองแชมป์โลกปี 1954 กับแชมป์โอลิมปิก เกมส์ ปี 1952 กลายเป็นโค้ชคนแรกในประวัติศาสตร์บาเยิร์น ซึ่งไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้เลย ก่อนโดนปลดในที่สุด เช่นเดียว โซเรน เลอร์บี้ อดีตกองกลางทีมชาติเดนมาร์ก ของบาเยิร์น ช่วงกลางทศวรรษที่ 80 ผู้กลับมาคุมค่ายเก่าในทศวรรษต่อมา นอกจากจะคว้าแชมป์ไม่ได้แล้ว ยังพาทีมตกรอบ 2 ในศึกยูฟ่า คัพ หลังแพ้ เอฟซี โคเปนเฮเก้น ทีมเก่าในประเทศบ้านเกิดของตัวเอง และเกือบทำให้สโมสรต้องตกชั้น หลังปิดซีซั่นด้วยอันดับที่เหนือกว่าโซนตกชั้นเพียง 5 แต้ม
 ต้องตามกันต่อไปว่า การเดิมพันกับโค้ชต่างชาติอีกครั้งของ เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง หลุยส์ ฟาน กัล จะลงเอยแบบใดกันแน่

โดย Narcissus

 

กลับไปที่ www.oknation.net