วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำกะปิกินกัน..ไม่ยากอย่างที่คิด


ตอนนี้เวลาจะซื้ออะไรกินสักทีก็มักจะคิดในใจว่าสิ่งที่เราจะซื้อมากินนั้นจะผสม

อะไรบ้างหนอ จะมีสารกันบูดเยอะหรือเปล่า จะใส่ผงชูรสไหม แล้วคนทำจะใส่

สิ่งแปลกปลอมอะไรลงไปบ้างก็ไม่รู้...เชื่อว่าหลายๆคนก็คงคิดไม่ต่างไปจากนี้

เพราะปัจจุบันนี้หลายๆคนเริ่มหันมาห่วงและเอาใจใส่ในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น...

....กะปิคือเครื่องปรุงอย่างหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ประกอบหรือนำมาเป็นส่วนผสม

ของอาหารที่หลายๆคนชื่นชอบได้มากมายหลากหลาย  หรือบางคนในสมัยเด็กๆก็

มักชอบเด็ดมะม่วงเปรี้ยวจากต้นหลังบ้านแล้วนำมาเฉือนบางๆจิ้มกินกับกะปิ...

รสเปรี้ยวของมะม่วงมันช่างเข้ากันดีเสียเหลือเกินกับรสเค็มๆอันหอมของกะปิ...

......กะปิที่ดีต้องมีกลิ่นที่หอม ไม่คาว ไม่เค็มจนเกินไป และที่สำคัญต้องไม่มีสิ่ง

เจือปนใดๆทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นผงชูรส สารกันบูด หรือแม้แต่สีผสมอาหาร....กะปิที่

ดีจะเป็นสีออกม่วงๆซึ่งต้องเป็นสีที่เกิดตามธรรมชาติของกุ้งหรือเคยเท่านั้น

.....ตั้งแต่จำความได้ที่บ้านไม่เคยต้องซื้อกะปิมากิน กะปิที่กินอยู่ตั้งแต่เกิดจนถึง

ทุกวันนี้เป็นกะปิที่คูณแม่ทำขึ้นมาเอง.....คุณแม่ทำกะปิกินกันในครัวเรือนมาตั้งแต่

คุณแม่ยังเด็กๆ...นี่ก็ราวสัก60ปีเห็นจะได้ ...อาจเป็นเพราะว่าบ้านอยู่ติดคลองมั้ง

เลยทำให้มีวัตถุดิบหลักในการทำกะปิตลอดทั้งปี...คนโพหักส่วนใหญ่ก็ทำกะปิกิน

กันเองภายในครัวเรือน

.....แต่ปัจจุบันนี้ความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำคลองในโพหักลดลงอย่างเห็นได้

ชัดจึงส่งผลให้พืชน้ำ สัตว์น้ำที่เคยมีอยู่มากก็ลดจำนวนลงเช่นกัน  ดังนั้นตอนนี้

เวลาจะทำกะปิก็ต้องหาซื้อวัตถุดิบเอาเพราะหาเองไม่ได้ตามธรรมชาติแล้ว....

               วัตถุดิบหลักในการทำทำกะปิที่ว่านี้ก็คือกุ้งฝอย..ซึ่งเป็นลูกกุ้งที่อาศัยอยู่

ในน้ำจืด..ตามกอสาหร่ายโดยเฉพาะสาหร่ายหางกะรอก...ในสมัยก่อนแค่เอาสวิง

ช้อนใต้กอสาหร่ายก็จะได้กุ้งฝอยเยอะมาก...แต่มาปัจจุบันแทบจะไม่มีกุ้งฝอยใน

คลองหลงเหลืออยู่เลย...

.....นอกจากจะใช้กุ้งฝอยในการทำกะปิแล้วบางพื้นที่ของประเทศไทยก็ใช้กุ้งเคย

เป็นวัตถุดิบหลักในทำกะปิ......ซึ่งถ้าเทียบดูแล้วกะปิที่วางขายตามท้องตลาดส่วน

มากจะทำมาจากกุ้งเคย......แต่ไม่รู้ว่ารสชาติจะเหมือนกันไหม...เพราะเคยกินแต่

กะปิที่ทำมาจากกุ้งฝอยเท่านั้น....

มาดูวิธีทำกะปิกันดีกว่า...

1.หาซื้อกุ้งฝอยมาแล้วนำมาล้างคัดเอาพวกเศษหินหรือสิ่งแปลกปลอมออกให้

หมด ล้างสัก3-4 น้ำ

2.ตวงกุ้งในอัตราส่วน  กุ้ง8ส่วน เกลือ 1ส่วน เกลือที่ใช้ก็เป็นเกลือเม็ด (ปกติก็ใช้

ถ้วยใบเล็กๆตวงเอา)

3.หลังจากตวงเสร็จแล้วก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน  ...หาครกมา1ใบแล้วลงมือโครกตำ

ให้กุ้งกับเกลือละเอียดและเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน(ตำไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุดพัก

ไม่ต้องกะว่าจะตำจนละเอียดน่ะเพราะเดียวต้องมาบดอีกทีโดยใช้เครื่องปั่นพริก

ทั่วไป)

  ครกใบนี้อายุไม่ต่ำกว่า20ปี

 

4.หลังจากตำจนกุ้งกับเกลือรวมกันเป็นเนื้อเดียวกันแล้วก็ตักใส่กะละมังหรือถาดก็

ได้  แล้วนำไปตากแดดสัก5วัน  ที่ตากแดดก็เพื่อให้แห้งและเป็นการหมักไปในตัว

5.หลังจากนั้น5วันกะปิจะเริ่มส่งกลิ่นหอม เนื้อกะปิจะออกสีม่วง และเนื้อกะปิจะ

แห้งซึ่งผิดกับวันแรกที่เนื้อกะปิจะค่อนข้างแฉะ  หลังจากนี้ก็นำกะปิมาปั่นให้

ละเอียดโดยใช้เครื่องปั่นพริกทั่วไป ถ้าไม่มีเครื่องปั่นก็ใช้ครกนั่นแหละตำอีกรอบ

จนเนื้อกะปิละเอียด

6.นำไปตากอีก 5 วัน เพื่อให้แห้งอาจะใช้ทัพพีตักเนื้อกะปิพลิกไปมาเพื่อให้แห้ง

ทั่วถึงหลังจากเนื้อกะปิแห้งแล้วก็ตักใส่ภาชนะที่แห้งและมีฝาปิดมิดชิด   ถ้าเป็น

สมัยก่อนจะใช้โอ่งดินใบเล็กๆแล้วใช้ถุงพลาสติกรัดปิดปาก  มาปัจจุบันก็ใช้ขวด

แก้วกาแฟที่กินหมดแล้วนำมาล้างแล้วเช็ดให้แห้งใส่กะปิเก็บไว้กินได้1ปีโดยไม่

ต้องแช่ตู้เย็น  แต่ถ้าจะให้ดีก็หาขวดใบเล็กมาตักแบ่งจากขวดใหญ่อีกทีเพื่อจะได้

ไม่ต้องเปิดขวดใหญ่บ่อยๆ..

ทีนี้ก็ได้กะปิที่ไร้สารเจือปนและปลอดภัย100%

....................................................................................................................................

                        

รูปจากhttp://www.bloggang.com/viewdiary.

http://www.rayongwit.ac.th/library/sara/thaifood/middle.htm

โดย นกน้อยแห่งโพหัก

 

กลับไปที่ www.oknation.net