วันที่ พุธ พฤษภาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทัวร์สุขภาพ แม่น้ำนครชัยศรี


ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ รายสัปดาห์ BizWeek เดือนพฤศจิกายน 2547

ภาพ: สราวุธ สุวรรณรักษ์

รพ.หลวงพ่อเปิ่น จังหวัดนครปฐม นำจุดแข็งที่เป็นสถานพยาบาลซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยหมอและพยาบาลมาผนวกกับความสวยงามทางธรรมชาติของแม่น้ำนครชัยศรี สร้างสรรค์เป็นธุรกิจ "ทัวร์สุขภาพ" จากปีแรกมีลูกค้าเพียง 100 ราย แต่ปีถัดมาลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 800 ราย เป้าหมายปีหน้าสร้างรายได้นับล้านบาท

สุขภาพดี ใครๆ ก็อยากได้ ถึงยุคนี้การดูแลสุขภาพกลายเป็นกระแสสังคม ดังนั้นหากใครคิดโมเดลธุรกิจ ที่สอดคล้องไปกับกระแสดังกล่าวเชื่อว่าโอกาสที่จะประสบความสำเร็จเป็นไปได้สูง

"ทัวร์สุขภาพ" ของ โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นตัวอย่างของการทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม ทั้งๆ เป็นโรงพยาบาลของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

อย่างไรก็ตามโรงพยาบาลแห่งนี้ได้นำจุดแข็งที่มีความพร้อมด้านบุคลากร ทั้งแพทย์ และ พยาบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ มาคิดรูปแบบทัวร์จากโจทย์ "สุขภาพดีถ้วนหน้า" ตามนโยบายภาครัฐว่า ทำอย่างไรคนไทยจึงจะมีสุขภาพดี โดยใช้ยุทธวิธี "สร้างนำซ่อม" คือ สร้างเสริมสุขภาพให้ดีก่อนที่จะป่วยไข้ต้องหามเข้าโรงซ่อม กระนั้น แพ็คเกจสุขภาพที่ทางโรงพยาบาลริเริ่มเดินหน้ามาได้เกือบสองปี กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทุกที แถมทำรายได้ให้โรงพยาบาลเป็นกอบเป็นกำ

น้ำค้าง ศรีไต่ขำ พยาบาลวิชาชีพ รับผิดชอบงานด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์โครงการทัวร์สุขภาพโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น ยอมรับว่างานนี้อาศัยเกาะกระแสใส่ใจสุขภาพโดยแท้ เริ่มต้นรวมปี 2541 ครั้งนั้นทางโรงพยาบาลแค่จัดบริการดูแลสุขภาพแผนไทย ประเภท นวด ประคบ อบสมุนไพรซึ่งก็ได้รับความสนใจจากชาวชุมชนมารับบริการกันวันละไม่ต่ำกว่า 30 คน

"ตอนนั้นมีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่สนใจเรื่องการดูแลสุขภาพแผนไทย แล้วไปเรียนจนกลับมาให้บริการได้ พอมีคนสนใจมาใช้บริการกันมากขึ้น เราถึงได้ส่งคนไปอบรมเพิ่ม" เธอบอกว่า นั่นถือเป็นมิติใหม่ที่ประชาชนในพื้นที่บริการของโรงพยาบาล

ชุมชนขนาด 30 เตียงแห่งนี้ ชักชวนกันมาโรงพยาบาลทั้งที่ไม่ได้เจ็บป่วยชูจุดขาย "แม่น้ำนครชัยศรี"

ถึงต้นปี 2546 ดูแล้วแนวโน้มกิจกรรมดูแลสุขภาพน่าจะไปได้ดี ทางโรงพยาบาลจึงเริ่มหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะจัดโปรเจคสุขภาพอย่างเป็นกิจจะลักษณะมีการไปดูงานที่โรงพยาบาลดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ที่นั่นมการจัดทัวร์สุขภาพแบบ 3 วัน 2 คืน มีการจัดตรวจเช็คสุขภาพ นวดแผนไทย แล้วพาเที่ยวตลาดน้ำ

กลับมามองจุดเด่นของที่นี่ น่าจะอยู่ตรงการมีแม่น้ำนครไชยศรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญรวมถึงตลาดน้ำลำพญาที่อยู่ไม่ไกลทีมงานจึงเกิดแนวคิดจัดทัวร์ โดยดึงจุดขายที่การพาลูกทัวร์ล่องลำน้ำนครไชยศรีพร้อมทำกิจกรรมสุขภาพ

กิจกรรมช่วงแรก จัดแบบ 3 วัน 2 คืน โดยปรับห้องพักผู้ป่วยซึ่งเคยถูกปล่อยรกร้าง เนื่องจากมีผู้มาใช้บริการมไม่เต็มจำนวนให้กลายเป็นห้องพักรับรองเรียบง่ายเน้นความสะอาด จัดมาได้สักระยะ หลังสำรวจความคิดเห็นผู้มาให้บริการ จึงปรับแพ็คเกจจนมาลงตัวที่ทัวร์สุขภาพแบบ 1 วันเต็ม

ดีไซน์หลากหลายกิจกรรม

นัดพบกันที่โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น ตอนเจ็ดโมงเช้า จากนั้นลูกทัวร์ลงทะเบียน ก่อนรับบริการตรวจสุขภาพ ประกอบด้วยการตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ปอด ฯลฯ จากนั้นร่วมรับประทานอาหารเช้าออกแนวสุขภาพสายๆ คณะทัวร์เคลื่อนตัวจากโรงพยาบาลไปลงแพกันที่ท่าน้ำวัดบางพระแวะกราบพระเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนจะลงแพล่องไปตามลำน้ำนครชัยศรี ด้วยระยะเวลาร่วมหนึ่งชั่วโมง

กิจกรรมสุขภาพบนแพประกอบด้วยการนวดแผนไทย นวดเท้า แล้วรับฟังความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ ด้วยตัวเองอย่างง่าย ๆ หรือใครอยากจะลงมือลงไม้ทำส้มตำอาหารสุขภาพประจำชาติที่ทางเจ้าหน้าที่จัดเตรียมเครื่องปรุง-อุปกรณ์ไว้ให้ก็ยังได้บางคนเลือกครวญเพลงกล่อมเพื่อนร่วมกรุ๊ปทัวร์ โดยทางโรงพยาบาลเตรียมเครื่อง
เล่นคาราโอเกะไว้พร้อมสรรพ

แพสุขภาพลอยตัวไปถึงตลาดน้ำวัดลำพญา พอดีเวลาเที่ยง ได้เวลาอาหารกลางวัน ลุกจากแพไปรับประทานอาหารสุขภาพเน้นเมนูผักปลอดสารพิษและปลา กอ่นจะเดินชมตลาดและเลือกข้าวของที่ชาวบ้านนำมาวางขาย อิ่มใจกับการจับจ่ายแล้วเดินกลับแพ เพื่อพักผ่อนนอนนวดรอบบ่ายกันอีกครั้ง

กลับถึงโรงพยาบาลอีกที พอดีผลตรวจสุขภาพรอบเช้าแล้วเสร็จ ใครผลตรวจออกมาว่าสุขภาพดีก็สบายใจกลับบ้านได้ ส่วนใครพบจุดใดที่เป็นปัญหาก็สามารถพบแพทย์ปรึกษาพยาบาลกันได้ตามอัธยาศัยจัดทีมงานพร้อมเดินเครื่อง

กว่าจะจัดทริปลงตัวอย่างนี้ได้ต้องอาศัยการวางแผนและเตรียมการไม่น้อย น้ำค้า ศรีไต่ขำ ผู้รับผิดชอบงานการตลาดและประชาสัมพันธ์เล่าให้ฟังว่า ต้องมีการทำงานกันเป็นทีม โดยขั้นต้น ระดมบุคลากรจากทุกส่วนของโรงพยาบาลตามความสมัครใจ

ได้ผู้จัดการโครงการมาหนึ่งคน ได้แก่ หทัยรัตน์ ศรีอนิชิต หนึ่งในพยาบาลวิชาชีพของทางโรงพยาบาล เพื่อดูแลภาพรวมของโครงการนอกนั้นแบ่งเป็นทีมงานด้านการวางแผนและประเมินผล ด้านการเงิน ฝ่ายปฎิบัติงานและด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

ดีไซน์แพ็คเกจแล้วเสร็จ จะเดินหน้าได้จริงต้องอาศัยการประสานงานกับทั้งภาครัฐและเอกชน น้ำค้างยกตัวอย่างให้ฟังอย่างเรื่องแพ ระยะแรกใช้เรือกระแชง แต่พบว่ามีโครงสร้างปิดทึบทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการความโปร่งสบาย ต่อมาจึงเปลี่ยเป็นแพที่มีเรือยนต์ลากจูงแทน ปูเบาะนวดได้สูงสุดราว 30 เบาะ แต่ถ้ากำลัง
ดีแล้วทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ด้วยก็น่าจะอยู่ที่ 10-15 เบาะ

"เราติดต่อไปทางตลาดน้ำลำพญา เขามีแพไว้บริการท่องเที่ยวอยู่แล้ว เราขอเช่าเป็นรายวัน ซึ่งกิจกรรมเราจัดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ค่าเช่าวันละ 3,000 บาท) พร้อมกันนั้น ก็ให้ตบลาดลำน้ำพญา ซึ่งมีเอกชนเป็นผู้ดูแลร้านค้าร้านอาหารให้ช่วยจัดเตรียมอาหารกลางวันไว้ให้ลูกทัวร์ได้รับประทานเมื่อเดินทางไปถึงโดยเน้นกันเป็นพิเศษ ว่าขอเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ

หมอพยาบาลกับงานมาร์เก็ตติ้ง

ด้านการตลาด ในช่วงต้น เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นคนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการเพราะสะดวกในการทำตลาดเป็นกลุ่มๆ

"ระยะแรกเน้นเจาะกลุ่มบุคลกร กลุ่มครูหรือผู้สูงอายุซึ่งเราสามารถไปนำเสนอบริการกับลูกค้าที่โรงเรียนได้เลย" น้ำค้าให้ข้อมูลด้านการประชาสัมพันธ์ เมื่อคิดจะขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่ลูกค้านอกพื้นที่ ทางโรงพยาบาลเลือกใช้วิธีไป
ออกบูทตามงานแฟร์สุขภาพที่จัดโดยกรมส่งเสริมการส่งออก หรือกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการอาศัยสื่อมวลชนที่เริ่มให้ความสนใจมานำเสนอข่าวเป็นการประชาสัมพันธ์ให้กิจกรรมเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น

จุดแข็งที่เป็นจุดขายสำคัญของทัวร์สุขภาพโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น แน่นอนว่าอยู่ตรงกลุ่มผู้จัดกิจกรรมเองที่เป็นคนจากสายงานด้านสาธารณสุขซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้มารับบริการได้เป็นอย่างดี

รายได้ดี-สุขภาพดีถ้วนหน้า

ถ้าถามถึงผลตอบรับ หทัยรัตน์ ศรีอนุชิต พยาบาลวิชาชีพ ผู้จัดการทัวร์สุขภาพเปรียบเทียบให้ดูว่า จากในปีแรกที่อยู่ในช่วงของการลองผิดลองถูกและปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงาน ตัวเลขผู้เข้าร่วมทัวร์ตลอดทั้งปีอยู่ที่ราว 100 คน

เมื่อเข้าสู่ปีที่สอง ซึ่งแพ็คเกจถูกดีไซน์ค่อนข้างลงตัว จำนวนผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 700-800 คน อย่างต่ำสำหรับผู้ที่ร่วมทริปโดยไม่เข้าโปรแกรมตรวจสุขภาพ รายจ่ายอยู่ที่ 599 บาทต่อคน แต่ถ้าเลือกซื้อทัวร์พร้อมแพ็คเกจเช็คสุขภาพค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จคนละ 1,399 บาท ถือว่ารายรับจากโครงการทัวร์สุขภาพของโรงพยาบาลอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

ในปี 2548 ทางโรงพยาบาลกำหนดเป้าหมายว่าจะเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมทัวร์สุขภาพอีกไม่น้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยหวังให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ซึ่งแน่นอนว่ากิจกรรมยังมีศักยภาพจะขยายตัวได้ จากเดิมที่จัดทริปเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ แต่ถ้าเพิ่มรอบวันธรรมดาก็ย่อมจะรองรับลูกทัวร์ได้จำนวนมากขึ้นอีก

"คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพ ทั้งที่ปัจจุบันต้องยอมรับว่าในชีวิตประจำวันที่เร่งรีบเรายากจะหลีกเลี่ยงการบริโภคที่เสี่ยงกับการเกิดโรคร้าย ไม่ว่ามะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง กิจกรรมที่ทางโรงพยาบาลจัดขึ้นจึงมีส่วนอย่างมากในการดึงคนให้มาตรวจเช็คร่างกาย และสนใจเรื่องของการดูแลสุขภาพมาก
ยิ่งขึ้น" น้ำค้าง ศรีไต่ขำ ผู้รับผิดชอบด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ให้ความเห็นต่อ

โครงการทัวร์สุขภาพที่จัดขึ้น เป็นอีกโครงการที่ไปได้ดีกับกระแสรักสุขภาพแห่งยุคสมัย ในฐานะโรงพยาบาลของรัฐ ทีมงานยืนยันว่างานนี้บรรลุเป้าหมายสร้างสุขภาพดีถ้วนหน้า และถ้ามองในแง่มาร์เก็ตติ้งต้องเรียกว่าเวิร์กสุดๆ

โดย rachada

 

กลับไปที่ www.oknation.net