วันที่ เสาร์ มิถุนายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บางน้อยคอยรัก


บางน้อยคอยรัก

อ้างอิง - ภาพ http://bangnoikoyrak.multiply.com/

มีเรื่องหนึ่ง

ที่ผมหลงลืมไปนาน

คิดวนไปวนมาอยู่หลายเดือน

กว่าจะได้มีโอกาสเขียน ได้มีโอกาสบอกเล่าถึงความประทับใจบางสิ่ง ยิ่งได้เห็นผลที่เกิดขึ้นจากชีวิตของใครคนหนึ่ง ที่ผมมักเรียกเสมอว่าเป็น เพื่อน เป็นคนรู้จัก เป็นศิลปิน เป็นคนถ่ายภาพ และเป็นอีกมากมายในชีวิตของเขา ที่เขามักบอกว่าเป็นอะไรก็ได้ หรือหลายครั้งที่เขามักบอกกับเพื่อนและคนรอบข้าง ว่าเป็นคนธรรมดาที่มีลมหายใจดีกว่า

สมิทธิ ธนานิธิโชติ เป็นช่างภาพ

และผมรู้จักเขาเนิ่นนาน

ก่อนที่จะเป็นช่าง

ก่อนที่จะเป็นคนรังสรรค์ภาพถ่ายมากมาย ให้ใครต่อใครได้อบอุ่นใจ ยามมองภาพ เห็นความหลัง หรือเห็นความรู้สึกในเบื้องหลังภาพถ่ายมากมาย ผมเคยเห็นเขาในท่ามกลางความเงียบ จำได้ว่าเห็นชายหนุ่มคนนี้ครั้งแรก บริเวณตึกกิจกรรม ธรรมศาสตร์ เห็นหลายครั้งในสิ่งที่คู่กับชีวิตเขา เมื่อมีกล้องถ่ายภาพ Fm2 ติดตัวอยู่เสมอ

ผมเห็นเขา

และจดจำสิ่งเหล่านั้น

ด้วยความหมั่นไส้ด้วยความรำคาญใจ

ในหลายครั้งที่เห็นว่า เขาช่างมีโลกส่วนตัวที่ยากเกินกว่าจะเข้าใจ บ่อยครั้งก็แกล้งแซว บ่อยครั้งก็แกล้งบ่น และบ่อยครั้งก็แกล้งประชดประชัน แม้จะเป็นการเปิดเผย ผมก็ชื่นชมที่จะทำให้เขารู้ ถึงสิ่งที่น่าหมั่นไส้ในสายตาของผม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยามที่ความเงียบของชีวิตเขา และนิสัยใจคอที่เขาเป็น ได้ทำให้หญิงสาวมากมายชื่นชม หรือแอบชื่นชอบ

ใครต่อใครในรุ่น นอกรุ่น รุ่นหลังหรือรุ่นก่อน

ต่างขับขานถึงความโรแมนติค

ในความเงียบของชายคนนี้

และผมเป็นคนหนึ่งในผู้ชายหลายคน ที่ต่างเฝ้าประชดประชัน หมั่นไส้ ขบขัน อิจฉา กระทั่งต้องขอโอกาสหารือเป็นครั้งคราวในวงสนทนายามค่ำคืน แม้เขาจะไม่ค่อยเปิดโอกาสนักก็ตาม เพราะผมไม่ค่อยเห็นเขาดื่มน้ำกลั่นจากธัญพืชสีอำพัน หรือกระทั่งระยะหลัง

ที่เขาเริ่มดื่ม

แต่ผมก็ไม่ค่อยมีโอกาส

จะได้ล้วงความลับและความลึกที่เป็นเสน่ห์

ยิ่งในยามที่ได้สร้างคำนิยม หรือสร้างความนิยมพรึงเพริศให้เกิดกับประดาหญิงสาวทั้งหลาย ทั้งรอบรั้วธรรมศาสตร์ รอบรั้วจุฬาฯ เกษตรฯ รามคำแหง ลาดกระบัง พระนครเหนือ หรือที่ใดใดก็ตาม ที่ใครต่อใครได้มีโอกาสเห็นเขา ได้เห็นเขาเดินเข้าออก อยู่ในแวดวงสัมมนา อยู่ในป่า อยู่ในห้องเรียน อยู่ทางเดินระหว่างตู้รถไฟ อยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง หรือบนหลังคารถ

ผมเริ่มพบชายหนุ่มคนนี้ ในพื้นที่นอกเหนือตึกกิจกรรม

ผมพบเขากลางเวทีชุมนุมของชาวบ้าน

เห็นเขาในวงสัมมนาพูดคุย

และเห็นบทบาทของเขา หลังจากผ่านชุมนุมอนุรักษ์ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเป็นประธานชุมนุมอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  หรือกระทั่งเริ่มต้นกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ ที่ครั้งหนึ่งผมเคยเชื่อว่า เขาจะไม่ทำ เขาจะไม่แบกรับภาระเหล่านี้ หรือกระทั่งคิดไปเองว่า ชายหนุ่มที่ชอบสะพายกล้อง เดินใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์รองเท้าแตะ พร้อมกระเป๋ากล้อง คงไม่สนใจเรื่องรอบตัว

แต่เขากลับสนใจ

เขาสนใจการเดินป่าและผู้คน

สนใจการถ่ายภาพและการคุยแบบเงียบๆ

และผมเริ่มเห็นบทบาทในช่วงหนึ่งของชีวิตเขา ที่ยืนอยู่เคียงข้างพ่อใหญ่แม่ใหญ่ พ่อแม่พี่น้องจากมากมายต่างถิ่น จากปากมูล จากแก่งเสือเต้น จากดงใหญ่ จากลำแซะ หรือจากหลากหลายถิ่นฐานทั่วประเทศไทย ที่กำลังเดือดร้อนจากสงครามแย่งชิงทรัพยากรในบ้านเรา

ผมเห็นเขาในบทบาทใหญ่ของชีวิต

ท่ามกลางความเงียบแวดล้อม

เพราะเขาเป็นคนเงียบ

ผมจำไม่ได้ว่า เขารับตำแหน่งใดใน คณะกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม 16 สถาบัน อาจจะเป็น เลขาฯ หรือ รองเลขาฯ ก็ตามแต่ แต่ผมรู้ว่าเขาทำงานอย่างมากและทำงานอย่างหนัก ท่ามกลางความคาดหวังของใครต่อใครมากมาย ท่ามกลางสิ่งที่เรียกว่าความเลวร้ายของนโยบายรัฐ ที่กระหน่ำเข้ามาในท่ามกลางน้ำตาของผู้คน

จนวันหนึ่ง

เมื่อชีวิตผันผ่านไป

ชีวิตเขาก็ต้องเดินทางไปสู่ทางเลือก

สู่หนทางที่ชีวิตต้องแบกรับภาระ ต้องเป็นชีวิตในท่ามกลางความคาดหวัง ในท่ามกลางภาระชีวิตที่ต้องพิสูจน์ตัวตน ว่าจะอยู่จะกินอย่างไร จะเป็นไปในทิศทางใด และจะต้องบอกกล่าวว่า ชีวิตเบื้องหน้านั้น จะรับผิดชอบสิ่งใด ระหว่างความฝันความจริง ความคาดหวัง ความเป็นตัวของตัวเอง ความมุ่งมั่นของชีวิต หรือคำพูดจากเสียงของผู้คนรอบข้าง

สำหรับสายตาที่เห็นใครสักคน เติบโตแวดล้อมชีวิต

ในยามที่ผมนับเส้นผมหงอกบนหัว

และเห็นรอยตีนกาที่เพิ่มขึ้น

ชีวิตของเขาที่ผ่านการพิสูจน์ จากคนเขียนสารคดี ถ่ายภาพ ทำนิตยสาร ทำสำนักพิมพ์ ทำโปสการ์ด และทำผลงานนิทรรศการภาพถ่าย และอีกมากมายหลากหลายเรื่องราวที่เขาได้ทำ ผมยังคงเห็นยังคงรับรู้เรื่องราว และบ่อยครั้งที่อดอิจฉาในแต่ละความฝันของเขาไม่ได้ บางครั้งบางเรื่องราวเขาทำได้ แต่ผมทำไม่ได้ และบ่อยครั้งที่ผมบอกว่า สิ่งที่ผมทำ เขาก็ทำไม่ได้

หลายอย่าง

ในท่ามกลางคำอิจฉา

และรอยยิ้มที่เพื่อนจะมีให้กัน

ผมชอบที่จะหยิบยกชีวิตเขามาพูดคุยกับเพื่อนฝูง หยิบยกเขามาล้อเล่น หรือได้มีโอกาสทักทายเขา ในยามที่พุงของเขาเริ่มใหญ่ขึ้น มีนิทรรศการภาพถ่ายมานานหลายปี มีผลงานสารคดี ภาพถ่ายสารคดี ผลงานตีพิมพ์เป็นหนังสือแต่ละเล่มที่ผ่านไปในแต่ละปี หรือรับรู้เรื่องราวการเดินทางอันมากมายของเขา จากเมืองเล็กเมืองน้อยสู่ภาพถ่ายในเมืองใหญ่

ผมเห็นรอยทางและรอยเท้าในชีวิตเขา

กระทั่งเห็นความเปลี่ยนผ่าน

เมื่อเขาเริ่มต้นพิสูจน์

และกำหนดจุดยืนของชีวิตในท่ามกลางความใฝ่ฝันมากมาย เหมือนเช่นมิตรสหายรอบตัวรอบตนของเขา เขาเริ่มต้นจากโฮมสเตย์เล็กๆ กลางวังน้ำเขียว จากใบกล้วยป่ากลางพื้นที่แวดล้อม เห็นคำนำทักทายจากหน้าหนังสือของ สำนักพิมพ์ บูรพา วายุ เห็นทั้งนามปากกาของเขา และเห็นทั้งชื่อจริงเสียงจริงของเขา ที่เพิ่มเติมมาพร้อมภาพถ่ายและงานเขียน

ผมเริ่มเห็น

ในบทพิสูจน์ด้วยชีวิต

ชีวิตช้าช้า ที่เดินช้า พูดช้า แต่กลับหนักแน่น

เขาช้าแต่มาก่อนเรื่องเล่าของ อาหารช้าช้า มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของคนหนุ่มสาวมากมายหลายคนในแผ่นดินแห่งนี้ ที่เริ่มต้นตั้งคำถามกับเมืองใหญ่ ที่ทางขนาดใหญ่ ความเร่งรีบ คำถามถึงชีวิตที่เริ่มต้นถามหาความสุข และที่ชอบที่ชอบ ขณะที่ยังมีลมหายใจของชีวิต ขณะที่ความใฝ่ฝันยังดำรงอยู่ในหัวใจ และอยู่แวดล้อมสิ่งที่เชื่อในชีวิต

ระยะหลัง ผมเริ่มเห็นเขาในแง่มุมน่าอิจฉา

เหมือนเช่นเมื่อครั้งอิจฉาเสน่ห์หนุ่ม

ในทุกครั้งที่เขาไม่ตั้งใจโปรย

ยิ่งปีหลังๆของชีวิต ในท่ามกลางความใฝ่ฝันของเขา ผมเห็นเขาในบทบาทของเจ้าของกิจการ บางน้อยคอยรัก โฮมสเตย์ และบ้านในชีวิตของเขา เห็นข้อเขียนเห็นภาพถ่ายใน วารสารฉบับเล็กเล็กของเมืองแม่กลอง อัมพวา ในนามของ มนต์รักแม่กลอง และเห็นอีกมากมายของความนุ่มนวลเล็กเล็ก แต่น่ารักในภาพถ่ายของ สมิทธิ ธนานิธิโชติ ชายหนุ่มที่ชอบถ่ายภาพ

วันนี้ ผมเริ่มคิดถึง

จังหวะก้าวของเพื่อนคนหนึ่ง

ผ่านเสน่ห์และสีสันของภาพถ่าย

วันนี้ผมคิดถึง เพื่อน

หมายเหตุ : ภาพถ่าย โดย สมิทธิ ธนานิธิโชติ เรื่องเล่าของมุมแห่งสายตา และมุมแห่งสายน้ำ ในห้องของบ้านหลังเล็ก บางน้อยคอยรัก ริมคลองบางน้อย เมืองอัมพวา ด้วยพื้นที่ในชีวิตและผลงานมากมายที่เขาได้ส่งผ่านภาพถ่าย จากหัวใจและดวงตาในชีวิตของ สมิทธิ ธนานิธิโชติ

ท่านสามารถติดตามความงดงามได้จาก http://bangnoikoyrak.multiply.com/ หรือ สามารถไปเยี่ยมชม จิบน้ำชากาแฟ หรือแวะนั่งแวะนอน ในบรรยากาศของบ้านไทยริมคลองบางน้อย ด้วยมุมมองของชีวิตคนหนุ่มคนหนึ่ง ที่ทำให้โลกแห่งนี้ ไม่ต้องหมุนเร็วจนเกินไป หรือ จนเกินงาม

โดย Kati

 

กลับไปที่ www.oknation.net