วันที่ อังคาร มิถุนายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คมชัดลึก คว้ารางวัลยอดเยี่ยม สิทธิเด็ก ยูนิเซฟ 2550



'คมชัดลึก' คว้ารางวัลยอดเยี่ยม สิทธิเด็ก
ยูนิเซฟ
2550

จากข่าว "ปัญหาแม่วัยทีนล้นสลัม" อดีตนายกฯ อานันท์
หวังสื่อมวลชนไทยพัฒนาทำ ข่าว เชิงคุณภาพมากขึ้น

ผลการประกวดรางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวส่งเสริมสิทธิเด็ก ประจำปี 2550 หรือ Best Child Rights Reporting Awards 2007 จากสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ผลปรากฏว่าข่าว "ปัญหาแม่วัยเด็กถูกทอดทิ้งในสลัมทั่วกรุงเทพฯ" ของทีมข่าวรายงานพิเศษ "คม ชัด ลึก" ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวดข่าวประเภทสื่อหนังสือพิมพ์ โดยมีพิธีมอบรางวัลเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 20 พฤศจิกายน ณ ห้องบอลรูม โรงแรมเซ็นจูรี่ ปาร์ค ซึ่งถือเป็นวันสิทธิเด็กสากล หรือ Universal Children's Day

ส่วนรางวัลชมเชยประเภทสื่อหนังสือพิมพ์ ได้แก่ สารคดีเชิงข่าวเรื่อง "Right to Play" จากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และข่าว "พลิกปูม-ตีแผ่...ปัญหาเรื้อรัง 4 แสนชีวิต เด็กไร้สัญชาติ" จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ส่วนรางวัลข่าวประเภทสื่อโทรทัศน์ ไม่มีรางวัลยอดเยี่ยม มีเพียงรางวัลดีเด่น ซึ่งผลงานเรื่อง "แม่ใจยักษ์" ของสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวีคว้ารางวัลนี้ไปครอง สำหรับรางวัลชมเชย ได้แก่ ข่าวเด็กพิการกับโอกาสทำงานจากสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ข่าวเด็กจมน้ำตายจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 และข่าวโรงเรียนไร้สัญชาติ... มิตรภาพไร้พรมแดน จากสถานีโทรทัศน์ โมเดิร์นไนน์ ทีวี

รางวัลข่าวประเภทสื่อวิทยุกระจายเสียง มีเพียงรางวัลชมเชย 2 รางวัล คือ ข่าวกลุ่มลูกเหรียงต้นกล้าที่รอวันผลิบาน โดยสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับข่าวเรื่องโรงเรียนในฝันของเด็กพลัดถิ่น ของสำนักข่าวไทย ส่วนรางวัลข่าวประเภทหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ ข่าวสถานศึกษาขาดล่ามภาษามือของ หนังสือพิมพ์ลานมะพร้าว มหาวิทยาลัยบูรพา คว้ารางวัลยอดเยี่ยมไปครอง และรางวัลชมเชย ได้แก่ ข่าวระวังสนามเด็กเล่นอันตราย ของหนังสือพิมพ์หอข่าว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กับข่าวโลกใบใหญ่ของคนตัวเล็ก หนังสือพิมพ์สื่อมวลชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีและทูตพิเศษ ยูนิเซฟประเทศไทย ประธานการมอบรางวัล กล่าวว่า เด็กเกิดมาในสังคมเป็นเด็กบริสุทธิ์ แต่ตอนนี้เด็กไทยถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจมากขึ้น ทำให้ความรู้สึกและอนาคตของเด็กกลุ่มนี้หมดไป สังคมและสื่อมวลชนต้องส่งเสริมแล้วช่วยกันทำให้เด็กกลุ่มนี้ปลอดภัย จากการถูกทำร้าย โดยเฉพาะสื่อมวลชนควรเสนอและพัฒนาเนื้อหาให้ผู้อ่านได้เกิดความรู้ความเข้าใจและปกป้องสิทธิเด็กทุกๆ คน และหวังอย่างยิ่งว่าสื่อมวลชนไทยจะให้ความสนใจทำข่าวเชิงคุณภาพมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปีนี้เป็นปีแรกนับตั้งแต่มีการจัดการประกวดข่าวและสารคดีเชิงข่าวส่งเสริมสิทธิเด็กเกิดขึ้นเมื่อปี 2546 ที่มีผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม โดยที่ผ่านมามีแค่รางวัลชมเชยเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นประเภทโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง หรือแม้แต่สื่อหนังสือพิมพ์

อย่างไรก็ตามปีนี้ก็มีเพียงประเภทสื่อหนังสือพิมพ์เท่านั้น ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ "คม ชัด ลึก" ส่วนอีกสองประเภทที่เหลือได้รับแค่รางวัลชมเชย

นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา กล่าวว่า การประกวดรางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวส่งเสริมสิทธิเด็ก ประจำปี 2550 ได้รับการสนับสนุนจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ทั้งนี้ การจัดประกวดเริ่มขึ้นครั้งแรกในปี 2546 แต่ถือเป็นปีที่ 2 ซึ่งจัดภายหลังรับโอนภารกิจมาจากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่างๆ สนใจส่งผลงานเข้าประกวดมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา ซึ่งคณะกรรมการตัดสินรางวัลประเภทต่างๆ ได้แก่ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนด้านเด็ก ฯลฯ โดยรางวัลชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 5 หมื่นบาท ส่วนรางวัลชมเชยรางวัลละ 2 หมื่นบาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

นอกจากพิธีมอบรางวัลแล้ว ยังมีเวทีอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ "การทำข่าวด้านสิทธิเด็ก" ซึ่งผู้ได้รับรางวัลประจำปี 2550 เข้าร่วมอภิปรายพร้อมกับคณะกรรมการตัดสินข่าว โดย น.ส.พรรณี อมรวิพุธพนิช ทีมข่าวรายงานพิเศษ "คม ชัด ลึก" ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศข่าวส่งเสริมสิทธิเด็กประเภทสื่อหนังสือพิมพ์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำข่าวเด็กทั่วประเทศไทย ทั้งเด็กกำพร้า เด็กติดเอดส์ เด็กไร้สัญชาติ เด็กหนีภัยความตายจากพม่า ฯลฯ ทำให้รู้ว่าผู้คนส่วนใหญ่รับรู้ข่าวสารจากสื่อต่างๆ ว่าปัจจุบันเด็กมีสิทธิด้านใดบ้าง เช่น การคุ้มครองแรงงานเด็ก การคุ้มครองเด็กถูกละเมิดทางเพศ สิทธิเด็กพิการ สิทธิด้านการศึกษา ฯลฯ แต่มีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะเข้าใจ และตระหนักถึงความหมายของ "สิทธิเด็ก" อย่างแท้จริง


"ที่ผ่านมาเครือเนชั่นมีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริม สร้างความรู้ และการตระหนักถึงสิทธิเด็กในทุกด้านเพื่อให้ผู้ใหญ่ในสังคมเกิดความรู้สึกร่วมกันว่า เป็นหน้าที่ของพลเมืองที่จะต้องดูแลและ
ไม่ละเมิดสิทธิของเด็ก โดยส่วนตัวแล้วคาดหวังแค่ให้ผู้ใหญ่ช่วยปกป้องสิทธิของเด็กๆ ทุกคนที่เขาเจอ เหมือนกับที่เขาปกป้องสิทธิตัวเอง ตอนนี้บรรณาธิการ "คม ชัด ลึก" มีความเห็นร่วมกันว่า จะนำเงินรางวัลชนะเลิศทั้งหมด 5 หมื่นบาท มาจัดตั้งเป็นกองทุนช่วยเหลือแม่วัยเยาว์ในสลัม โดยมีจุดประสงค์ให้เด็กกลุ่มนี้สามารถกู้ยืมเงิน โดยไม่เสียดอกเบี้ย เช่น เป็นทุนประกอบอาชีพ ค่านมลูก ฯลฯ ซึ่งเบื้องต้นอาจมอบให้คณะทำงานโครงการอาสาดูแลแม่วัยเยาว์ในสลัมช่วยดูแล" น.ส.พรรณี กล่าว

ทั้งนี้ รายงานข่าว "ปัญหาแม่วัยเด็ก...ถูกทอดทิ้งในสลัมทั่วกรุงเทพฯ" ตีพิมพ์อย่างต่อเนื่อง 7 ตอน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2550 เพื่อสะท้อนปัญหาของเด็กวัยรุ่นหญิง ที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดคลองเตยและชุมชนแออัดอื่นๆ ใน กทม.ซึ่งกำลังประสบปัญหาหลังจากต้องกลายเป็นแม่ตั้งแต่วัยเยาว์ เช่น ต้องหยุดเรียนหนังสือ มีปัญหาเรื่องสุขอนามัย และส่วนใหญ่จะถูกทอดทิ้งให้เลี้ยงดูลูกน้อยตามลำพัง ทั้งๆ ที่ไม่มีเงินหรือรายได้อื่น จากการนำเสนอข่าวทำให้หน่วยงานรัฐและองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้อง ตั้งคณะทำงาน ขึ้นมาช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้อย่างเร่งด่วน เช่น ศูนย์บริการสาธารณสุข 41 สำนักกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว สน.ท่าเรือ มูลนิธิดวงประทีป มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม รวมถึงทีมวิจัยจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ออกสำรวจปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มแม่วัยเยาว์ในเขตคลองเตยที่ประมาณการว่า มีการตั้งครรภ์ถึง 700 คน ภายใน 4 เดือน

ส่วนรางวัลข่าวประเภทสื่อโทรทัศน์ ซึ่งผลงานข่าวเรื่อง "แม่ใจยักษ์" ซึ่งออกอากาศในรายการ
จุดชนวนความคิด ของสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวีคว้ารางวัลดีเด่นไปครองนั้น ออกอากาศเมื่อเวลา 23.00-24.00 น.วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2550 ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี (ช่อง 9) ซึ่งข่าวดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของผู้หญิงหลังคลอด,ผู้หญิงที่ต้อง เลี้ยงลูกเล็กๆ ว่ามีปัญหาอย่างไรบ้าง เพื่อสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นกรณีเกิดเรื่องราวของแม่ทำร้ายลูก, แม่ฆ่าลูก ทั้งนี้เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาและหาทางป้องกันอันตรายที่สุดท้ายแล้วจะเกิดขึ้นกับเด็ก

ทั้งนี้ข่าวเรื่อง "เม่ใจยักษ์" เกี่ยวพันกันทั้งประเด็นในเรื่องของสิทธิเด็ก และประเด็นผู้หญิง เรื่องของความเป็นแม่ เพราะเป็นความพยายามในการที่จะเจาะลึกเข้าไปให้เห็นถึงปัญหาของแม่ที่ทำร้ายลูก แม่ที่ฆ่าลูก ว่าแท้จริงแล้วมีสภาพ มีบริบทของปัญหาอย่างไร เนื่องเพราะปัญหาดังกล่าวเชื่อมโยงไปถึง ปัญหา เรื่องการละเมิดสิทธิเด็ก การทำร้าย/ การฆ่าเด็ก ฯลฯ เป็นการทำให้สังคมเห็นว่าถ้าสังคมเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น และหาทางป้องกัน ก็จะเป็นการช่วยเหลือไม่ให้เด็กถูกทำร้าย หรือถูกฆ่า

โดย A.punnee

 

กลับไปที่ www.oknation.net