วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...พาเที่ยว “อิสตันบูล-ตุรกี” #1 ...


...พาเที่ยว “อิสตันบูล-ตุรกี” #1 ...

 

ก่อนอื่นพาเหินฟ้าไปกับสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (TK) แอบกระซิบบอกว่าแอร์ฯ การบินไทยดูดีกว่าเยอะเลย แถมมีเรื่องตลกๆ เล่าให้ฟังก่อนเลย  ก็ตอนทานอาหาร lady ก็ขอ orange juice ก็ได้มาแล้ว ที่นี้ lady ก็จะขอ water อีก แอร์ฯก็เอา orange juice มาให้อีกแก้ว งงเลย อีกครั้ง lady ก็ขอ water พอดีฝั่งที่ lady นั่ง แอร์ฯเค้าเดินไปแล้ว (นั่งตรงกลาง 4 ที่นั่งติด) ก็เลยขอกับแอร์ฯ อีกฝั่ง เค้ามองก่อนนะถามด้วยว่าใครขอ แล้วเค้าก็ไม่ให้เดินไปเลย งงเลย.. สงสัยคนละฝั่งห้ามให้ข้ามฝั่งกัน 555

แต่อย่างนะ โค-ตะ-ระ เมื่อยเลย ลองทายกันว่านั่งกี่ชั่วโมง...  = _ =”  ถ้านับชั่วโมงไม่ผิดก็แค่ 10 ชั่วโมงเอง เฮ้อ...บิดแล้วบิดอีก แต่ดีอย่างมีโทรทัศน์ส่วนตัวให้ดูแถมเล่นเกมส์ได้อีก

 

ถึงแล้วถึงแล้ว ขอบิดตัวก่อนนะ ถึงซะทีที่ท่าอากาศยานนานาชาติอะตาเติร์ก นครอิสตันบูล อดีต กรุงคอนสแตนติโนเปิล เมืองหลวงของอาณาจักรไบแซนไทน์ หรือโรมันตะวันออก (คุ้นๆ มั๊ย ตอนเรียนไง) ที่ยิ่งใหญ่กว่า 1,000 ปีก่อนจะแปรสภาพมาเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิออตโตมานในอีก 500 ปีถัดไป และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น นครอิสตันบูล วันนี้ lady จะพาไปชมเมืองทรอย (TROY) กันก่อน หลังจากทานข้าวเช้ากันเรียบร้อยแล้วก็นั่งรถไปท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ ก็ขึ้นไปกันทั้งรถนั่นแหละ (วันนี้จะใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างเยอะนะ) ก็จะผ่านช่องแคบดาร์ดาแนลส์ (DARDANELLES) ซึ่งเป็นช่องแคบอีกช่องแคบหนึ่งของตุรกีถัดจากช่องแคบบอสฟอรัส พอขึ้นมาก็ตรงเข้าสู่ เมืองชานัคคาเล่ (Canakkale)

 

วิวทิวทัศน์บ้านเมืองเค้า

ขอแวะทานข้าวเที่ยงก่อนนะ หลับๆ ตื่นๆ ตลอดเลย เมืองชานัคคาเล่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบดาร์ดาแนล จึงทำให้เมืองนี้เป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้า ตลอดจนชุมทางของการเดินรถและขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป นับตั้งแต่สุลต่านอาห์เมตที่ 2 ได้สร้างป้อมปราการขึ้นที่นี่เมื่อปี 1452 ชานัคคาเล่นั้นเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลป์ลิโปลี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบหน้าเข้าไปยังช่องแคบดาร์ดาแนลส์เพื่อยึดอิสตันบูลให้ได้ เพื่อบีบตุรกีถอนตัวออกจากสงครามโลก

และแล้วเราก็เดินทางเมืองทรอย (TROY) กันแล้ว ระหว่างทางบนรถก็จะเปิดหนังเรื่องทรอย ที่แบรดพีตต์แสดงให้ดูเพื่อเวลาเราชมเมืองทรอย จะได้จินตนาการถูก ที่เที่ยวนี้เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์นะ คือประมาณสุโขทัย อยุธยาบ้านเรา จะให้สนุกก็ต้องรู้จักประวัติศาสตร์กันก่อน เมืองทรอยเป็นเมืองของชาวกรีกที่มีชื่อเสียงอย่างมากมาตั้งแต่อดีตกาลเมื่อกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ที่เรารู้จักกันดีจากบทกวีของมหากวี “โฮเมอร์” (HOMER) เรื่อง “อีเลียต” (ILIAD) ที่บรรยายสงครามทรอยครั้งนี้ หรือเรียกกันว่า “สงครามโทรเจน” ตำนานเล่าว่ากษัตริย์โทรเจนพระนามว่า เพรียม (KINGPRIAM) แห่งทรอย มีลูกชายคนหนึ่งนามว่า “ปารีส” (PARIS) โหรทำนายว่าลูกชายคนนี้จะสร้างความยุ่งยากให้แก่เมืองทรอยจนต้องเสียบ้านเสียเมืองในที่สุด กษัตริย์เพรียมก็เลยเอาลูกของตนเองไปให้ชาวบ้านในป่าที่เขาโอลิมปิคเป็นผู้เลี้ยงไว้

เมื่อเติบโตขึ้นปารีสก็กลายเป็นชายหนุ่มรูปงาม อยู่มาวันหนึ่งเทพธิดา 3 องค์ ลูกสาวของเทพซีอุส ชื่อ เฮร่า (HERA) เอเธน่า (ATHENA) และอโพรไดท์ (APHRODITE) ซึ่งต่างแย่งชิงความเป็นคนสวยที่สุด เพื่อจะได้รับรางวัลแอปเปิลจากเทพธิดาเอริส (ERIS) นางทั้งสามลงมาจากวิมานและตรงเข้ามาถามปารีสว่าใครงามที่สุด เพื่อให้ปารีสเลือกตนเองเทพธิดาทั้งสามก็เสนอของตอบแทนให้ปารีสหากว่าเลือกตนเอง เฮร่าสัญญาว่า “จะทำให้ปารีสเป็นจักรพรรดิแห่งยุโรปและเอเชีย” เอเธน่าสัญญาว่า “จะทำให้เขาพิชิตประเทศกรีกให้ได้” แต่อโพรไดท์สัญญาว่า “จะยกผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกให้เขา” ปารีสเลือกอโพรไดท์ และผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกขณะนั้นก็คือ “เฮเลน” ซึ่งเป็นมเหสีของกษัตริย์เมเนลอส (MENELAUS) แห่งสปาร์ต้า

ต่อมาปารีสเดินทางไปหาเมเนลอสและได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเฮเลน ในจังหวะที่เมเนลอสออกจากเมืองไป ปารีสแอบพาเฮเลนหนีกลับทรอย เมเนลอสโกรธยกทัพตามมาหวังขยี้ทรอยให้แหลกแต่รบกัน 10 ปีก็ยังไม่แพ้ชนะ จึงคิดอุบายว่าจะยกทัพกลับทางเรือและทิ้งของขวัญให้แกทรอยชิ้นหนึ่งคือ “ม้าไม้ขนาดยักษ์” ชาวทรอยหลงเชื่อลากเอาม้าไม้นั้นเข้าเมือง ตกกลางคืนทหารของเมเนลอสก็ลงมาจากม้าไม้แล้วเปิดประตูเมือง และฆ่าชาวทรอยเสียสิ้น นั่นคืออวสานของทรอย หลังจากเราทราบประวัติศาสตร์มาทรอยกันแล้ว ก็เข้าไปชมเมืองกันเลยดีกว่า อ้อ...ใช้จินตนาการเยอะๆนะ

 

ตรงทางเข้าจะมีม้าไม้ขนาดยักษ์ตั้งอยู่ตัวหนึ่ง ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมไม่เห็นเหมือนกับที่เราดูในหนัง ก็เพราะว่าตัวนี้เป็นตัวที่ทางเมืองทรอยสร้างขึ้นเอง

 

เมืองทรอยที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมด 9 ชั้น คือจากเริ่มเดิมทีเป็นเมืองเล็กๆ ก็จะสร้างครอบกันไปแล้วแต่ยุคสมัย จนเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

 

ก็จะเห็นสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่

 

อันนี้เป็นบ้านคนที่สมบูรณ์ที่สุด จะมีเพียงผนังด้านเดียวที่เค้าทำใหม่ นอกนั้นของเดิม

 

เราจะยังสามารถมองเห็นแนวกำแพงของแต่ละชั้นได้อยู่ ก็จะมีป้ายบอกว่าแนวไหนเป็นของชั้นที่เท่าไร ที่เค้าสามารถขุดพบได้

 

ส่วนภาพนี้ เป็นประมาณลานซักล้าง อาบน้ำ จะเห็นมีบ่อน้ำ คือสมัยก่อนเค้าไม่มีห้องอาบน้ำในบ้านจะใช้รวมกัน

 

อันนี้เป็นบริเวณประตูเมือง ทางลาดนี้ไว้ให้รถม้าออกมาสู้รบ (ถ้าจำฉากในหนังตอนที่กษัตริย์เมเนลอส มาท้ารบแล้วพี่ชายของปารีสออกมารบด้วย ตรงนั้นแหละ)

 

ส่วนบริเวณนี้ คือ ส่วนของรัฐสภา ยังเห็นที่นั่ง ตอของเสา เสา และป้ายชื่ออยู่ครบเลย

 

จริงๆ แล้วเดินนานมาก แล้วก็ใหญ่นะ แต่คัดเอาเฉพาะเด็ดๆ มาให้ชม เดี๋ยวจะเบื่อกันซะก่อน ว่าเอากำแพง เสา ก้อนอิฐมาให้ดูทำไม ยังๆ ยังไม่หมด lady จะพาไปชมม้าไม้ยักษ์ ที่พวกเราคุ้นหูคุ้นตาที่มาจากในหนังก่อน ซึ่งหลังจากฮอลลีวู๊ด สร้างหนังเรื่องทรอย เสร็จก็ได้ยกม้าไม้ยักษ์นี้ให้กับเมืองทรอย ซึ่งเมืองทรอยได้นำไปตั้งไว้บริเวณท่าเรือ ใกล้ๆ กับที่เราขึ้นเรือมา เพราะฉะนั้นเราจะกลับไปดูม้าไม้กันที่บริเวณท่าเรือกัน

 

เจอแล้ว แอบมาอยู่ตรงนี้นี่เอง

 

ของที่ระลึกของเมืองทรอย

 

สรุปวันนี้ได้เที่ยวที่เดียว แต่ก็คุ้มนะเพราะไม่ค่อยมีใครได้มาเที่ยวที่นี่นะ (ก็เพราะมันไกลไง ถึงไม่ค่อยมีใครมา) ไว้ติดตามตอนต่อไปนะค่ะว่าจะพาไปชมที่ไหนต่อ

 

 

 

โดย lady

 

กลับไปที่ www.oknation.net