วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

_/***\_5 ศพแล้ว..เมื่อวาน อะไรคือ..ตื่นตูม..? อะไรคือ..รู้จักป้องกัน...??


ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ตื่นตูม ถึงเมื่อวาน ปาเข้าไป 5ศพแล้ว  " ไม่ต้องกลัว คนมีโรคอยู่แล้ว หรือคนอ้วนเท่านั้นที่ตาย" ..??
     ทุกวันนี้ ก็ยังไม่เห็นการป้องกันอะไรในสาธารณะชน ที่เข้มงวดกว่าเดิม
การใช้ผ้าปืดปากยังคงถูกมองว่าเป็น ผู้ที่ตื่นตูม  กลัวตาย   (เหมือนเดิม)
.
ผู้ที่ไอจามให้น้ำมูก น้ำลายฟุ้งกระจายในที่สาธารณะ ยัง ทำได้หน้าตาเฉย   (ก็ยังเหมือนเดิม)
พอคนข้างหน้า ไอ-จาม1ที คนที่อยู่ข่างหลังก็สูดอากาศ เอาน้ำมูก น้ำลายเข้าไปเต็มปอด
ผ้าเช็ดหน้า ไม่ว่า หญิง-ชาย เดี๋ยวนี้จะไม่พกกันแล้ว มัน เชย ไม่สะดวก ยิ่งผู้ชายจะดูไม่เป็น แมน
                        ที่จริงแล้วเราควรทำให้เป็นนิสัย เป็นวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเกิดโรคระบาดหรือไม่
.
ตื่นตูม กลัวตาย คือ ไม่กล้าออกจากบ้านไปทำมาหากิน  ไม่กล้าใช้ชีวิตให้เป็นปรกติ
.
รู้จักป้องกันคือ  รู้จักป้องกันตัวเอง เมื่อรู้ว่าตัวเองอาจแพร่เชื้อให้ผู้อื่น  หรือรู้จักป้องกันตัวเองไม่ให้ผู้อื่นแพร่เชื้อมายังเรา  แล้วดำเนินชีวิตตามปรกติ
.
                  ไม้อ่อนดัดง่าย     แต่....คนนั้น..ดัดยาก

***\_ในบางสถานการณ์ เชื่อไหมว่า.. ผ้าปิดหรือMask สามารถสะท้อนความรับผิดชอบ-จิตสำนึก ต่อสังคมได้ Posted by ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ , ผู้อ่าน : 35 , 06:48:38 น.  
พิมพ์หน้านี้


(ภาพทั้งหมดไปคว้ามาจากเวบผู้อื่น)


ช่วงนี้ขึ้นรถเมล์ มักจะได้ยินเสียงไอจามบนรถ  บางครั้งเขาก็นั่นติดกับเรา

ยิ่งเป็นรถปรับอากาศด้วยแล้ว  ยังไม่เคยเห็นผู้ที่ไอจามคนไหนใช้ผ้าปิดปาก หรือแม้แต่ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก-จมูกเวลาไอจามเลย (พอดีอายุเกินเกณฑ์มากแล้วจึงไม่ทราบว่าในสถาบันกวดวิชาเขาเป็นอย่างไร)

 แต่กลับเห็นคนที่ไม่ได้เป็นอะไร(ส่วนน้อยนิด)กลับเป็นฝ่ายปิดปาก ปิดจมูกเสียเอง

   มันหาได้เป็นสิ่งที่น่าอับอายไม่ ผ้าปิดปากผืนหนึ่ง คงไม่ต้องใช้เงินมากมายไปซื้อหา     ในขณะที่ละอองน้ำมูก น้ำลายก็ฟุ้งกระจายไปทั่วรถปรับอากาศให้ผู้อื่นเขาสูดดมเข้าไป...

 ข่าวการแพร่กระจายของโรคมีจำนวนเพิ่มขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน

     อีกไม่นานจะมีการแสดงดนตรีย่านหัวหมาก คาดว่า มีคนจำนวนมากต้องไปรวมตัวกันอยู่ที่นั่น

      คงเหมือนเดิม    ที่จะได้เห็นคนอีกจำนวนไม่น้อยที่มักง่าย ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ชอบความสบาย ปล่อยเชื้อแพร่กระจาย โดยที่ไม่ละอายต่อสายตาคนอื่น 

และคนอีกจำนวนไม่น้อยที่สุขภาพแข็งแรงไม่ชอบป้องกันตัวเอง การใช้ผ้าปิดหรือMask กลายป็นตัวประหลาด

**แล้วยังมีบางคนออกมาให้สัมภาษณ์ TV ด้วยนะว่าผ้าปิดปากใช้ได้ผลกับคนที่แพร่เชื้อ   ปิดไม่ให้น้ำมูกน้ำลายแพร่กระจาย  ส่วนคนไม่เป็นปิดไปก็ไร้ผล

ขอถามว่า แล้วคุณหมอ ทำไมยังต้องใช้ผ้าปิดปากอยู่อีก..............

แล้วใคร....จะเป็นใคร...ที่คุณเลือกได้....???


วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน 2552
_/**\_อยากจะยื่นผ้าปิดปาก ให้คน ไอ - จาม บนรถปรับอากาศสาธารณะ แต่...เกรงจะถูกตะบันหน้ากลับมา (แล้วจิตสำนึกอยู่ที่ไหน)
Posted by ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ , ผู้อ่าน : 86 , 12:14:29 น.  
พิมพ์หน้านี้


เสียง ไอ-จาม บนรถปรับอากาศสาธารณะ  เขาก็นั่งเฉยผ้าปิดปาก ก็ไม่มี  เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น     สายตาทุกคู่ต่างจ้องมองเขาเป็นตาเดียว

แล้วเสียงไอ-จามก็เริ่มคุ้นหูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  อากาศก็หมุนวนอยู่บนรถคันนั้น ผลัดกันสูด-ดม  ....... คุณภาพชีวิต.......

คนที่ใช้ผ้าปิดปาก กลับไม่ใช่เป็นผู้แพร่เชื้อ แต่ต้องป้องกันตัวเอง

คนที่เข้าข่ายไม่สบาย แพร่เชื้อ ไม่ใช้ผ้าปิดปาก  ไม่มีจิตสำนึกในการควบคุมตัวเองตัวเองไม่ให้แพร่เชื้อ    เป็นภาพที่สัมผัสได้ง่ายในชีวิตประจำวัน

ทำไมจึงได้กลับหัวกลับหางกันแบบนี้  ที่จริงมนุษย์ออกจะฉลาด .....

   คิดอยู่เหมือนกันว่า บนรถสาธารณะควรมีผ้าปิดปาก บังคับจำหน่าย ใครไอ-จาม ก็บังคับให้ซื้อคาดปากกันบนรถเดี๋ยวนั้นเลย   (แต่ใครจะเป็นผู่ริเริ่ม) 

 ครั้นเราจะซื้อไว้หลายๆผืน แล้วจะยื่นให้เขาฟรีๆ  ก็เกรงจะถูกชก เพราะหาว่าไปดูถูกเขาอีก    

อยากให้ใครที่รับผิดชอบในการควบคุมโรคลองไปนั้งรถสาธารณะดูสิ

***อะไรเอ่ย  คนคาดไม่ได้ไอ   คนไอไม่ได้คาด*****

 โอ๊ยๆ อึดอัด ฝันร้าย....นี่ขนาด ใช้คาดหัวนะฮับ ปากไม่คาด

โดย ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ

 

กลับไปที่ www.oknation.net