วันที่ พุธ พฤษภาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โลกทะเล ทำมือ


ว่าด้วยไอเดียน่ารักๆ ที่ลงตีพิมพ์ใน 'จุดประกาย' หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เดือนมีนาคม 2547
ภาพ: ธัชดล ปัญญาพานิชกุล

ตอนไปเรียนดำน้ำครั้งแรกเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว พิวัฒน์ นพหิรัญ ไม่ได้นึกหรอกว่าสารพัดสัตว์ทะเลและสิ่งมีชีวิตนานาชนิดในโลกใต้น้ำ จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจนถึงทุกวันนี้ ตอนนั้นเขาแค่รู้สึกรักทะเล
"พอลงไปแล้วมันเหมือนอีกโลกหนึ่ง น่าตื่นเต้นมาก อยู่ๆ เราก็ลอยได้ และหายใจทางปาก ไม่มีอะไรเลยนอกจากเสียงหายใจของตัวเอง" เป็นโลกภายในที่เขาได้สัมผัสกับอีกด้านตรงหน้า คือฉากท้องทะเลหลากสีสัน ที่สร้างความตื่นตาให้กับคนเรียนศิลปะอย่างเขาเอามากๆ
จนถึงวันที่เรียนสำเร็จ แล้วเริ่มมองหาอนาคต ตั้งต้นจากโจทย์ที่ว่า ถ้าไม่อยากเป็นลูกจ้างตามบริษัท ก็ต้องสร้างงานของตัวเอง พิวัฒน์ตอบโจทย์ด้วยความรู้ที่ร่ำเรียนมาทางด้านศิลปะ บวกกับกระแสที่ของแต่งบ้านงานทำมือกำลังบูม แล้วเติมความต่างด้วยไอเดียสร้างสรรค์จากอารมณ์รักทะเล
พิวัฒน์บอกว่า เริ่มต้นที่เจ้าเต่าตัวเล็ก ปั้นเป็นตัวด้วยเซรามิกเคลือบสี ส่วนกระดองใช้เทียนไข เพื่อให้จุดไส้และเปลี่ยนใหม่ได้เมื่อเทียนหมด เขาลองผิดลองถูก และลองตลาดแบบไม่เป็นกิจจะลักษณะอยู่เป็นปี เพื่อจะพบว่ามีเสียงตอบรับเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะจากลูกค้าชาวต่างชาติ
"คนไทยขี้เสียดาย ไม่กล้าจุดเทียน คือเห็นหลังเต่าสวย แล้วก็อาจจะไม่อยากซื้อกระดองมาเปลี่ยนใหม่"
เทียนหลังเต่าเป็นงานชิ้นแรกที่เขารัก เพราะถือเป็นจุดสตาร์ท ก่อนที่ไอเดียจะแตกกระจายเป็นงานอีกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟ จาน ชาม ถ้วยกาแฟ แจกัน ที่รองสบู่ เชิงเทียน ที่เสียบนามบัตร ฯลฯ รวมแล้วนับได้เกิน 50 แบบ ซึ่งทุกชิ้นงานล้วนอยู่ภายใต้คอนเซ็ปท์ 'ทะเล'
PN Essence of Blue เป็นชื่อแบรนด์ ที่บ่งบอกถึงผลิตภัณฑ์โดยการออกแบบของ Piwat Nophirun
พิวัฒน์ได้แรงบันดาลใจจากทะเลอยู่เป็นระยะ เขายังดำน้ำอยู่เสมอ และติดตามนิตยสารต่างๆ ที่มีเนื้อหาและรูปภาพสารพัดสัตว์ทะเลให้เป็นตัวแบบ ทั้งรูปร่างและสีสัน เขาล้วนลอกเลียนจากท้องทะเล
"คนมักจะคิดถึงทะเลว่าต้องเป็นสีขาว อาจจะนึกถึงหาดทราย หรือปะการัง ที่จริงปะการังสีขาว คือปะการังที่ตายแล้ว ใต้ทะเลจริงๆ สีมันสุดยอด สีสะท้อนแสงยังมีเลย บางสีเราทำไม่ได้ด้วยซ้ำ"
ถึงอย่างนั้น พิวัฒน์ก็เอาใจคนที่คุ้นกับทะเลขาวๆ ด้วยการออกงานที่เป็นเซ็ตสีสะอาดๆ อยู่บ้าง เช่น โคมไฟรูปปะการัง หรือชุดถ้วยชามที่แต่งด้วยปูปลาตัวน้อยๆ ที่ครองใจลูกค้ายาวนาน ผลิตออกมาเท่าไรก็ขายได้ เห็นจะเป็นเจ้าปลาปักเป้าตาโปน พิวัฒน์บอกว่า เขาคิดงานนี้ด้วยแรงบันดาลใจด้านลบ
"เห็นที่เขาชอบเอาปลาปักเป้ากลมๆ มาแขวนกัน ดูแล้วไม่ชอบ มันเหมือนซากศพ ไม่เห็นสวยเลย" ปลาปักเป้าของพิวัฒน์ออกแนวการ์ตูนล้อ ตาโปนๆ ปากกลมๆ ท่าทางอารมณ์ดี พอๆ กันกับปลา ปู กุ้ง เต่า และนกนางนวล ที่แต่ละตัวล้วนออกอาการเป็นมิตร
งานละเอียดๆ ที่ถึงขั้นแสดงอารมณ์ของสัตว์ทะเลแต่ละตัว ย่อมมาจากเหตุผลของการเป็นงานทำมือ แต่ละชิ้น เริ่มจากการคิดต้นแบบ ที่พิวัฒน์ลงมือด้วยตัวเองทุกชิ้น ชิ้นต่อๆ ไปค่อยพอส่งให้คนอื่นช่วยได้บ้าง แต่งานทำมือ ก็คืองานที่อาศัยเวลา ต้องปั้นดินทีละนิดละหน่อย ทยอยติดแปะปะหนามปลาปักเป้าทีละอัน ปั้นปูปั้นปลา แต้มหน้า แต่งสี แล้วค่อยเอาไปอบร้อน
"ยากทุกขั้นตอนครับ ตั้งแต่เริ่มปั้น ความหนาบางก็ไม่เท่ากันแล้ว ไม่เหมือนงานหล่อที่มีโมเดล พอเราทำมือ มันก็อบลำบาก ต้องคุมอุณหภูมิกันมากๆ อบ 10 ชิ้น ใช้ได้สัก 6-7 ชิ้นถือว่าโอเคแล้ว"
ตอนนี้ พิวัฒน์เพิ่มทีมงานเป็น 6-7 คน เขาบอกว่า งานปั้นเปรียบเหมือนลายมือ แม้จะมีต้นแบบเดียวกัน แต่ๆ ละคน ก็มีเส้นสายลายมือที่แตกต่างกันกระทั่งคนเดียวกัน เซ็นชื่อสิบครั้งก็ใช่จะเหมือนกันทุกครั้ง
เหล่านี้คือเสน่ห์และราคา (ที่แพง) ของงานแฮนด์เมด พิวัฒน์บอกว่า งานของเขาเพิ่งเริ่มต้น เขายังสนุกกับการออกแบบแต่ละชิ้นงาน ค่อยๆ คิด ทยอยลงมือทำ ซึ่งกินสัดส่วนของเวลาที่จะใช้เพื่อการคิดวางแผนด้านการบริหารและการตลาดไปไม่น้อย ถึงอย่างนั้น อาศัยแค่งาน 'บิ๊ก' ที่กรมส่งเสริมการส่งออก จัดขึ้นเป็นประจำปีละ 2 ครั้งไว้เป็นโชว์รูม เพื่อรับออเดอร์ต่างประเทศ ได้งานมาแต่ละครั้ง เขาและชาวคณะก็ต้องกลับมาผลิตงานกันมือเป็นระวิง
"ในอนาคตคงต้องขยายงาน ต้องคิดเรื่องปรับระบบการผลิตให้เร็วขึ้น ซึ่งเมื่อทำไปเรื่อยๆ เราจะเริ่มรู้วิธีว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง"
วันนี้ พิวัฒน์เลยประดิดประดอย ค่อยๆ คิด ค่อยๆ สร้างโลกทะเลหลากสีสันของเขาขึ้นมา ..อย่างมีความสุข

โดย rachada

 

กลับไปที่ www.oknation.net