วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สำรวจ พื้นที่รอบพระธาตุม่อนพระยาแช่


วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2552 ผมนัดกับน้องติ๊ก และน้องปุ๊ ไว้ว่า จะไปสำรวจ พื้นที่ปลูกป่า 2 จุด คือ

1. บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำต้นต้อง ขึ้นไปเรื่อย ๆ และ

2. บริเวณ รอบ ๆ ภูเขาอันเป็นที่ตั้ง ของพระธาตุม่อนพระยาแช่ ซึ่งมีความสูง พอสมควร

สำหรับวันนี้ ขอเล่ารายละเอียดของพื้นที่บริเวณ รอบ ๆ ภูเขา อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุม่อนพระยาแช่ ก่อน เพราะมีรายละเอียดที่น่าสนใจมาก

เรา 3 คน ออกเดินทางจากในเมืองลำปาง ไปที่บ้านต้นต้อง ตอน 10 โมงเช้า โดยประมาณ ใช้เวลาที่บ้านต้นต้องประมาณ 2 ชั่วโมง ประมาณ เที่ยงวัน เราออกจากป่าเหนือบ้านต้นต้อง มายัง วัดม่อนพระยาแช่ ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 6 กม. (ทางอากาศ) และ 16 กม. (ทางถนน)

เส้นทางที่เราเดินสำรวจ เริ่มจากด้านข้าง โดยเริ่มจากทางขึ้นพระธาต แต่ไม่ขึ้น เราเดินเลาะ ออกไปทางขวามือ ตามลูกศรสีแดง ซึ่งเป็นด้านทิศใต้ ไปยังทิศตะวันออก ของพระธาตุ ซึ่งเป็นทางเดินเลาะเขาไปเรื่อย ๆ จนถึงสันสันอ่างเก็บน้ำ ขนาดย่อม ที่ตั้งอยู่ด้านหลังวัด หรือทิศตะวันออก ของพระธาตุ เมื่อสุดอ่าง ก็ปีนเขาขึ้นไปยังด้านหลัง ของพระธาตุ เพื่อดูสภาพของดินและต้นไม้ ตอนกลับ ก็ลงทางบันใดตามปกติ ต่อไปนี้เป็นภาพ ที่ไปลุยกันมาครับ

เมื่อออกเดิน จะพบกับความเขียวชอุ่มของต้นไม้ ที่ได้รับความชุ่มชื่นจากฝนที่ตกเกือบทุกวัน ที่พื้นทางเดินที่ทำเป็นขั้นบันใด จะมีตะไคร่น้ำเกาะเขียว ดูมีความสุขมาก อยากให้เป็นอย่างนี้ ทั้งปีเลย

 เส้นทางที่เราเดินไป ด้านซ้ายมือ คือที่พักสงฆ์ สร้างเป็นอาคารเล็ก ๆ เรียงรายรอบ ๆ ทางขึ้นพระธาตุ ส่วนด้านขวามือเป็นร่องเขา ที่เป็นทางใหลของน้ำ จาก อ่างเก็บน้ำ ห้วยโจ้ แต่ปัจจุบันปริมาณน้ำยังไม่มากพอที่จะล้นแนวกั้นน้ำครับ

รูปอ่างเก็บน้ำ "ห้วยโจ้" ที่ถ่ายมา ถ่ายตอนอากาศไม่ดีนะครับ กล้องก็ราคาถู๊กถูก ถ้าได้ไปนั่งเล่นริมอ่าง  บรรยากาศดีครับ

ภาพอ่างเก็บน้ำมุมนี้ มีแดดมาแล้ว

******

ต่อไปนี้ เป็นการผจญภัย แบบมือเปล่าครับ

ทางที่เราเดินขึ้นไป (เรียกว่าคลานดีกว่า เพราะทั้งลื่น และชันมาก) พื้นเป็นหินที่แตกเป็นก้อน ๆ พอเหมาะกำลังลื่น และประกอบกับความลาดชันค่อนข้างสูงมาก การขึ้นไปด้านหลังพระธาตุ เราจึงต้องเกาะต้นไม้บ้าง (ถ้ามี) ถ้าไม่มี ก็เกาะหญ้ากอเล็ก ๆ ที่เห็นในภาพหลาย ๆ ภาพ ซึ่งเป็นที่ยึดได้เป็นอย่างดีเลยครับ

ขึ้นไปได้สักพัก ต้องหยุด เพราะพักเหนื่อย โดยคนแรกยืนเอาขายันต้นไม้ไว้ อีกขาก้าวไปข้างบนให้คนอยู่ด้านบน เหยียบยันไว้ เพื่อกันลื่น

หญ้ากอเล็ก ๆ เขียว ๆ นั่นแหละครับ ที่ใช้ยึดเวลาคลานขึ้นไป

บางที่เดินขึ้นตรง ๆ ไม่ได้ เพราะชันและลื่นมาก เลยต้องเฉียงไป เฉียงมา

เห็นร่องน้ำนี้แล้วตกใจครับ เพราะเป็นร่องน้ำระหว่างภูเขาที่เป็นที่ตั้งของพระธาตุ กับภูเขาด้านทิศเหนือ มีร่องรอยการไหลเลื่อนของหินและดินมากองอยู่ตรงที่เห็น ตรงนี้เป็นตรงกลางภูเขานะครับ จะเห็นว่าดินเริ่มถล่มลงมาแล้ว

ดูด้านนี้ครับ ถ้าหญ้าเขียว ๆ ที่ขึ้นอยู่นั้น คลุมดินเต็มทั้งหมด น่าจะดีมาก แต่ปัจจุบันจะโดนไฟเผาหมดในฤดูแล้ง แล้วงอกขึ้นใหม่ตอนฤดูฝน บางส่วนก็หายไป เพราะดินพังทลาย ตอนถูกเผาแล้วฝนตกหนัก ๆ ดินก็จะไหลลงมา

ดูให้ชัด ๆ สภาพของดิน ไม่สามารถยึดเกาะกันได้ พร้อมที่จะไหลลงมากันน้ำฝนได้ตลอดเวลา

นี่คืออุปกรณ์ปินเขา ที่เราทั้ง 3 คนใช้ครับ หญ้ากอเล็ก ๆ เป็นช่วง ๆ ที่เกาะยึดลงไปในดินด้วยรากที่แน่นหนามาก

หลังจากผ่านสถานการณ์ตึงเครียดมาแล้ว ดูท่านั่งของน้องปุ๊ซิครับ น่าจะเดาได้ว่าเกือบหมดสภาพเลยครับ พอพักเหนื่อยได้ที่ก็รีบเข้าไปในโบสถ์ ไหว้พระทันที

พระธาตุม่อนพระยาแช่ ที่มีตำนานกล่าวว่า อายุนับ 1000 ปี พระธาตุองค์เก่านั้นทรุดโทรมมาก จึงสร้างองค์ใหม่ ครอบทับไว้ หรืออย่างไรไม่ทราบแน่นอน

พระประธานในโบสถ์ ด้านขวามือคือรูปปั้นของหลวงปู่ชาติ (รูปขยายอยู่ด้านล่าง)

หลวงปู่คือพระที่จำวัดอยู่ที่กุฏิบนพระธาตุนี้ ผมเคยมากราบท่านเมื่อปี 2530 ท่านบอกว่า ท่านขึ้น-ลง พระธาตุ ทุกวัน วันละหลายรอบ ตอนนั้นท่านก็อายุมากแล้ว ผมกลับมาลำปางอีกครั้ง ในปี 2533 มีคนบอกว่า ท่านมรณภาพแล้ว

สภาพกุฏิของหลวงปู่ ในปัจจุบัน ทรุดโทรม ไปมาก

ข้อคิด เตือนใจ ข้างกุฏิหลวงปู่ (น่าคิดนะ)

เตือนใจ

สภาพของป่าด้านขวามือ ของบันใดเวลาเราเดินลง มีไม้เล็กไม้น้อยขึ้นเต็มไปหมด หลวงพ่อ เจ้าอาวาสบอกผมว่า ป่าด้านนี้ ไม่ได้ถูกเผา เพราะพระและชาวบ้านช่วยกันดับไฟอยู่เรื่อย ๆ เดินลงมาเรื่อย ๆ เห็นต้นไม้ทึบดีครับ ไม้ใหญ่ก็โต ไม้เล็กก็โต ถ้าป่าไม่ถูกเผา

นี่คือสภาพของยอดเขาด้านตะวันออกของวัด บนยอดเขาไม่มีต้นไม้คลุมดินเลย อันตรายมาก ตรงนี้ คิดว่าจะรีบปลูกหญ้าแฝกโดยรีบด่วนครับ

ขอขอบคุณ

น้องทั้งสองคน(น้องติ๊ก-ซ้าย น้องปุ๊-ขวา) ที่ช่วยขึ้นมาปีนม่อนสำรวจพื้นที่ ทั้ง ๆ ที่น้องปุ๊ กลัวความสูงมาก

หลังจากได้ข้อมูลแล้ว ผมจะรีบนำรายละเอียดไปปรึกษาผู้รู้ ทั้งเรื่องของ

* การรักษาหน้าดิน

* การปลูกพืชคลุมดิน

* การป้องกันไฟป่า ในฤดูกาลที่เขาจะเผาป่ากันต่อไป

******* ขอขอบคุณ ทุกท่าน ที่เป็นกำลังใจ ครับ *********

โดย ดอยสูง

 

กลับไปที่ www.oknation.net