วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สัญชัย ชัยชนะของผู้(ไม่ยอม)แพ้


สัญชัย ชัยชนะของผู้(ไม่ยอม)แพ้

                                                1.

“ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยออกจากพื้นที่พิพาทและไม่ให้ข้องเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้อีก”
ใครคนหนึ่งพูดขึ้นหลังจากออกมาจากห้องพิจารณาคดี ก่อนที่ศาลยุติธรรมจะอ่านคำ
พิพากษาในคดีนี้ ผมเอาใจช่วยสัญชัย เพราะได้เห็นการทุ่มเทในการต่อสู้เพื่อปกป้อง
สิทธิของเขามานานหลายปี“ตกลงศาลตัดสินว่ายังไง” คำถามของสัญชัยดังขึ้น หลาย
คนมองหน้าเขาแล้วต่างก็บอกว่า “ช็อต”(เพี้ยน) รึเปล่า ทั้งๆที่นั่งฟังด้วยทำไมถึงไม่รู้
ว่าศาลตัดสินว่าอย่างไร แต่สำหรับผมไม่ได้คิดแบบนั้น ผมรู้ว่าเขาเข้าใจ แต่สิ่งที่พูด
เป็นการแสดงออกของคนที่พานพบกับความผิดหวังอย่างหนึ่งเท่านั้น 
                                                  2.

สัญชัยเชื่ออยู่เต็มหัวใจว่าบ้านของเขา ที่ดินของเขา ที่พ่อแม่ช่วยก่นสร้างมา เขามีความ  
ชอบธรรมที่จะพักอาศัยและเป็นเจ้าของมัน“มันเป็นของๆเรา เราก็ต้องปกปักษ์รักษามัน
เอาไว้ พ่อแม่ลำบากแค่ไหนกว่าจะได้มา ถ้าเราเห็นแก่ตัวเอาเงินที่นายทุนเขาเสนอมา
มันก็เท่าเราอกตัญญูต่อบุพการี” เขาบอกกับผมเช่นนี้เสมอแต่สำหรับคนอีกกลุ่มหนึ่งไม่
ได้คิดอย่างเดียวกับเขา เพราะพวกเขาเหล่านั้นจ้องแต่จะเอาผลประโยชน์ ทั้งๆที่รู้อยู่แก่
ใจว่าที่ดินที่ได้มานั้นได้มาโดยไม่ชอบธรรม และเป็นที่ของคนอื่น
                                               ******
สามปีผ่านมาแล้วที่ภัยพิบัติสึนามิได้ถาโถมเข้าชายฝั่งทะเลอันดามันของเมืองไทย
มันได้คร่าชีวิตคนไปมากมายเหลือเกิน ผลพวงของคลื่นที่บ้าคลั่งนั้นส่งผลกระทบต่อคน
ที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างใหญ่หลวง หลายร้อยหลายพันครอบครัวต้องขาดผู้นำ ขาดพ่อขาดแม่
ขาดลูกและบุคคลอันเป็นที่รัก บางครอบครัวต้องเหลือสมาชิกเพียงหนึ่งเดียว เมื่อต้องอยู่
อย่างลำพังความรู้สึกต่างๆนานาถาโถมเข้าใส่ ความเศร้าโศกและความเดียวดายมันเป็น
เรื่องยากเกินที่ใครจะเข้าใจ“เรื่องบางเรื่องเราไม่สามารถจะไปแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้
จะทำได้ก็แค่เพียงเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงนั้นๆ”  ครั้งหนึ่ง
ผมเคยพูดกับสัญชัยเช่นนี้ เขาบอกว่าเห็นด้วยกับคำพูดของผม  แต่ก็ไม่วายที่จะทิ้งน้ำ
เสียงสร้อยเศร้าลงในหัวใจของผู้เข้าใจชีวิตด้วยปากอย่างผม  - “แต่ในความเป็นจริงแล้ว
คนที่เสียพ่อแม่ เสียเป็นเสาหลักของ         ครอบครัวไปพร้อมๆกันมันเป็นเรื่องยากที่จะ
ทำใจได้”  ห้วงยามนั้นผมได้ก่นด่าตัวเองว่าต่อไปให้ทิ้งกว้าง “ประโยคสำเร็จรูป”  ที่จำๆ
คนอื่นมาพูดเสียบ้าง
                                                ******
เมื่อครั้งที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ สัญชัยเห็นพวกท่านต่อสู้เพื่อผืนแผ่นดินที่อยู่อาศัยอย่างเต็มกำลัง
วันนี้เมื่อไม่มีพวกเขาอยู่แล้ว เขาจึงบอกกับตัวเองว่าจะต้องสานต่อการต่อสู้เรื่องคดีความ
ที่พ่อแม่ต่อสู้มาตลอดหลายปี เพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้เพื่อจะตอบแทนคุณของ
พวกท่านแน่นอนว่าในสังคมหนึ่งๆเมื่อมีมากคนก็มากความ ความคิดของแต่ละคนย่อม
แตกต่างกันไป เพื่อนบ้านหลายคนเลือกที่จะทับถมเมื่อรู้ว่าสัญชัยแพ้คดี “บอกแล้วว่าสู้ไปก็แพ้
แล้วยังจะดื้อสู้ต่ออีก” !!!!เขาไม่โกรธ หรือต่อว่าผู้คนเหล่านั้น เขารู้ว่ากำลังทำอะไร และคิดว่า
ถ้าคนเราไม่ยอมต่อสู้เพราะกลัวแพ้ โอกาสชนะก็ไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ถ้าลองสู้ดูสักตั้ง ประตู
สู่ชัยชนะก็ยังเปิดแง้มรออยู่เสมอ

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต่อสู้กับมันอย่างไม่ย่อท้อ แม้บางห้วงเวลาความสับสน ความฟุ้งซ่าน
จะแผ่ปกคลุมหัวใจ แต่เขาก็ยังยืนหยัดสู้ แม้รู้ว่าเหลือเพียงลำพัง
                                              ******
ปัจจุบัน มีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวว่าคนฆ่าตัวตายเพราะตกงาน อกหักรักคุด
ไม่สมหวังในรักและอื่นๆอีกมากมาย มันเป็นความจริงที่เกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
แต่สำหรับสัญชัย เขาไม่เคยคิดเช่นนั้น ครั้งหนึ่งผมเคยถามว่าเคยคิดแบบนั้นบ้างไหม
เขาตอบผมอย่างหนักแน่น “คนเราก็ต้องตายกันทุกคน แล้วจะรีบไปไหน สู้เอาเวลาที่
เหลืออยู่ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นและสังคมดีกว่า” ถ้าผมเองไม่ได้รู้จักและ
เคยพูดคุยด้วยตัวเอง นี่อาจเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าเป็นคำตอบของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง -
เด็กหนุ่มที่ผู้คนบ้านใกล้เรือนเคียงต่างก็บอกว่า เป็นนักเลงหัวไม้ รักสนุกไปวันๆ 
และไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหากบทเรียนชีวิตหลังคืนวันแห่งคลื่นยักษ์สึนามิ
ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นคนละคน
                                               3.
ผมถามสัญชัยว่าจะเอายังไงเมื่อเขาแพ้คดี  เขาบอกว่าจะยังยืนหยัดที่จะต่อสู้เพื่อรักษา
สมบัติที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้กับเขาต่อไป เขาไม่อยากจะได้สมบัตินั้นมาเพื่อตัวเองทั้งหมด
เพียงแต่ตั้งใจเอาไว้ว่าเมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลงและเขาเป็นฝ่ายชนะคดีเขาอยากจะยกที่ดิน
ส่วนหนึ่งเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันนั่น - ทำผมได้รู้จักและสัมผัสกับตัวตน
ของชายผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อนายทุนบ้าเลือดในมิติที่ลึกกว่าเดิมเข้าไปอีกแน่นอน
ด้วยบทบาทหน้าที่ทางการงาน ผมรู้จักกับเขาเพราะเข้าไปช่วยเรื่องคดีความ ทว่า ห้วง
ยามนี้ผมรู้สึกว่าเขาได้สอนบทเรียนและหัวใจแห่งการต่อสู้ชีวิตให้กับผมอย่างใหญ่หลวง
ผมนึกไปถึงวันแรกๆที่พบกับชายร่างเล็ก ผอมเกร็ง ผิวเกรียม ผู้นี้  นึกๆไปแล้วช่าง
แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับขนาดหัวใจที่ใหญ่กว่าใครๆหลายๆคน !

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net